ตอน 17

บทที่ 17 : ต่อให้เป็นยมบาลตัวเป็นๆ ฉันก็เคยเจอมาแล้ว


เมื่อเห็นว่าโม่หรานไม่ได้ใส่ใจ หลี่กั๋วเฉียงก็ยังพยายามจะเกลี้ยกล่อมต่อ ด้วยความที่เป็นห่วงว่าบ้านหลังนั้นมันอัปมงคลจริงๆ


ทั้งครอบครัวตระกูลจวินหายสาบสูญไปในชั่วข้ามคืน ประตูถูกล็อกตายจากด้านใน แต่คนข้างในกลับหายไปอย่างไร้ร่องรอย ไม่มีความเคลื่อนไหวใดๆ ให้เห็นเลยแม้แต่นิดเดียว ซึ่งมันพิศวงจนน่าขนลุก


ไม่รู้ว่าเริ่มจากที่ใด ในหมู่บ้านเกิดข่าวลือสะพัดว่าบ้านหลังนั้นมีอาคมชั่วร้าย เป็นทางเชื่อมไปสู่นรกขุมลึก และบรรดาลูกหลานเจ้าที่ดินตระกูลจวินต่างถูกผีร้ายลากลงไปในขุมนรกกันหมด พอข่าวลือสยองขวัญนี้แพร่ออกไป ก็ไม่มีชาวบ้านคนไหนกล้าเฉียดกรายเข้าไปใกล้ที่ดินผืนนั้นอีก


ตอนที่กลุ่มยุวปัญญาชนรุ่นแรกมาถึงหมู่บ้าน เขาเองที่ไม่เชื่อเรื่องงมงายจึงเคยจัดสรรให้ยุวปัญญาชนเหล่านั้นเข้าไปพักในบ้านหลังนั้น เพราะตัวบ้านกว้างขวางและมีหลายห้อง ปล่อยทิ้งร้างไว้ก็เสียดายเปล่า

แต่ใครจะไปคิดว่าสหายจือชิงพวกนั้นอยู่ได้คืนเดียวก็ร้องไห้จ้าอยากจะย้ายออก อาจเป็นเพราะมีคนปากเปราะไปเล่าข่าวลือนั่นให้ฟัง พวกเขาจึงเอาแต่ยืนกรานว่าในบ้านมีผี


ยังมีชาวบ้านอีกหลายคนที่ใจกล้าไปลองพักค้างคืนดู ผลสุดท้ายทุกคนก็วิ่งหนีออกมาโวยวายว่าเห็นผีจริงๆ ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ชาวบ้านในหมู่บ้านก็พากันมองว่าบ้านหลังนั้นเป็นอัปมงคลไปเสียหมด


หลี่กั๋วเฉียงกลัวว่าโม่หรานเข้าไปอยู่แล้วจะเจอดีเข้าจริงๆ เขาขยับปากอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงแห้งแล้ง


"สหายโม่ ไม่ลองพิจารณาดูอีกทีหรือ บ้านหลังนั้นมัน... ค่อนข้างมีอาถรรพ์น่ะ"


คำว่า ‘มีอาถรรพ์’ เขาจงใจลดเสียงให้เบาลงราวกับกลัวว่าคนอื่นจะได้ยิน


ช่วงนี้การกวาดล้างเรื่องความเชื่อทางไสยศาสตร์กำลังเข้มงวด หากถูกใครรายงานเข้า ตำแหน่งหัวหน้าทีมผลิตของเขาคงจบสิ้นแน่ หลี่กั๋วเฉียงจึงระมัดระวังเป็นพิเศษ ทำได้เพียงเตือนอ้อมๆ เท่านั้น เรื่องอื่นเขาไม่คิดจะลงรายละเอียด บางคำพูดออกมาจากปากเขาก็ไม่ค่อยดีนัก


