ตอน 19
บทที่ 19 : แผนที่ดินแดนซอมบี้
“ตั้งแต่เข้ามาที่นี่ โชคของฉันถือว่าดีมากค่ะที่ได้เจอเพื่อนสมัยมหาลัยชื่อเสี่ยวหยา เธอเองก็ปลุกพลังพิเศษขึ้นมาได้เหมือนกัน ความสามารถของเธอคือการสืบหาข้อมูล...”
พูดถึงตรงนี้ แววตาของเธอก็หม่นแสงลง
“เดิมทีพวกเราช่วยกันได้ดีค่ะ ฉันมีรถถัง ส่วนเธอก็คอยหาข่าว แต่แล้ว... เราก็ดันไปเจอพวกกิลด์หมาป่าทมิฬ”
“พวกมันแกล้งทำเป็นผู้รอดชีวิตมาขอความช่วยเหลือ เสี่ยวหยาใจอ่อน... สุดท้ายพวกมันก็ชัก RPG ออกมา เสี่ยวหยายอมเอาตัวเข้าบังให้ฉันจนเธอ...”
ซูชิงเฉี่ยนกัดริมฝีปากแน่น นิ้วมือบีบกระป๋องเบียร์จนข้อนิ้วขาวซีด
“รถถังคันนั้นคือที่พึ่งสุดท้ายของฉันแล้ว แต่มันก็ยังยากเกินไป ถ้าไม่ได้คุณช่วยไว้ ฉันคงตายไปแล้ว ไม่ว่าจะเป็นเพราะไอ้ตัวหนามขาวนั่น หรือไม่ก็ต้องอดตายอยู่ในรถถังแล้ว”
หลินฮุยฟังเงียบๆ ไม่ได้ขัดจังหวะและไม่ได้เอ่ยคำปลอบโยนจอมปลอมใดๆ ออกมา
ในยุควันสิ้นโลก เรื่องราวทำนองนี้เกิดขึ้นทุกวัน
“กิลด์หมาป่าทมิฬงั้นเหรอ” หลินฮุยพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
“ฉันเคยจัดการพวกกิลด์หมาป่าทมิฬไปบ้างแล้ว ถือว่าเก็บดอกเบี้ยแทนเพื่อนคุณก็แล้วกัน”
ซูชิงเฉี่ยนเงยหน้าขึ้นขวับ ประกายความสะใจฉายวาบในดวงตา
“ขอบคุณค่ะ” คำขอบคุณครั้งนี้จริงใจกว่าครั้งไหนๆ ที่ผ่านมา
“ไม่ต้องขอบคุณหรอก” หลินฮุยกล่าวเรียบๆ
“ในเมื่อขึ้นมาอยู่บนรถของฉันแล้ว ต่อไปคุณก็คือพนักงานของฉัน ถ้าวันไหนเจอตัวคนร้ายที่ทำร้ายพวกคุณ บอกฉันนะ เดี๋ยวฉันจะทวงความยุติธรรมให้เอง”
จากการใช้ชีวิตร่วมกันตลอดทั้งวันที่ผ่านมา หลินฮุยรู้สึกว่าซูชิงเฉี่ยนมีประโยชน์มาก
ไม่เพียงแค่มองดูเพลินตา แต่เรื่องงานการก็ถือว่าไว้ใจได้เลย
“อืมค่ะ” ซูชิงเฉี่ยนพยักหน้าเบาๆ
เดิมทีเธอแค่อยากขอติดรถไปลงสักที่หนึ่ง แล้วรอจังหวะหาพาหนะที่ไม่มีเจ้าของเพื่อแยกตัวออกไป แต่ตอนนี้ความคิดของเธอเริ่มเปลี่ยนไปแล้ว ขณะนั้นซูชิงเฉี่ยนก็นึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้
เธอหยิบชิปแผ่นหนึ่งออกมาจากอกเสื้อแล้วยื่นให้
“นี่คือชิปแผนที่ดิจิทัลของดินแดนซอมบี้ที่เสี่ยวหยาฝากไว้ให้ฉันค่ะ...”
“ชิปแผนที่ดินแดนซอมบี้เหรอ?” หลินฮุยรับมาดูด้วยความสนใจ ก่อนจะเสียบมันเข้ากับระบบของรถบ้าน
บนหน้าจอคอนโซลขนาด 15 นิ้ว ปรากฏแผนที่ขึ้นมาทันที มันบันทึกตำแหน่งของสิ่งปลูกสร้างสำคัญต่างๆ เอาไว้มากมาย และที่ใกล้กับตำแหน่งปัจจุบันที่สุดก็คือ โรงงานอะไหล่อากาศยานร้าง
มิน่าล่ะ ซูชิงเฉี่ยนถึงสามารถบอกตำแหน่งของโรงงานร้างได้... ที่แท้ก็มีของดีอยู่นี่เอง!
เมื่อได้แผนที่นี้มา เขาก็ไม่ต้องเดินสุ่มไปสุ่มมาเหมือนแมลงวันหัวขาดในที่ราบกว้างใหญ่นี้อีกต่อไป ตอนนี้เขาทิ้งพวกหมอกเทาเอาไว้ข้างหลังจนไม่เห็นเงาแล้ว เขามีเวลาเหลือเฟือที่จะกอบโกยทรัพยากรและวัสดุต่างๆ
หลินฮุยเหลือบมองใบหน้าที่งดงามอ่อนหวานของซูชิงเฉี่ยนแล้วก็นึกอยากจะก้มลงไปจูบสักที
ตัดสินใจไม่ผิดจริงๆ ที่ยอมให้ยัยนี่ขึ้นรถมา!
