ตอน 36
บทที่ 36 : หยุดความเสียหายให้ทันท่วงที
กวนโย่วซวงและกู่เอ๋อร์หรงไม่อาจปฏิเสธความกระตือรือร้นของหลัวเถาฮวา จึงจำต้องเข้าไปนั่งพักในบ้านของอีกฝ่ายครู่หนึ่ง
หลัวเถาฮวากุมมือของกวนโย่วซวงไว้พลางพร่ำบ่นอยู่นาน สรุปความได้ไม่พ้นเรื่องลูกสาวแก้วตาดวงใจของตน นางมองว่าทั้งคู่เริ่มมีอายุมากขึ้นแล้ว เวลาที่จะได้ดูแลลูกสาวก็เหลือน้อยลง ประกอบกับเหลียงอวี้ถิงไม่มีพี่น้องคนอื่น คนเป็นแม่จึงอดเป็นห่วงไม่ได้
“แถวหมู่บ้านจางจวงมีเด็กหนุ่มคนหนึ่ง เขาเรียนวิชาช่างไม้กับพ่อมาตลอด นิสัยซื่อสัตย์ไว้ใจได้...”
ยังไม่ทันที่หลัวเถาฮวาจะพูดจบ เหลียงอวี้ถิงก็ขัดขึ้นมาด้วยความหงุดหงิด
“หนูบอกแล้วไงคะว่าไม่ตกลง แม่จะพูดถึงเรื่องนี้ทำไมอีก?”
“แต่ลูกจะครองตัวเป็นสาวแก่ไปตลอดไม่ได้นะ โย่วซวงรุ่นราวคราวเดียวกับลูก เขายังแต่งงานไปแล้วเลย”
“หนู... โอ๊ย แม่เลิกยุ่งเรื่องนี้สักทีเถอะค่ะ” เหลียงอวี้ถิงรู้สึกอึดอัดใจเป็นที่สุด
เธอเองก็ปรารถนาจะแต่งงาน แต่ทุกครั้งที่เธอเอ่ยเรื่องนี้กับหลิวเผิงเฉิง เขากลับบอกเสมอว่ายังเร็วเกินไป พอพูดจี้เข้าหน่อยเขาก็เริ่มหงุดหงิด เขาอ้างว่าต้องเก็บเงินให้ได้สักสองสามปีก่อน และสั่งไม่ให้เธอเปิดเผยเรื่องความสัมพันธ์ของทั้งคู่กับพ่อแม่
กวนโย่วซวงรู้สึกว่าเรื่องนี้ต้องรีบจัดการให้เสร็จสิ้น
หลังจากปลอบประโลมหลัวเถาฮวาจนเบาใจแล้ว กวนโย่วซวงก็ลากเหลียงอวี้ถิงออกมาข้างนอกแล้วกระซิบถาม
“บ่ายนี้หลิวเผิงเฉิงจะพาเธอไปหัดขี่จักรยานที่ไหน?”
“ฉันยังไม่รู้เลย เขาบอกให้ฉันไปรอที่หน้าสถานีอนามัยตอนบ่ายโมง”
“งั้นเราไปกันเถอะ”
“แล้วเขาล่ะ?” เหลียงอวี้ถิงบุ้ยปากไปทางกู่เอ๋อร์หรง กู่เอ๋อร์หรงเอ่ยขึ้น
“ไม่เป็นไร พวกเธอไปเถอะ เดี๋ยวผมเดินเล่นแถวนี้รอ”
กวนโย่วซวงพยักหน้า เธอไม่อยากทอดทิ้งสามีข้าวใหม่ปลามัน แต่ในสถานการณ์นี้ เหลียงอวี้ถิงได้ก้าวเท้าข้างหนึ่งลงไปในหลุมไฟแล้ว เธอจำเป็นต้องกอบกู้สถานการณ์นี้ให้ได้
เธอจับมือกู่เอ๋อร์หรงไว้พลางเอ่ยเสียงนุ่ม
“งั้นบ่ายสองโมง เรามาเจอกันที่ท้ายหมู่บ้านนะคะ”
*
กวนโย่วซวงจำได้ลางๆ ว่าในนิยายต้นฉบับบรรยายไว้ว่าหลิวเผิงเฉิงมีหน้าตาหล่อเหลาไม่เบา แต่คนตรงหน้านี้กลับทำให้เธอตั้งคำถามตัวโตๆ กับรสนิยมของผู้แต่งเรื่อง
ชายที่สูงไม่ถึงร้อยเจ็ดสิบเซนติเมตร สวมแจ็กเก็ตสีเขียวทหารที่มอมแมม หนวดเคราเฟิ้ม ผมเผ้ามันเยิ้ม ยืนคาบบุหรี่ราคาถูกพิงกำแพงสถานีอนามัยด้วยท่าทางขี้เกียจคร้าน
ชายที่ดูสกปรกจนผู้หญิงส่วนใหญ่ในหมู่บ้านคงไม่อยากแม้แต่จะชายตามอง กลับเป็น ‘พี่เผิง’ คนที่เหลียงอวี้ถิงเฝ้าถวิลหา?