เขายังเชื่อเรื่องเหตุการณ์ประหลาดที่เกิดขึ้นกับตระกูลจวินอยู่ลึกๆ และคิดว่าสักพักโม่หรานก็คงจะได้ยินข่าวลือเหล่านี้เข้าเอง


โม่หรานไม่ได้สนใจสิ่งที่หลี่กั๋วเฉียงกังวล สำหรับเธอแล้ว บ้านอิฐบล็อกที่มีลานบ้านกว้างขวางถือว่าน่าพอใจมาก


"หัวหน้าหลี่ ไม่ต้องพิจารณาแล้วค่ะ บ้านอยู่ตรงไหนคะ ฉันอยากไปดูเดี๋ยวนี้เลย อยากจะย้ายเข้าไปอยู่เร็วๆ นี้ค่ะ"


"สหายโม่ เธอจะย้ายไปจริงๆ หรือ ลองคิดดูดีๆ นะ ที่พักยุวปัญญาชนตรงนี้ก็กว้างขวางดีไม่ใช่หรือไง ไม่ย้ายไม่ได้เหรอ!"


เมื่อเห็นว่าโม่หรานตัดสินใจแน่วแน่ หลี่กั๋วเฉียงก็เริ่มปวดหัว เขาไม่อยากให้โม่หรานไปเสี่ยงในบ้านอัปมงคลนั่นจริงๆ


แต่โม่หรานจะยอมฟังได้อย่างไร การย้ายออกไปอยู่ข้างนอกจะทำให้เธอสะดวกต่อการเข้า ‘มิติ’ เพื่อฝึกฝนพลัง เธอต้องรีบเลื่อนระดับไปถึงขั้นก่อลมปราณระดับสามให้ได้เพื่อจะปรุงของขวัญต้อนรับให้คนในครอบครัว ผ่านมาพันปีแล้ว เธออยากแบ่งปันของดีๆ ให้กับทุกคน


"หัวหน้าคะ ฉันไม่อยากเห็นหน้าหลินอี ไม่อย่างนั้นฉันกลัวว่าตัวเองจะเผลอหักคอหล่อนเข้าให้! นึกถึงเรื่องที่หล่อนพยายามทำลายชื่อเสียงฉันแล้วมันก็อดโมโหไม่ได้ ถ้าไม่ย้ายออกไป ฉันกลัวว่าจะคุมอารมณ์ตัวเองไม่อยู่น่ะค่ะ"


โม่หรานแกล้งทำหน้าบึ้งตึงแล้วพูดขู่หลี่กั๋วเฉียงด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด


ได้ผล! พอได้ยินแบบนั้น หลี่กั๋วเฉียงถึงกับมือสั่นรีบพูดแทรกทันที


"ดะ... ได้ๆ ย้ายก็ย้าย! สหายโม่ ใจเย็นๆ ไว้ก่อนนะ เรื่องฆ่าคนน่ะมันต้องรับโทษถึงตายเลยนะ..."


เขาพูดพร้อมกับปาดเหงื่อเย็นบนหน้าผาก


ด้วยแรงมหาศาลของสหายโม่ ถ้าหากเธอเผลอหักคอสหายหลินเข้าจริงๆ หล่อนคงได้ไปเยี่ยมนรกในวินาทีนั้นเลยแน่นอน ยิ่งคิดก็ยิ่งขนลุก หลี่กั๋วเฉียงไม่กล้ารอช้าอีกต่อไป จึงรีบเรียกหลานชายตัวน้อยของตน


"โก้วตั้น มานี่หน่อย!"


