ตอน 4

บทที่ 4 : ช่างเป็นโชคลาภอันมหาศาลของนางจริงๆ


เพียงชั่วพริบตาเดียว ชีวิตคนก็ปลิดปลิวไปสองร่าง สมาชิกบ้านหลิวที่เหลืออยู่ห้าคนนอกจากหลิวเหล่าไท่ที่ยังสลบไสลอยู่ ต่างก็ขวัญหนีดีฝ่อจนทำอะไรไม่ถูก


เมื่อตั้งสติได้ครอบครัวของหลิวต้าก็พากันวิ่งหนีเอาตัวรอดด้วยความแตกตื่น ทว่ากลับถูกคนขับรถม้าเตะกลับมาทีละคนอย่างง่ายดายเมื่อเห็นว่าหนทางรอดริบหรี่


หลิวฟู่ก็ทิ้งตัวคุกเข่าลงกระแทกพื้นพร้อมโขกศีรษะขอชีวิตอย่างบ้าคลั่ง


“ต้าหยา... พ่อผิดไปแล้ว เป็นเพราะพ่อถูกผีบังตา พ่อเองก็ไม่ได้อยากทำเช่นนั้น ทั้งหมดเป็นเพราะคำยุยงของนังผู้หญิงแพศยานั่น พ่อสาบานว่าต่อไปจะดูแลเจ้าให้ดี! เสือยังไม่กินลูกตัวเอง ตอนเจ้าเกิดมา แม่เจ้าจะบีบคอเจ้าให้ตาย พ่อยังสู้ตายเพื่อปกป้องเจ้าไว้เลยนะ เจ้าคือลูกสาวของพ่อจริงๆ นะ...”


“พี่... พี่ใหญ่ เป็นเพราะพี่ใหญ่สั่งให้ข้าตีท่านนะ ไม่ใช่เจตนาของข้า ข้าไม่เคยอยากทำร้ายท่านเลย...”


หลิวเอ้อร์เหอร้องไห้สะอึกสะอื้น สิ้นคราบความดุร้ายที่เคยใช้ข่มเหงหลิวต้าหยาไปจนหมดสิ้น


เจียงอินแค่นเสียงเย้ยหยัน


“เลิกมาตีเนียนรับเป็นพ่อใครมั่วๆ เสียที ระวังจะโดนฟ้าผ่าตายเอา ลูกสาวแท้ๆ ของแกไม่ใช่ ‘หงเจี่ยเอ้อร์’ หรอกหรือ?”


ใบหน้าของหลิวฟู่ซีดเผือดราวกับเลือดในกายถูกสูบออกไปจนหมดสิ้น เขาเงยหน้าขึ้นมองเจียงอินด้วยความตื่นตะลึง


“เจ้า... เจ้ารู้เรื่องนี้ได้อย่างไร...”


“นางอยู่ที่ไหน?”


“ไม่! หงเจี่ยเอ้อร์ไม่ใช่ลูกข้า ข้าไม่รู้จักนาง ต้าหยาเจ้าต่างหากที่เป็นลูกสาวของข้า!”


หลิวฟู่ยังคงปฏิเสธเสียงแข็ง พยายามจะใช้ไม้ตายก้นหีบเรื่องความสัมพันธ์ในครอบครัวมาต่อรอง เจียงอินปรายตามองเขาเพียงแวบเดียว คนขับรถม้าก็สะบัดแส้ในมือออกไปทันที แขนข้างหนึ่งของหลิวฟู่ขาดกระเด็นร่วงหล่นลงบนพื้น!


เลือดสดๆ พุ่งทะลัก หลิวฟู่กุมแขนที่ขาดดิ้นพล่านด้วยความเจ็บปวด รอบข้างไม่มีชาวบ้านอพยพคนใดเหลืออยู่แล้ว ต่างพากันวิ่งหนีไปจนหมดสิ้น


“หลิวฟู่ เจ้าอยากลองพยายามนับญาติมั่วๆ ดูอีกสักครั้งไหม?”


“ไม่! ไม่! ข้าบอกแล้ว! คือหงเจี่ยเอ้อร์! นางคือนางมาร... ไม่สิ นางคือพี่สาวข้า!”


หลิวเอ้อร์เหอที่ปกติชอบทำตัวเป็นใหญ่ต่อหน้าพี่สาว ตอนนี้ความกล้าหาญมลายหายไปสิ้น เขาคุกเข่าก้มกราบกับพื้นพร้อมสารภาพเรื่องราวทั้งหมดออกมาจนหมดเปลือก


ย้อนกลับไปเมื่อตอนที่มารดาของหลิวต้าใกล้คลอด มีสตรีผู้สูงศักดิ์ท่านหนึ่งหนีการตามล่ามาหลบซ่อนตัวที่บ้านตระกูลหลิว หลิวเหล่าไท่เห็นนางสวมใส่เครื่องแต่งกายล้ำค่าจึงยอมให้อาศัยอยู่ด้วย