เมื่อรวมกับประสบการณ์ชีวิตอันน้อยนิดของเธอ กวนโย่วซวงยอมรับเลยว่า ความรักนี่มันเป็นเรื่องที่คาดเดาไม่ได้จริงๆ!
ใบหน้าของเหลียงอวี้ถิงเริ่มซับสีแดง เธอเอ่ยกับกวนโย่วซวงด้วยความเขินอาย
“เขามาแล้ว”
กวนโย่วซวงพยักหน้า ก่อนจะก้าวฉับๆ ตรงเข้าไปหาแล้วเปิดฉากถามไม่อ้อมค้อม
“คุณคือหลิวเผิงเฉิงใช่ไหม? อวี้ถิงอายุ 23 แล้ว คุณวางแผนจะแต่งงานกับเธอเมื่อไหร่?”
หลิวเผิงเฉิงชะงักไป ก่อนหน้านี้เขาเคยได้ยินเหลียงอวี้ถิงพูดถึงเพื่อนสนิทที่รักกันเหมือนพี่น้องอย่างกวนโย่วซวง แต่ที่เขาได้ยินมาคือ กวนโย่วซวงเป็นคนหัวอ่อนและมักจะถูกรังแกเสมอ
ไม่นึกเลยว่าเสือกระดาษตัวหนึ่ง จะกล้ามาวางอำนาจต่อหน้าเขา
เมื่อคิดได้ดังนั้น หลิวเผิงเฉิงก็ยิ้มที่มุมปากอย่างดูแคลน “เร็วๆ นี้แหละ”
“งั้นก็ดี สินสอดของอวี้ถิงคือหนึ่งพันหยวน หวังว่าพวกคุณจะรีบเตรียมตัวไว้ อวี้ถิงอายุ 23 แล้ว อย่างช้าที่สุดควรจะจัดงานแต่งให้เสร็จภายในปลายปีนี้”
เหลียงอวี้ถิงยืนอึ้งมองดูกวนโย่วซวงอย่างทำอะไรไม่ถูก
“ทะ...เธอพูดอะไรนะ? หนึ่งพันหยวน? นังนี่แกเป็นใครวะ ถึงมีสิทธิ์มาต่อรองกับฉันแบบนี้?”
“สิทธิ์ที่ฉันมองว่าอวี้ถิงเป็นคนในครอบครัวไง ทำไมล่ะ? แต่งงานไม่คุยเรื่องสินสอดแล้วจะคุยอะไร? คุยเรื่องเปียโนเหรอ? อย่าบอกนะว่าที่จริงแล้วแกไม่เคยคิดจะแต่งงานกับอวี้ถิงเลยน่ะ?”
สีหน้าของหลิวเผิงเฉิงเปลี่ยนไปทันที เขาโยนก้นบุหรี่ทิ้งแล้วใช้เท้าบดขยี้อย่างแรง ดวงตาเต็มไปด้วยโทสะ
“นี่เป็นเรื่องของฉันกับอวี้ถิง อย่ามายุ่ง ไม่งั้นอย่าหาว่าฉันไม่เกรงใจ!”
“อย่าเลยโย่วซวง พี่เผิง อย่าไปถือสาเพื่อนฉันเลยนะ มันแค่พูดเล่นน่ะ”
เหลียงอวี้ถิงพยายามรั้งกวนโย่วซวงไว้ แต่กลับถูกอีกฝ่ายสะบัดออกไปด้านหลัง กวนโย่วซวงเดินเข้าไปใกล้หลิวเผิงเฉิงอีกสองสามก้าวแล้วเอ่ยเสียงเย็น
“ฉันเตือนแกไว้ก่อนนะ เลิกทำตัวเป็นคนเจ้าเล่ห์เพทุบายเสียที อวี้ถิงอาจจะตาไม่ถึงจนมองไม่ออก แต่ฉันมองทะลุหมดแล้วว่าแกมันเป็นคนยังไง”
“แกเป็นบ้าอะไรของแก? ฉันทำอะไรให้?”
“ยังจะตีเนียนอีกเหรอ? ต้องให้ฉันพูดออกมาเลยไหมล่ะว่าแผนชั่วๆ ในหัวแกมันมีอะไรบ้าง? กล้าสาบานไหมว่าวันนี้ที่นัดอวี้ถิงมาหัดขี่จักรยาน แกแค่จะสอนจักรยานจริงๆ? แล้วครั้งก่อนที่ชวนเธอไปดูงิ้วที่หลี่ผิงล่ะ ไปดูงิ้วจริงๆ หรือเปล่า? ลองเอามือทาบอกตัวเองดูซิ? อ้อ ใช่สิ ฉันลืมไป อีกสักพักแกคงจะล่อหลอกให้อวี้ถิงลงใต้ไปทำงานกับแกสินะ?”
หลิวเผิงเฉิงตัวแข็งทื่อ มองกวนโย่วซวงด้วยความตกตะลึง เธอรู้เรื่องนี้ได้ยังไง?