โก้วตั้นเป็นหลานชายคนโตของลูกชายคนเล็กของหลี่กั๋วเฉียง อายุหกขวบ ตอนนี้เขากำลังดูสงครามน้ำลายของพวกป้าๆ อย่างสนุกสนาน พอได้ยินเสียงปู่เรียกก็ละสายตาอย่างเสียดายแล้ววิ่งเท้าเปล่าเข้ามา


"ปู่ เรียกผมมีอะไรเหรอครับ?" พูดจบก็ยังไม่วายหันไปมองสงครามน้ำลายต่อจนเผลอหลุดหัวเราะออกมา


หลี่กั๋วเฉียงเห็นท่าทางนั้นก็หน้าดำทะมึนขึ้นมาทันที พวกหญิงปากเสียพวกนั้นกล้าดียังไงมาสอนให้เด็กทำตัวแบบนี้ เห็นทีพรุ่งนี้ต้องสั่งงานหนักๆ ให้พวกนางทำจะได้อยู่เฉยๆ กันบ้าง


"โก้วตั้น เจ้าพาพี่สาวโม่คนนี้ไปที่บ้านหลังที่สวยที่สุดในหมู่บ้านนะ แค่พาไปส่งก็พอ ห้ามเข้าไปในรั้วบ้านเด็ดขาด"


"ปู่ครับ ที่นั่นเป็นที่ที่ทำให้ผมต้องไปเจอท่านยมบาลหรือเปล่า? ตำหนักยมบาลหน้าตาเป็นยังไงครับ สนุกไหม?"


พอได้ยินว่าจะไปบ้านที่สวยที่สุด โก้วตั้นก็ลืมเรื่องสงครามน้ำลายไปเสียสนิท ดวงตาเป็นประกายถามปู่ด้วยความตื่นเต้น หลี่กั๋วเฉียงถึงกับหน้าดำกว่าเดิม


เขาง้างมือตบเข้าที่ศีรษะเด็กน้อยหนึ่งที


"อย่าพูดจาไร้สาระ! ถ้ามีคนได้ยินเข้าเดี๋ยวก็ถูกจับส่งสถานีตำรวจหรอก"


พอได้ยินเรื่องสถานีตำรวจ โก้วตั้นก็หดคอทันที เขาไม่อยากไปที่นั่น ย่าบอกว่าคนที่ถูกจับไปยิงเป้าน่ะมีแต่คนไม่ดี เขาอยากเป็นคนดีนะ


"สหายโม่ เธอได้ยินที่เด็กพูดแล้วใช่ไหม ยังจะย้ายไปที่นั่นจริงๆ เหรอ?"


หลี่กั๋วเฉียงหันไปมองโม่หราน หวังให้เธอเปลี่ยนใจ อย่างน้อยตอนนี้เด็กก็พูดถึงตำหนักยมบาลออกมาแล้ว เธอควรจะรู้ได้แล้วว่าบ้านหลังนั้นมันเฮี้ยนขนาดไหน


โม่หรานยกมุมปากขึ้นยิ้มแล้วพยักหน้า


"ค่ะ หัวหน้า ฉันไม่เคยเชื่อเรื่องงมงายพวกนั้นอยู่แล้ว ฉันไม่กลัวค่ะ ฉันจะเช่าบ้านหลังนี้แหละ"


ในโลกแห่งการบำเพ็ญเซียน เธอเคยเจออะไรมาบ้างแล้ว ต่อให้เป็นยมบาลตัวเป็นๆ เธอก็เคยเจอมาแล้ว เรื่องแค่ตำหนักยมบาลทำไมเธอจะต้องกลัว


เมื่อเห็นว่าเธอตัดสินใจแน่วแน่ หลี่กั๋วเฉียงก็ไม่รู้จะพูดอะไรต่อ เขาหยิบไฟฉายที่คาดเอวออกมาด้วยความหวงแหน


"สหายโม่ ตอนนี้มันมืดแล้ว เธอไปแค่ดูลาดเลาก็พอ อย่าเพิ่งเข้าไปในบ้านเลย พรุ่งนี้ค่อยมาใหม่เถอะ มืดค่ำขนาดนี้จะย้ายเข้าไปก็คงไม่ไหว บ้านหลังนั้นไม่ได้มีคนอยู่มานาน ฝุ่นข้างในคงเขรอะไปหมด"


