ตอน 35

บทที่ 35 : ความลวงและความจริง


กวนโย่วซวงชำเลืองมองผ้าห่มที่กองอยู่บนพื้นแล้วเอ่ยขึ้น


“แม่คะ ปีนี้แม่เพิ่งจะ 46 ไม่ใช่เหรอ ทำไมความจำถึงได้สั้นนักล่ะคะ ลืมไปแล้วหรือไงว่าผ้าห่มพวกนั้นน่ะ ญาติพี่น้องเอามาให้ และหนูไม่ได้หยิบไปแม้แต่ผืนเดียว!”


“แก!”


กวนเล่ยไอค่อกแค่ก รีบลูบหลังผู้เป็นแม่เพื่อช่วยให้หายใจสะดวกขึ้น ก่อนจะหันไปพูดกับกวนโย่วซวง


“พี่คะ พี่ช่วยพูดให้น้อยลงหน่อยไม่ได้เหรอ ดูสิว่าพี่ทำให้แม่โมโหจนเป็นยังไงแล้ว!”


“ใช่แล้วล่ะ พวกเธอสองแม่ลูกจะทำอะไรกันนักหนา เลิกพูดเถอะ นานๆ ทีครอบครัวเราถึงจะได้มาพร้อมหน้ากัน มากินข้าวกันดีกว่า”


กวนซิงกั๋วเอ่ยขึ้น กู่เอ๋อร์หรงล้วงเงินสองร้อยหยวนออกมาจากกระเป๋าเสื้อเชิ้ตแล้ววางลงบนโต๊ะ


“แม่ครับ อย่าโกรธโย่วซวงเลย เป็นเพราะผมเองที่คิดไม่รอบคอบเรื่องเงินสินสอด ค้างเท่าไหร่เดี๋ยวผมจ่ายสมทบให้เองครับ”


สีหน้าของจางไฉเหออ่อนลงทันที แต่ก่อนที่เธอจะได้พูดอะไร กวนโย่วซวงก็คว้าเงินก้อนนั้นมาถือไว้แล้วพูดอย่างไม่พอใจ


“คุณทำอะไรน่ะ? เงินเยอะจนไม่มีที่ใช้หรือไง? เรื่องเงินสินสอดอะไรนั่นน่ะ เมื่อกี้ฉันยังพูดไม่ชัดเจนพอเหรอ?”


จางไฉเหอจ้องมองลูกสาวด้วยความไม่อยากจะเชื่อ กวนโย่วซวงยัดเงินคืนใส่กระเป๋าเสื้อกู่เอ๋อร์หรง แล้วจิบชาต่ออย่างใจเย็น


“แกไสหัวไปเลย! ต่อไปไม่ต้องเหยียบเข้ามาในบ้านตระกูลกวนอีก!”


จางไฉเหอปาแก้วน้ำลงพื้นจนแตกกระจาย เธอตวาดใส่กวนโย่วซวงด้วยความบ้าคลั่ง


“ไปกันเถอะ” กวนโย่วซวงวางแก้วลงแล้วฉุดแขนกู่เอ๋อร์หรง


“โย่วซวง มีอะไรค่อยๆ พูดกันนะ”


กู่เอ๋อร์หรงยังคงลังเล แต่กวนโย่วซวงกลับมีแรงดึงมหาศาลจนชายหนุ่มร่างสูง 185 เซนติเมตรอย่างเขาแทบตั้งตัวไม่ติด


...


“ทำไมแม่คุณถึงทำกับคุณแบบนั้นล่ะ หรือว่าคุณเคยทำอะไรให้ท่านไม่พอใจหรือเปล่า?”


นอกประตูบ้าน กู่เอ๋อร์หรงจูงจักรยานแล้วถามอย่างหยั่งเชิง กวนโย่วซวงไม่ตอบ เธอไม่รู้จะตอบอย่างไรดี เพราะในความเข้าใจของเธอ แม่ทุกคนย่อมรักลูกของตัวเองอย่างไม่มีเงื่อนไข ร่างเดิมเคยทำอะไรไว้หรือ?


ถ้าหากการที่ต้องตื่นเช้ากลับค่ำ ยุ่งอยู่กับการทำงานจนทำให้แม่ไม่พอใจถือเป็นความผิด ก็คงเรียกได้ว่าเธอเป็นลูกอกตัญญูจริงๆ!