ดึกดื่นค่อนคืน หม้อไฟถูกจัดการจนเกลี้ยง บรรยากาศภายในรถอบอุ่นสบาย แต่ปัญหาใหม่ก็ผุดขึ้นมาตรงหน้าทั้งคู่ แม้รถบ้านจะอัปเกรดจนกว้างขวางขึ้นมากแล้วแต่นาทีนี้... มันมีเตียงแค่เตียงเดียว
เตียงขนาด 1.5 เมตรที่ปูด้วยผ้านวมหนานุ่ม ดูน่านอนจนอยากจะทิ้งตัวลงไปจม
ซูชิงเฉี่ยนมองเตียงสลับกับมองหลินฮุย ใบหน้าของเธอแดงก่ำไปถึงใบหูในทันที
ชายหญิงอยู่กันสองต่อสอง... ในห้องเล็กๆ แบบนี้...
แถมยังดื่มเบียร์กันไปนิดหน่อยจนกรึ่มๆ บรรยากาศเริ่มน่าสงสัย...
เขา... เขาจะทำอะไรหรือเปล่านะ?
หัวใจของซูชิงเฉี่ยนเต้นรัว นิ้วมือปั่นป่วนอยู่กับสายเสื้อ พลางต่อสู้กับความคิดในใจอย่างหนักหน่วง ถ้าเขาจะทำจริงๆ... ฉันควรจะขัดขืน หรือว่า...ยังไงเขาก็ช่วยชีวิตฉันไว้ แถมยังใจดีเลี้ยงหม้อไฟอีก...
แถมเขาก็หน้าตาดีไม่หยอก แถมยังเก่งขนาดนี้...
ในขณะที่ซูชิงเฉี่ยนกำลังจินตนาการละครรักโรแมนติกยาว 80 ตอนในหัว หลินฮุยก็ลุกขึ้นยืน
เขาหยิบผ้าห่มผืนหนึ่งออกมาจากตู้ แล้วโยนลงบนพรมขนสัตว์หนานุ่มที่พื้น
“คิดอะไรอยู่?”
น้ำเสียงของหลินฮุยทำลายจินตนาการของเธอจนหมดสิ้น เขาชี้ไปที่พรมบนพื้น
“คุณเป็นพนักงาน ต้องนอนที่พื้น”
“ส่วนฉันเป็นเจ้าของรถ ฉันจะนอนเตียง”
ความคิดฟุ้งซ่านของซูชิงเฉี่ยนแตกกระจายเป็นเสี่ยงๆ ในทันที เธออ้าปากค้าง มองเตียงนุ่มๆ แล้วสลับไปมองพรมที่พื้น แม้พรมจะหนาและมีระบบทำความร้อนใต้พื้น ไม่เย็นแน่ๆ ก็เถอะ
แต่ว่า...นี่มันผู้ชายซื่อบื้อเกินไปแล้ว!
“อ๋อค่ะ...”
ซูชิงเฉี่ยนตอบรับด้วยความน้อยใจ ก่อนจะคว้าผ้าห่มไปม้วนตัวนอนขดอยู่บนที่นอนชั่วคราวอย่างว่าง่าย
หลินฮุยปิดไฟหลัก เหลือเพียงโคมไฟดวงเล็กสีส้มหม่นๆ ไว้ เขาทิ้งตัวลงนอนบนเตียง ประสานมือหนุนท้ายทอย
“นอนซะ พรุ่งนี้ต้องตื่นเช้า”
“จริงสิ ระหว่างนี้ก็คอยดูในช่องแชทเขตไว้ด้วยนะ เผื่อมีข่าวสารเรื่องวัสดุอัปเกรดพิเศษ หรือข้อมูลเกี่ยวกับยาเสริมพันธุกรรม”
“อืม... ทราบแล้วค่ะ”
เสียงอู้อี้ดังมาจากคนที่นอนอยู่บนพื้น หลินฮุยหลับตาลง ฟังเสียงลมหวีดหวิวข้างนอกและเสียงลมหายใจของอีกคนที่อยู่ภายในรถ
นี่เป็นครั้งแรกที่มีคนอื่นอยู่บนรถด้วยความรู้สึก... ก็ไม่เลวเหมือนกัน
ส่วนซูชิงเฉี่ยนที่นอนอยู่บนพื้นก็แอบลืมตาขึ้นมา มองเสี้ยวหน้าของชายหนุ่มบนเตียงผ่านแสงไฟสลัวๆ ถึงจะนอนบนพื้น แต่นี่คือการนอนที่รู้สึกปลอดภัยและมั่นคงที่สุดในรอบหลายวันที่ผ่านมา
ในโลกที่กินกันเองแบบนี้ การได้เป็น "พนักงาน" ของคนที่แข็งแกร่ง อาจจะเป็นโชคดีที่สุดแล้วก็ได้
เพียงแต่ว่า...เจ้าของรถคนนี้เนี่ย ไม่มีความอ่อนโยนกับผู้หญิงเอาซะเลยจริงๆ!
ซูชิงเฉี่ยนขบเม้มริมฝีปากนุ่มพลางคิดอย่างขุ่นเคือง
ทว่ามุมปากของเธอกลับค่อยๆ ยกยิ้มขึ้นมาอย่างไม่อาจห้าม แล้วจมดิ่งเข้าสู่ห้วงนิทราไป