ตอน 9
บทที่ 9 คืนนี้มีเรื่องสนุกให้ดูแน่!
เมื่อหัวหน้าทีมและโม่หรานเดินจากไป เหล่าชาวบ้านต่างก็รุมล้อมเข้าหารถเข็นที่มีซากหมูป่าตัวยักษ์วางอยู่ ทุกคนต่างพูดคุยกันเจื้อยแจ้วด้วยความตื่นเต้น
"หมูป่าตัวนี้อ้วนพีจริงๆ ดูแล้วน่าจะหนักหลายร้อยชั่งเลยนะเนี่ย!"
"สหายโม่เก่งเกินไปแล้ว จัดการหมูป่าตัวใหญ่ขนาดนี้ได้ด้วยตัวคนเดียว ถ้าเธอหาหมูป่าตัวใหญ่แบบนี้มาได้ทุกวัน พวกเราคงได้กินเนื้อกันทุกวันแน่ๆ หึหึ..."
"อย่าลืมสิว่าหมูป่าพวกนี้เราต้องใช้คะแนนสะสมมาแลกนะ ถ้ามีหมูป่ามาให้ทุกวันจริง นายไม่เสียดายคะแนนสะสมหรือไง!"
"ก็ไม่จำเป็นต้องทุกวันหรอก แค่เดือนละตัวให้เราได้กัดฟันใช้คะแนนมาแลกบ้างก็พอแล้ว ฮ่าๆ..."
ชาวบ้านล้อมหน้าล้อมหลังเจ้าหมูป่า น้ำลายกระเด็นกระดอนออกมาแทบจะอาบไปทั่วร่างของมัน หากหมูป่าตัวนี้รับรู้ได้คงนึกไม่ถึงว่าตายไปแล้วยังต้องมาอาบน้ำลายคนอีก
"ดูไขมันชั้นหนานี่สิ ต้องเจียวได้น้ำมันออกมาเยอะมากแน่ๆ!"
ชาวบ้านคนหนึ่งอดใจไม่ไหว ยื่นมือไปตบไขมันหนาบนตัวหมูจนเกิดเสียงดัง 'เพียะ'
ภาพนั้นทำให้ทุกคนหัวเราะร่าจนน้ำลายไหลย้อยออกมาโดยไม่รู้ตัว หมูป่าตัวนี้อ้วนจริงอย่างที่ว่า จังหวะที่ตบลงไปเนื้อไขมันยังสั่นไหวเบาๆ ช่างล่อตาล่อใจเสียเหลือเกิน
พวกเขาไม่เคยเห็นหมูป่าตัวไหนอ้วนขนาดนี้มาก่อน ยิ่งกว่าหมูที่เลี้ยงไว้ในหมู่บ้านเสียอีก ถ้าแบ่งมันหมูไปได้สักก้อน น้ำมันที่เจียวออกมาคงใช้ทำอาหารได้เป็นปี
หลี่ต้าขุยหัวหน้ากองกำลังอาสาสมัครเพิ่งจะดึงสติกลับมาได้ก็พบว่าชาวบ้านรุมล้อมจนทางเดินถูกปิดตาย ใบหน้าคมเข้มของเขาฉายแววหนักใจเมื่อได้ยินเสียงพูดคุยเหล่านั้น ท่าทีเหมือนอยากจะกระโจนเข้าไปกัดกินเนื้อหมูเดี๋ยวนี้ของชาวบ้านช่างดูน่ากลัวนัก เขาเกาหัวก่อนจะตะโกนเสียงกร้าว
"ถอยออกไป! ยังอยากแบ่งเนื้อหมูเร็วๆ อยู่ไหม? ถ้ายังมัวแต่ชักช้าอยู่แบบนี้ คืนนี้ได้มืดก่อนพอดี!"