สตรีผู้นั้นตกใจกลัวจนคลอดก่อนกำหนดในวันเดียวกับมารดาของหลิวต้า ทั้งคู่ต่างให้กำเนิดบุตรสาว หลิวเหล่าไท่เกิดความคิดชั่วร้ายขึ้นมา ในตอนนั้นข้างกายสตรีสูงศักดิ์มีเพียงสาวใช้ตัวเล็กๆ ที่ไม่ประสีประสาคนหนึ่งเท่านั้น


หลิวเหล่าไท่จึงฉวยโอกาสสับเปลี่ยนตัวเด็กทารกของทั้งสองบ้านก่อนที่ใครจะได้ทันสังเกตเห็น


“ขอร้องล่ะ อย่าฆ่าข้าเลย ข้ารู้เท่านี้จริงๆ พวกนางไม่เคยบอกว่าผู้หญิงคนนั้นคือใคร ข้าไม่รู้จริงๆ ไว้ชีวิตข้าเถอะ...”


หลิวเอ้อร์เหอเอาแต่นั่งกอดหัวร้องไห้ฟูมฟายด้วยความหวาดกลัว เขาในเวลานี้เต็มไปด้วยความเคียดแค้นย่าตัวเองนัก หากไม่ได้มีการสับเปลี่ยนตัวเกิดขึ้น วันนี้เรื่องราวเลวร้ายทั้งหมดก็คงไม่เกิดขึ้น...


คนขับรถม้าสะบัดแส้อีกครั้งฟาดลงบนตัวหลิวเหล่าไท่ที่เพิ่งฟื้นขึ้นมา รอยแส้ลึกปรากฏขึ้นบนใบหน้าของนางทันที หลิวเหล่าไท่ร้องเสียงหลงกระโดดตัวลอยด้วยความเจ็บปวด และเมื่อเห็นสถานการณ์ตรงหน้า นางก็คุกเข่าลงแทบเท้าทันที น้ำตาไหลนองหน้า


“ท่านผู้สูงส่ง ไว้ชีวิตข้าด้วย ไว้ชีวิตข้าด้วย...”


“หงเจี่ยเอ้อร์อยู่ที่ไหน?”


“ข้าไม่รู้จริงๆ ทุกอย่างนางเป็นคนติดต่อเรามาเอง...”


หลังจากสับเปลี่ยนตัวเด็ก หลิวเหล่าไท่พยายามจะสืบสถานะของฝ่ายนั้น แต่ทว่าเช้าวันถัดมาครอบครัวของสตรีสูงศักดิ์ก็มารับตัวนางกลับไปโดยที่พวกเขายังไม่รู้ด้วยซ้ำว่านางเป็นใคร


แม้จะได้เงินมาสองร้อยตำลึง แต่หลิวเหล่าไท่ก็ยังไม่พอใจเพราะอีกฝ่ายเคยรับปากว่าจะตอบแทนมากกว่านี้ แต่นางกลับหายเข้ากลีบเมฆไปเสียได้


จนกระทั่งเมื่อสามปีก่อน มีจดหมายฉบับหนึ่งส่งมาจากผิงโจว พวกเขาจึงได้รู้ว่าเด็กคนนั้นชื่อ ‘หงเจี่ยเอ้อร์’ พร้อมกับเงินห้าตำลึงที่แนบมา เพื่อยืนยันสถานะของลูกสาวตระกูลหลิวคนนี้ หลังจากนั้นทั้งสองฝ่ายก็ติดต่อกันเป็นระยะ เงินที่ส่งมาก็มีตั้งแต่ห้าถึงสิบตำลึง


จนกระทั่งสามเดือนก่อน หงเจี่ยเอ้อร์ส่งจดหมายมาสั่งให้พวกเขาจัดการกำจัดหลิวต้าหยาเสีย และเป็นรางวัลตอบแทน นางได้ซื้อบ้านไว้ที่ผิงโจวรอให้ครอบครัวตระกูลหลิวย้ายเข้าไปอยู่แล้ว...


ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ตระกูลหลิวไม่เคยรู้ด้วยซ้ำว่าตัวจริงของนางคือใคร แต่ด้วยความที่เห็นแก่เงินจำนวนมาก พวกเขาจึงหลงเชื่อโดยสนิทใจ เพราะไม่คิดว่าจะมีใครยอมเสียเงินมากมายขนาดนี้เพื่อกำจัด 'ตัวถ่วง' อย่างหลิวต้าหยา


ทว่าหลิวเหล่าไท่เสียดายแรงงานของหลิวต้าหยา จึงคิดจะเก็บไว้ใช้งานระหว่างเดินทางอพยพเสียก่อน จนกระทั่งใกล้ถึงเขตผิงโจว พวกเขาจึงตัดสินใจลงมือ


หลิวเหล่าไท่ไม่ได้ยินบทสนทนาก่อนหน้านี้ จึงเข้าใจว่าเจียงอินมาเพื่อแก้แค้นให้หลิวต้าหยาโดยเฉพาะ นางจึงเอาแต่โขกศีรษะขอชีวิตไม่หยุดหย่อน


“ได้โปรดไว้ชีวิตด้วย ข้าแค่ถูกผีบังตา ขอท่านโปรดเมตตาเถิด...”