“ไม่เป็นไรนะ” กู่เอ๋อร์หรงโอบกอดเธอไว้ แล้วกระซิบข้างหู


“ถ้าเขาไม่รักคุณ ต่อไปผมจะเป็นคนรักคุณเอง”


น้ำเสียงทุ้มต่ำและมีเสน่ห์นั้นทำให้หัวใจของกวนโย่วซวงเต้นรัว ใบหน้าขึ้นสีระเรื่อ จู่ๆ เธอก็นึกถึงคำถามที่นักเรียนคนหนึ่งเคยถามในคลาสเรียนว่า ‘คุณคิดว่าคนเรามีชาติภพหน้าไหมคะ?’ กู่เอ๋อร์หรงชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหัวเราะออกมา


“มีสิ มีแน่นอน ชาติก่อนผมคงติดค้างคุณไว้เยอะล่ะมั้ง”


“หืม?” กู่เอ๋อร์หรงเพียงแต่ยิ้ม ไม่ได้พูดอะไรต่อ

...


เดิมทีกวนโย่วซวงตั้งใจจะกลับกู่เจียไถเลย แต่จู่ๆ ก็นึกถึงเหลียงอวี้ถิงขึ้นมาได้ ในนิยายต้นฉบับ วันนี้เหลียงอวี้ถิงจะถูกคนรักที่เป็นนักเลงหัวไม้ใช้เป็นข้ออ้าง เพื่อหลอกให้เธอไปเที่ยวในตัวอำเภอและค้างคืนที่นั่น


คราวก่อน หลิวเผิงเฉิงเคยใช้ข้ออ้างว่าจะพาเหลียงอวี้ถิงไปดูงิ้วเพื่อหวังจะฉวยโอกาสจากเธอ แต่เพราะการขัดขวางของกวนโย่วซวง ครั้งนั้นเขาจึงทำไม่สำเร็จ เชื่อว่าในช่วงนี้เจ้าคนสารเลวคนนั้นคงกำลังหาโอกาสอยู่แน่ๆ!


ไม่ได้การ! เธอจะปล่อยให้เพื่อนตกอยู่ในหลุมพรางนี้ไม่ได้ เธอจะต้องปกป้องเธอ!


กวนโย่วซวงวิ่งไปที่หน้าบ้านของเหลียงอวี้ถิงแล้วร้องเรียก เหลียงอวี้ถิงกำลังสระผมอยู่ เธอไม่คิดว่ากวนโย่วซวงจะรีบกลับกู่เจียไถเร็วขนาดนี้ จึงตะโกนบอกให้รอสักครู่ บอกว่ามีของจะให้


ครู่ต่อมา เหลียงอวี้ถิงก็เดินออกมาด้วยผมที่ยังเปียกชื้น เธอซ่อนมือขวาไว้ด้านหลัง แล้วเอียงคอให้กวนโย่วซวงทายว่าเป็นอะไร


“คงไม่ใช่เงินหรอกนะ?” กวนโย่วซวงหยอกล้อ


“ชิ ชอบพูดถึงแต่เรื่องเงิน”


เหลียงอวี้ถิงยื่นมือออกมา ในมือนั้นมีงานปักรูปเป็ดแมนดารินคู่หนึ่ง! มันดูมีชีวิตชีวาอย่างเหลือเชื่อ!


“นี่เป็นของขวัญวันแต่งงานที่ฉันตั้งใจมอบให้พวกเธอ ขอให้มีความสุขตลอดไปนะ”


กวนโย่วซวงรับมาดูแล้วรู้สึกทึ่งจนพูดไม่ออก เป็ดแมนดารินมีขนาดเพียงหัวแม่มือ แต่สีสันกลับกลมกลืนเป็นธรรมชาติ ตั้งแต่สีเทาอ่อนไล่ไปจนถึงสีแดงชาด สีน้ำเงินพลอย และสีเหลืองทองอันอบอุ่น ทุกฝีเข็มนั้นลงตัวอย่างน่าอัศจรรย์


โดยเฉพาะดวงตาคู่นั้น ที่ใช้เลื่อมพิเศษและด้ายสีดำปักจนดูราวกับเป็ดมีชีวิตจริงๆ


ฝีมือเยี่ยมยอดมาก! ถ้าหากนี่อยู่ในศตวรรษที่ 21 แค่เปิดช่องไลฟ์สดก็คงกลายเป็นอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังไปแล้ว! น่าเสียดายที่เกิดผิดยุคผิดสมัยจริงๆ!


เธอแกล้งทำปากยื่นแล้วพูดว่า “ฮึ ไม่จริงใจเลย บอกว่าเป็นของขวัญแต่งงาน แล้ววันแต่งงานทำไมไม่ให้ล่ะ?”


เหลียงอวี้ถิงรีบแก้ตัว


“ไม่ใช่ๆ คู่นั้นฝีมือไม่ดีน่ะ ฝีเข็มบางจุดมันผิดพลาด ฉันเลยทำใหม่หมดเลย”


ว่าแล้วเหลียงอวี้ถิงก็ยื่นมือให้ดู


“ดูสิ นิ้วฉันโดนเข็มทิ่มไปตั้งหลายแผล เพื่อนคนนี้ดีพอหรือยังล่ะ?”