สิ้นเสียงตวาดชาวบ้านต่างสะดุ้งได้สติและยอมถอยทางให้แต่โดยดี เมื่อทางสะดวกหลี่ต้าขุยก็รีบเรียกให้ชายหนุ่มฉกรรจ์ในกลุ่มมาช่วยกันเข็นรถเข็น แรงคนหลายคนร่วมมือกันกว่าจะทำให้รถเคลื่อนที่ไปได้ ไม่รู้ว่าเป็นเพราะรถเก่าทรุดโทรมหรือเป็นเพราะหมูป่าตัวนี้หนักและอ้วนเกินไปกันแน่
ทันทีที่รถเริ่มขยับ มันก็ส่งเสียงดังเอี๊ยดอ๊าดน่ารำคาญ หลี่ต้าขุยฟังแล้วก็ได้แต่กังวลว่ารถคันนี้จะพังกระจัดกระจายไปเสียก่อนถึงที่หมาย เมื่อรถเคลื่อนที่เหล่าชาวบ้านก็แห่ตามติดไปไม่ห่าง ขบวนคนกลุ่มใหญ่เดินมุ่งหน้าไปยังลานนวดข้าวประจำหมู่บ้าน
บรรยากาศเต็มไปด้วยความฮึกเหิมเพราะรู้ว่าจะได้กินเนื้อหมู ตลอดทางต่างพากันคาดเดาว่าแต่ละบ้านจะได้รับแบ่งคนละกี่ชั่ง
หมู่บ้านหงฉีเป็นหมู่บ้านใหญ่ มีบ้านเรือนกว่าร้อยหลัง หมูป่าตัวนี้แม้จะหนักหลายร้อยชั่ง แต่เมื่อหารแบ่งกันแล้วแต่ละบ้านก็ได้ไปเพียงไม่กี่ชั่งเท่านั้น ทว่าสำหรับชาวบ้านที่นานๆ ครั้งจะได้ลิ้มรสเนื้อสัตว์ การได้เนื้อเพียงไม่กี่ชั่งก็นับว่าเป็นเรื่องน่ายินดีอย่างที่สุด
ต่อให้ต้องใช้คะแนนสะสมมาแลก พวกเขาก็ยังรู้สึกขอบคุณโม่หรานที่ล่าหมูป่าตัวนี้มาได้
หมู่บ้านหงฉีตั้งอยู่เชิงเขาเก้ามังกร ตามหลักแล้วไม่น่าจะขาดแคลนเนื้อสัตว์ แต่ทว่าเทือกเขาเก้ามังกรนั้นเป็นแนวเขาสลับซับซ้อนที่เต็มไปด้วยอันตราย ต่อให้รู้ว่าข้างในมีสัตว์ป่ามากมาย ชาวบ้านก็แทบไม่กล้าเข้าไปล่าในป่าลึก
ปกติทำได้เพียงเดินวนเวียนอยู่ที่ชายป่าเชิงเขาแรกเพื่อหาผักป่าและผลไม้ หากใครดวงดีหน่อยอาจจะล่าสัตว์เล็กๆ ได้บ้าง แต่นั่นก็น้อยเต็มที
ในตอนนี้ความสนใจของทุกคนพุ่งไปที่หมูป่า ไม่มีใครสนใจสิ่งที่ซุนฮ่าวอวี่พูดก่อนหน้านี้แล้วในเมื่อ 'สหายโม่' ยังไม่สนใจและเดินจากไปก่อน พวกเขาจะไปแคร์ทำไม? คิดเรื่องแบ่งเนื้อหมูตรงหน้าให้ได้เยอะๆ ยังดีกว่า โดยเฉพาะเนื้อติดมันที่เจียวเอาน้ำมันได้ พวกเขาชอบยิ่งกว่าเนื้อแดงเสียอีก
เมื่อเห็นว่าทุกคนเดินจากไปหมดแล้ว ซุนฮ่าวอวี่ก็ไม่ต้องทนปั้นน้ำเป็นตัวแก้ต่างให้หลินอีอีกต่อไป เขาเหลือบเห็นหลินอีแกล้งทำเป็นเดินช้าๆ เพื่อแยกตัวออกจากกลุ่ม เขาจึงชะลอฝีเท้าลงแล้วเดินเคียงคู่ไปกับเธอโดยทิ้งระยะห่างจากคนอื่น
การกระทำของทั้งคู่ไม่มีใครสังเกตเห็นเพราะทุกคนกำลังใจจดใจจ่ออยู่กับการแบ่งเนื้อหมูจนไม่มีใครสนใจเรื่องของคนอื่น
เมื่อทิ้งระยะห่างออกมาได้พอสมควร หลินอีก็ปรายตามองซุนฮ่าวอวี่ที่อยู่ข้างกาย เธอรีบก้มหน้าซ่อนความรังเกียจในแววตาพลางกระซิบเสียงอ่อน
"สหายซุน ฉันตกลงคบกับคุณแล้วนะ แต่ฉันมีข้อแม้ข้อหนึ่ง... เราอย่าเพิ่งบอกใครได้ไหมว่าเราคบกัน รอให้เรามีความรู้สึกดีๆ ต่อกันมากกว่านี้ก่อนแล้วค่อยประกาศได้ไหมคะ?"