เรื่องนี้แม้แต่พ่อแม่เขายังไม่รู้เลยด้วยซ้ำ!
“ไปทำงานอะไรเหรอ?” เหลียงอวี้ถิงถามอย่างร้อนใจ แต่กวนโย่วซวงยกมือห้ามไว้
“แกไม่ต้องยอมรับก็ได้ ใครจะไปยอมรับล่ะเนอะ ความรู้สึกที่ถูกคนมองทะลุปรุโปร่งมันไม่ค่อยน่ารื่นรมย์เท่าไหร่ใช่ไหมล่ะ”
กวนโย่วซวงยื่นนิ้วไปจิ้มที่ไหล่เขา “เลิกทำตัวเป็นเหลือบไรมารังแกอวี้ถิงได้แล้ว ก่อนจะสายไปกว่านี้”
หลิวเผิงเฉิงปัดแขนกวนโย่วซวงออกด้วยความโกรธจัด แล้วหันหลังเดินหนีไปทันที
“พี่เผิง!” เหลียงอวี้ถิงร้องเรียกจนน้ำตาแทบไหล กวนโย่วซวงดึงตัวเธอไว้
“เห็นหรือยังอวี้ถิง เขาไม่เคยคิดจะแต่งงานกับเธอจริงๆ เขาแค่เล่นสนุกกับเธอเฉยๆ อย่าให้เขาหลอกอีกเลย”
เหลียงอวี้ถิงส่ายหน้าทั้งน้ำตา
“ไม่จริง เขาจะแต่งงานกับฉันในอนาคต เขาบอกว่ารอให้เก็บเงินได้เยอะกว่านี้แล้วจะมาขอฉัน!”
“ถ้าเขาคิดจะแต่งงานกับเธอ เขาต้องวางแผนให้เธออยู่ในอนาคตของเขาด้วย ลองทบทวนดูดีๆ สิ เขาเคยทำแบบนั้นไหม?”
เหลียงอวี้ถิงชะงัก หยุดร้องไห้ไปชั่วขณะ เขา... ไม่เคยทำแบบนั้นเลย สิ่งที่เขาพูดบ่อยที่สุดคือเขารักเธอ อยากมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับเธอ เขาบอกว่าเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นก่อนแต่งงานก็ไม่เห็นเป็นไร ผู้หญิงที่ดีต้องรู้จักเอาใจผู้ชาย
ทุกครั้งที่เธอตื่นเต้นและวาดฝันถึงงานแต่งงาน จะมีลูกกี่คน จะตั้งชื่อลูกว่าอะไร เขาก็มักจะเปลี่ยนเรื่องคุยไปทางอื่นเสมอ ที่แท้... เขาไม่เคยคิดจะแต่งงานกับเธอเลยจริงๆ
ใจของเหลียงอวี้ถิงดิ่งวูบลงไปลึกสุดหยั่งนี่เป็นรักแรกของเธอแท้ๆ... เหลียงอวี้ถิงทรุดตัวลงนั่งยองๆ ที่มุมกำแพง ปิดหน้าร้องไห้โฮ
“เลิกร้องเถอะ นี่เขาเรียกว่าหยุดความเสียหายให้ทันท่วงทีรู้ไหม? ลองคิดดูนะ ถ้าเขาหลอกเอาตัวเธอไปแล้วทิ้ง ไม่แต่งงานด้วย หรือแย่กว่านั้นคือแต่งไปแล้วแต่เขาไม่ได้รักเธอ เขาเห็นเธอเป็นแค่คนใช้หรือเครื่องผลิตลูก เธอจะมีความสุขไหม?”
“ฉันเข้าใจเหตุผลนะ แต่จะให้ทำยังไงล่ะ ฉันตัดใจไม่ได้”
ให้ตายเถอะ นี่มันโดนของชัดๆ รู้อยู่เต็มอกว่าเป็นขยะแต่ก็ยังตัดใจไม่ได้เนี่ยนะ!
ตัดใจไม่ได้กับผีน่ะสิ!
กวนโย่วซวงกอดเหลียงอวี้ถิงไว้ด้วยความเวทนา ปล่อยให้อีกฝ่ายพร่ำเพ้อถึงเรื่องความรักของตนเองโดยที่เธอคอยพยักหน้าหงึกหงักให้ดูเหมือนว่าเข้าใจ
เธอเองก็ไม่เคยอกหัก แต่เห็นในเน็ตบอกว่ามีสองวิธี คือปล่อยให้เวลาเยียวยา หรือไม่ก็หาคนใหม่ แต่นี่เหลียงอวี้ถิงก็อายุมากแล้ว จะให้มาเสียเวลาจมอยู่กับเศษขยะแบบนั้นมันไม่คุ้มเลย
เธอต้องรีบหาหนุ่มหล่อสักสองสามคนมาแนะนำให้เพื่อนรักคนนี้ด่วนๆ กวนโย่วซวงเริ่มค้นหาตัวเลือกที่เหมาะสมในหัว ทันใดนั้น... เธอก็นึกถึงใครบางคนขึ้นมาได้