เขายังคงกังวลอยู่ดี กลัวว่าหลานชายตัวดีจะแอบตามโม่หรานเข้าไปเพราะความอยากรู้อยากเห็น เขาเริ่มนึกเสียใจที่เรียกโก้วตั้นมานำทาง โม่หรานเดาความคิดเขาออก จึงเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย


"ไม่ต้องรบกวนคนนำทางหรอกค่ะ หัวหน้าแค่บอกทางมา ฉันไปเองได้ อีกอย่างคืนนี้ฉันจะย้ายเข้าไปเลย แค่ทำความสะอาดห้องเดียวให้พออยู่ได้ก็เร็วค่ะ ส่วนของอย่างอื่นไว้พรุ่งนี้ฉันค่อยย้ายเอง"


หมู่บ้านหงฉีใหญ่โตมาก ตลอดเดือนที่ผ่านมาโม่หรานมีแต่ลงนาไม่ก็ขึ้นเขา จึงไม่รู้ว่าบ้านที่ว่านั้นอยู่ที่ไหนกันแน่


"ย้ายวันนี้เลยหรือ มันจะไม่รีบไปหน่อยรึ!"


"หัวหน้าคะ หรือว่าหัวหน้ากลัวว่าฉันจะโมโหจัดจนไปจัดการสหายหลินซะคืนนี้เลยล่ะคะ?"


ทันทีที่เธอพูดจบ คิ้วของหลี่กั๋วเฉียงก็กระตุกอย่างแรงจนปวดหัว สหายโม่คนนี้ทำไมพูดจาฆ่าแกงกันบ่อยจัง ช่างรุนแรงเหลือเกิน


เขาไอค่อกแค่กแก้เก้อก่อนจะยื่นไฟฉายไปให้


"ในเมื่อเธอตัดสินใจแล้ว ผมก็ไม่มีอะไรจะพูด รับไฟฉายนี้ไปเถอะ กลางคืนมันมืด จะทำความสะอาดไม่มีไฟฉายลำบากแย่"


"ไม่เป็นไรค่ะ ฉันมีไฟฉายของตัวเอง เดี๋ยวจะกลับไปเอาที่พักยุวปัญญาชนค่ะ หัวหน้าบอกที่อยู่มาเถอะ!"


สำหรับโม่หรานความมืดแค่นี้ไม่ใช่เรื่องใหญ่ อีกอย่างเธอก็ไม่ได้คิดจะนอนในบ้านนั้นจริงๆ อยู่แล้ว มี ‘มิติ’ เป็นของวิเศษติดตัว บ้านหลังนั้นก็แค่ฉากบังหน้าเท่านั้น


โก้วตั้นที่ฟังทั้งสองคนคุยกันตาแป๋ว พอรู้ว่าไม่ต้องนำทางแล้วก็งอแง


"พี่สาวโม่ ผมรู้ทางนะ ผมพาไปเอง!"


เขาพูดจบก็รีบคว้ามือโม่หรานแล้วดึงไปทันที เขาอยากไปดูบ้านอิฐหลังนั้นมานานแล้วแต่ไม่มีผู้ใหญ่ไปเป็นเพื่อน วันนี้มีโอกาสแล้ว เขาต้องไปดูให้เห็นกับตาว่าตำหนักยมบาลเป็นยังไง


ถูกมือเล็กๆ คว้าหมับ โม่หรานชะงักไปเล็กน้อย พอก้มมองดวงตาใสซื่อที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้นของเด็กน้อย เธอก็ระงับความรู้สึกที่จะสะบัดมือออกไว้ได้ เธอไม่ชอบให้คนแปลกหน้ามาสัมผัสตัวแต่เห็นเด็กคนนี้ดูซื่อๆ จริงใจ เธอก็ใจแข็งสะบัดมือออกไม่ลง