การคบกับผู้ชายหน้าตาอัปลักษณ์เช่นนี้ทำให้หลินอีกลัวจะโดนคนอื่นหัวเราะเยาะ ซุนฮ่าวอวี่นั้นหน้าตาเหมือนคางคกไม่มีผิด เห็นแล้วชวนให้อยากจะอาเจียน จะให้ไปคบหาแบบเปิดเผยเธอคงอับอายขายหน้าแย่
อีกอย่างซุนฮ่าวอวี่ทั้งไม่มีเงินและไม่มีหน้าตา เธอไม่มีทางแต่งงานกับเขาแน่ ถ้าไม่มีใครรู้ว่าเคยคบกัน วันหน้าถ้าเธอไปแต่งงานกับคนที่ชอบก็จะได้ไม่มีปัญหา
ซุนฮ่าวอวี่ไม่รู้ว่าหลินอีคิดอะไรและต่อให้รู้เขาก็ไม่สน ในเมื่อตอนนี้เขาเองก็ไม่ได้คิดจะแต่งงานกับเธอ การไม่เปิดเผยเรื่องคบหากันก็ดีเหมือนกัน เขาจะได้ถือโอกาสเอาเปรียบไปเรื่อยๆ โดยไม่ต้องรับผิดชอบอะไร
เขาเป็นถึง 'สหายปัญญาชน' และมีวุฒิการศึกษาระดับมัธยมปลาย แม้หน้าตาจะดูไม่ได้ แต่การหลอกล่อสาวบ้านนอกไร้เดียงสามาแต่งงานด้วยนั้นง่ายนิดเดียว
เขาไม่กลัวเรื่องไม่มีภรรยาหรอก ผู้หญิงร้ายกาจอย่างหลินอีเขาก็แค่เล่นสนุกด้วยพอหอมปากหอมคอ ไม่กล้าเอาไปเป็นภรรยาที่บ้านแน่เพราะกลัวจะกลายเป็น 'อู่ต้าหลาง' (ฉายาของผู้ชายที่ถูกภรรยานอกใจ)
ข้อเสนอของหลินอีจึงถูกใจเขานัก ซุนฮ่าวอวี่จึงตอบตกลงด้วยรอยยิ้มกรุ่มกริ่ม ดวงตาฉายแววหื่นกามขณะไล่สายตามองหลินอีตั้งแต่หัวจรดเท้า
"ได้สิ เราไม่เปิดเผยเรื่องนี้กัน ตอนนี้เราเป็นแฟนกันอย่างเต็มตัวแล้ว คืนนี้สี่ทุ่มมาเจอผมที่ป่าเล็กท้ายหมู่บ้านนะ ถือว่าเป็นเดทแรกของเรา จำไว้ว่าต้องมาให้ตรงเวลาล่ะ"
พูดจบเขาก็ส่งยิ้มเจ้าเล่ห์ให้หลินอี ก่อนจะรีบเดินตามชาวบ้านไป ทิ้งให้หลินอียืนกัดฟันกรอดจ้องมองแผ่นหลังของเขาด้วยความเกลียดชัง เธอรู้ดีว่าซุนฮ่าวอวี่คางคกตัวนี้จ้องจะกินเต้าหู้เธอมานานแล้ว น่ารังเกียจจริงๆ!