กวนโย่วซวงรู้สึกซาบซึ้งใจจนเผลอนึกถึงหลี่อิง หลี่อิงคือเพื่อนสนิทในชาติที่แล้วของเธอ พวกเธอเคยคุยกันได้ทุกเรื่อง สนิทสนมราวกับเป็นคนเดียวกัน แต่ความสัมพันธ์ก็จบลงหลังจากการทดสอบสมรรถภาพทางกายตอนปีสี่


ต้นเหตุมาจากเรื่องเล็กน้อยเพียงเรื่องเดียว


ในการทดสอบจะมีวิชาลุกนั่ง เพื่อประหยัดเวลาอาจารย์จึงให้จับคู่กันเองเพื่อผลัดกันนับ ตามปกติทุกปีเพื่อป้องกันการโกง อาจารย์จะสุ่มนักศึกษาต่างห้องมาจับคู่กัน แต่ปีนั้นเนื่องจากเป็นปีสุดท้าย อาจารย์จึงปล่อยให้เลือกคู่กันเอง


กวนโย่วซวงกับหลี่อิงจึงจับคู่กันโดยปริยาย ทั้งคู่มีสมรรถภาพร่างกายที่แย่มาก วิ่ง 800 เมตรทีไรมักจะครองอันดับรั้งท้ายเสมอ วิชาลุกนั่งกำหนดไว้ที่ 30 ครั้งถึงจะผ่าน หลี่อิงทำก่อน กวนโย่วซวงช่วยจับเท้าและนับให้ หลี่อิงทำได้เพียง 25 ครั้ง


“ได้กี่ครั้ง?” อาจารย์ถาม


“37 ครั้งค่ะ” กวนโย่วซวงตะโกนตอบ


เมื่อถึงคิวของกวนโย่วซวง ไม่รู้ว่าเป็นเพราะผลจากการฝึกซ้อมมาหลายวันหรือเปล่า เธอทำไปได้ถึง 35 ครั้ง ในขณะที่เธอกำลังตื่นเต้นสุดขีด หลี่อิงกลับรายงานอาจารย์ว่า


“30 ครั้งค่ะ” วินาทีนั้น กวนโย่วซวงรู้สึกเหมือนถูกน้ำเย็นจัดสาดลงมาตั้งแต่หัวจรดเท้า


เธอไม่ได้เอ่ยปากถามหาเหตุผล เธอเพียงแต่รู้สึกโชคดีที่มันเป็นแค่การทดสอบเล็กๆ และโชคดีที่พวกเธอยังเป็นแค่นักศึกษาเพื่อนแท้นั้นหายากยิ่งนัก


กวนโย่วซวงดึงสติกลับมา มองดูแววตาที่บริสุทธิ์ของเหลียงอวี้ถิงแล้วเขย่าแขนอ้อน


“สอนฉันหน่อยสิ ฉันอยากเรียนด้วย อยากเรียนตั้งแต่วันนี้เลย”


“ไม่ใช่ว่าเธอจะกลับแล้วเหรอ?”


“เธอไปที่กู่เจียไถกับฉันสิ” กวนโย่วซวงหันไปมองกู่เอ๋อร์หรง


“ได้ไหมคะ?”


“ได้สิครับ พรุ่งนี้ผมก็ต้องเข้าหน่วยงานแล้ว กลัวคุณจะเหงาอยู่คนเดียวเหมือนกัน ให้คุณอวี้ถิงไปอยู่เป็นเพื่อนสักสองสามวันก็ดีเหมือนกัน”


กู่เอ๋อร์หรงพยักหน้ายิ้มๆ เหลียงอวี้ถิงลังเล


“แต่ว่าวันนี้ฉันมีธุระน่ะ”


“ธุระอะไรเหรอ?”


“หลิวเผิงเฉิงบอกว่าตอนบ่ายจะสอนปั่นจักรยานให้”


“เอ๊ะ โย่วซวงกลับมาแล้วเหรอ?” ในขณะที่ทั้งสองกำลังคุยกัน หลัวเถาฮวา แม่ของเหลียงอวี้ถิงก็แบกจอบเดินเข้ามา


ปีนี้หลัวเถาฮวาอายุ 65 ปีแล้ว ตอนแต่งเข้าตระกูลเหลียงใหม่ๆ เธอไม่มีลูก จนกระทั่งอายุ 30 ถึงได้รับลูกสาวบุญธรรมมาเลี้ยง แต่ลูกสาวบุญธรรมกลับประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตตอนอายุ 10 ขวบ


สองสามีภรรยาแทบสิ้นหวัง แต่ใครจะคิดว่าปีต่อมาเธอจะตั้งครรภ์และคลอดเหลียงอวี้ถิงออกมาในที่สุด เพราะมีลูกสาวเมื่อยามแก่เฒ่า ทั้งสองจึงตามใจลูกสาวคนนี้ทุกอย่าง