ลูกสะใภ้ตาย หลานชายคนโตตาย ลูกชายคนรองแขนขาด อีกทั้งยังใกล้ตายเต็มที ในเวลานี้หลิวเหล่าไท่ไม่มีแม้แต่ความกล้าที่จะแสดงความอาฆาตแค้น ความกลัวแล่นพล่านจนแทบขาดใจ


ทว่าก่อนที่นางจะทันพูดจบ แส้ของคนขับรถม้าก็สะบัดเข้าที่คอของหลิวเอ้อร์ ทันใดนั้นศีรษะของเขาก็กลิ้งหลุนๆ เหมือนลูกบอลมาหยุดอยู่แทบเท้าของหลิวเหล่าไท่


เมื่อได้เห็นจุดจบของลูกชายด้วยตาตัวเอง หลิวเหล่าไท่ก็ถึงกับช็อกจนลมหายใจติดขัด ขาดใจตายไปในทันที


เจียงอิน : “...”


ตายไปเสียดื้อๆ ช่างเป็นโชคลาภอันมหาศาลของนางจริงๆ


“ท่านพ่อ!”


“ท่านย่า!”


หลิวเอ้อร์เหอโผเข้ากอดร่างไร้วิญญาณของท่านย่าร้องไห้โฮ ดวงตาเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง หลิวเหล่าไท่ตายไปแล้ว สมาชิกบ้านรองของตระกูลหลิวก็แทบจะไม่เหลือรอด ส่วนครอบครัวของหลิวต้าที่เหลืออยู่สามคนกลับเงียบสนิท ไม่กล้าส่งเสียงใดๆ ออกมาเลย


ครอบครัวบ้านรองไม่ใช่คนดี บ้านใหญ่ของตระกูลหลิวก็ไม่ได้ดีเด่อะไรไปกว่ากัน


หลิวต้าเป็นพวกขี้เหล้า เวลาเมาทีไรก็มักจะระบายอารมณ์ใส่ภรรยาและลูกสาว จนหลิวจางซื่อต้องมีบาดแผลเต็มตัวอยู่บ่อยครั้ง เมื่อถูกซ้อม หลิวจางซื่อที่อัดอั้นตันใจก็จะไประบายความแค้นใส่หลิวต้าหยาแทน


นางมักจะหยิกตีจนร่างกายของเด็กสาวเขียวช้ำไปหมด บางครั้งยังใช้ฟืนร้อนๆ จี้ขาและแขนจนเกิดเป็นรอยแผลเป็น


หลิวจางซื่อเสพติดความสะใจจากการทรมานหลิวต้าหยา ส่วนหลิวชิงชิง แม้จะไม่เคยลงมือเอง แต่ทุกครั้งที่พ่อเมามาย นางมักจะลากหลิวต้าหยาไปไว้ในห้องของพ่อ เพื่อให้เป็นที่รองรับอารมณ์แทนพวกนางแม่ลูก


จะตีใครก็เหมือนกัน ขอแค่ให้พวกนางพ้นจากช่วงที่พ่อเมาอาละวาดไปได้ก็พอ


คนในตระกูลหลิวตั้งแต่บนลงล่าง ไม่มีใครสักคนที่เรียกได้ว่าเป็นมนุษย์ น่าเสียดายที่หลิวชิงชิงหนีตามพ่อค้าผู้มั่งคั่งไปแล้ว ไม่อย่างนั้นวันนี้คงหนีไม่พ้นบทลงโทษ แต่ก็นั่นแหละ... ถึงอย่างไรก็หนีไม่พ้นอยู่ดี


หลิวต้าถูกคนขับรถม้าจับแขวนคอไว้กับต้นไม้แห้ง เสียงแส้ฟาดเนื้อดังสลับกับเสียงกรีดร้องโหยหวนของหลิวต้า ทำให้หลิวจางซื่อและหลิวต้าซู่ที่คุกเข่าอยู่สั่นสะท้านไปด้วยความหวาดกลัว


หลิวจางซื่อคลานกระดึบเข้าไปใกล้เจียงอินพร้อมโขกศีรษะจนเลือดอาบ


“ได้โปรดเมตตาไว้ชีวิตต้าซู่ด้วยเถิด เขาไม่เคยทำอะไรท่าน เขาไม่เคยรังแกท่านเลย ได้โปรดละเว้นเขาด้วยเถิด...”


หลิวจางซื่อรักบุตรชายคนเดียวคนนี้ยิ่งกว่าสิ่งใด นางไม่ร้องขอชีวิตตัวเองอีกแล้ว ขอเพียงแค่เจียงอินยอมปล่อยบุตรชายของนางไปก็พอ บุตรชายของนางไม่เคยทำความผิดอะไรเลยจริงๆ!


“งั้นรึ?”