ทว่าทั้งคู่หารู้ไม่ว่าแม้โม่หรานจะเดินนำหน้าไปไกล แต่ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นเบื้องหลังเธอรับรู้ได้หมดสิ้น ในโลกเซียนนั้นเธอฝึกฝนพลังจิตจนแข็งแกร่ง
แม้พลังจิตที่ติดตัวมาในโลกนี้จะเหลือไม่ถึงหนึ่งเปอร์เซ็นต์ แต่กับเหตุการณ์รอบตัวในระยะสิบกว่าเมตร เธอก็ยังจับความเคลื่อนไหวได้สบายมาก ดังนั้นบทสนทนาลับๆ ของหลินอีและซุนฮ่าวอวี่ เธอจึงได้ยินชัดเจนทุกถ้อยคำ
มุมปากของโม่หรานยกยิ้มอย่างมีเลศนัย เธออารมณ์ดีเหลือเกิน
คืนนี้ ต้องมีเรื่องสนุกให้ดูแน่!
ขณะนั้นหลี่กั๋วเฉียงที่ตามหลังมาทันก็รีบลดเสียงถาม
"สหายโม่ ในเมื่อเรารู้แล้วว่าเป็นฝีมือสหายหลิน เธอจะจัดการอย่างไร? ให้ส่งตัวไปดัดนิสัยที่ฟาร์มแสงตะวันเลยไหม?"
ที่ผ่านมาโม่หรานกับหลินอีสนิทสนมกันมาก ราวกับพี่น้องท้องเดียวกัน หลี่กั๋วเฉียงจึงไม่แน่ใจว่าโม่หรานจะเชื่อคำพูดของคนอื่นหรือจะเข้าข้างเพื่อนสนิท
โม่หรานหันไปมองหลี่กั๋วเฉียงพลางเอ่ยอย่างมีความนัย
"ในคอกหมูของหมู่บ้านยังขาดคนทำความสะอาดอยู่ไม่ใช่หรือ? ฉันว่าหลินอีเหมาะมากเลยล่ะ เธอเองก็ไม่ชอบทำงานกลางแจ้ง เพราะกลัวแดดนี่นา"
หลี่กั๋วเฉียงได้ยินดังนั้นก็เข้าใจทันที เขาพยักหน้าอย่างเห็นด้วย
"อืม ผมก็ว่าสหายหลินเหมาะจะไปทำความสะอาดคอกหมูจริงๆ พรุ่งนี้ผมจะจัดการให้"
บทสนทนาของทั้งคู่ไม่ได้ดังมากนัก จึงถูกเสียงพูดคุยเจื้อยแจ้วของชาวบ้านกลบไปจนหมดสิ้น...
……
เมื่อราตรีกาลมาเยือน แสงสนธยาสุดท้ายของวันถูกกลืนหายไปในความมืดมิด ลานนวดข้าวหมู่บ้านหงฉีในตอนนี้สว่างไสวและคึกคักไปด้วยผู้คน แสงจากคบเพลิงที่จุดไว้รอบทิศส่องกระทบใบหน้าคมเข้มของชาวบ้านที่ตื่นเต้นดีใจ
หมูป่าถูกแล่เนื้อเรียบร้อย ภายใต้การอำนวยการของหัวหน้าหน่วย ทุกคนต่างเข้าแถวอย่างเป็นระเบียบ รอคอยที่จะรับแบ่งเนื้อหมู
"เนื้อหมูตัวนี้สหายโม่ล่ามาด้วยตัวคนเดียว ตามธรรมเนียมการแบ่งหมูประจำปี เนื้อหมูหนึ่งชั่งแลกด้วยสิบคะแนนสะสม แต่ละบ้านรับได้สูงสุดสามชั่ง เข้าแถวให้ดีอย่าลัดคิว ใครลัดคิวถือว่าอด!"