ตอน 3

บทที่ 3 : สังหารหลิวต้าเหอ


รถม้าคันหนึ่งปรากฏขึ้นอย่างกะทันหัน มันเคลื่อนที่ไปอย่างเนิบช้าคล้ายกับกำลังเดินเล่นยามเย็น ม้าที่ลากรถเป็นม้าพันธุ์ดีสีขาวบริสุทธิ์ไร้ขนสีอื่นเจือปน ดูงดงามราวกับงานศิลปะที่ผ่านการแกะสลักมาอย่างประณีต


คนขับรถม้าสวมชุดคลุมสีดำสนิท ปกปิดร่างกายจนมิดชิด เผยให้เห็นเพียงดวงตาว่างเปล่าคู่นั้นเท่านั้น แม้พื้นถนนจะขรุขระเต็มไปด้วยหลุมบ่อ แต่รถม้ากลับแล่นผ่านไปอย่างราบเรียบราวกับวิ่งอยู่บนพื้นราบเรียบเนียน ไม่มีความสะเทือนแม้แต่น้อย


เหล่าผู้ลี้ภัยที่หิวโหยจนหน้ามืดจ้องมองรถม้าด้วยสายตาเป็นมัน ความนึกคิดของพวกเขาขาดสะบั้นไปนานแล้ว


“ปล้นมัน!”


“ฆ่าม้า! เอาเนื้อมากิน!”


ผู้ลี้ภัยนับสิบคนที่ยังมีเรี่ยวแรงดีอยู่กระโจนเข้าหารถม้าอย่างบ้าคลั่ง หลิวเอ้อร์เหอกำมือแน่น ใบหน้าแดงก่ำด้วยความตื่นเต้นและลมหายใจที่หอบถี่ สายตาของเขาไม่อาจละไปจากรถม้าคันนั้นได้เลย


หากแย่งชิงรถม้านี้มาได้ พวกเขาก็ไม่ต้องเดินเท้าฝ่าอากาศที่หนาวเหน็บจนจะแข็งตายนี้อีกต่อไป ถึงจะยึดรถม้าไม่ได้ อย่างน้อยได้เนื้อมาสักชิ้นก็ยังดี


ตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา พวกเขาแทบจะประทังชีวิตไปวันๆ แค่ให้ไม่อดตายเท่านั้น อย่าว่าแต่เนื้อเลยแค่กินให้อิ่มท้องยังยาก เขาไม่ได้แตะต้องเนื้อสัตว์มานานถึงสามเดือนแล้ว


“ท่านพ่อ เราก็ขึ้นไปแย่งกับเขาด้วยเถอะ!”


หลิวเอ้อร์เหอกระวนกระวายใจ ในตระกูลหลิวมีแรงงานชายฉกรรจ์อยู่หลายคน หากเข้าร่วมก็น่าจะแบ่งของมาได้บ้าง


“อย่าเพิ่งวู่วาม รอดูไปก่อน”


ยังไม่ทันที่หลิวฟู่จะได้พูดอะไร หลิวต้าเหอก็รั้งน้องชายเอาไว้ เขาหรี่ตาลง แววตาฉายประกายเล่ห์เหลี่ยม ไม่เพียงแต่ไม่เข้าไปร่วมวง แต่ยังแอบดึงคนในครอบครัวให้ถอยรั้งไปอยู่ด้านหลัง


เขาเป็นคนเดียวในตระกูลหลิวที่ได้ร่ำเรียนหนังสือ ทุกคนในตระกูลจึงเชื่อฟังเขา ต่อให้จะอยากได้ของจนน้ำลายสอเพียงใด ก็ไม่มีใครกล้าทำอะไรบุ่มบ่าม ตลอดสองเดือนที่หนีตายมาได้ ทุกคนในตระกูลหลิวรอดมาได้ก็เพราะคำวางแผนของหลิวต้าเหอทั้งสิ้น


ทันทีที่พวกเขาแยกตัวออกมาไม่ไกล เสียงร้องโหยหวนก็ดังขึ้นจากกลุ่มคนที่อยู่ด้านหน้า ตามมาด้วยความเงียบสงัดราวกับป่าช้า


หลิวฟู่ชะโงกหน้ามองผ่านกลุ่มคนไป เห็นภาพเบื้องหน้าแล้วเขาก็ถึงกับหน้าถอดสี ร่างกายของผู้ลี้ภัยสามคนนอนกองอยู่ข้างรถม้า ไม่สิ... ต้องเรียกว่า ‘หกท่อน’ ต่างหาก เพราะทุกร่างถูกฟันขาดครึ่งแยกออกจากกันอย่างสยดสยอง เป็นฝีมือของคนขับรถม้าที่ตวัดแส้เข้าใส่!


“อ๊ากกก! คนตาย! มีคนตาย!”


เสียงกรีดร้องดังระงม ผู้คนที่ล้อมรอบรถม้าต่างวิ่งหนีหายไปจนหมดสิ้น หลิวฟู่เองก็หวาดกลัวจนขวัญหนีดีฝ่อ เขากำลังจะหันหลังวิ่งหนี แต่กลับต้องตื่นตะลึงเมื่อพบว่าขาของเขาขยับไม่ได้ ราวกับถูกตอกตรึงไว้กับพื้น


ไม่ใช่แค่เขาแต่ทั้งแปดชีวิตในตระกูลหลิวกลับขยับไม่ได้แม้แต่นิดเดียว รถม้าแล่นเข้ามาอย่างช้าๆ ก่อนจะหยุดลงตรงหน้าพวกเขา...


“คนในครอบครัว ก็ต้องอยู่ด้วยกันอย่างพร้อมเพรียงถึงจะดี”


ม่านรถม้าถูกเลิกขึ้น เจียงอินเท้าคางมองคนตระกูลหลิวด้วยแววตาสนใจใคร่รู้ เมื่อได้ยินน้ำเสียงที่คุ้นเคย หลิวต้าเหอพยายามกดความกลัวลง แล้วมองเข้าไปในรถม้า ดวงตาของเขาหดวูบ


หญิงสาวผู้นี้ ทำไมถึงดูละม้ายคล้ายกับยัยตัวซวยนั่นนัก? หรือจะเป็นคนทางบ้านของยัยนั่นตามมาทวงหนี้? เมื่อคิดถึงความเป็นไปได้นี้ เหงื่อกาฬก็ไหลซึมออกมาเต็มแผ่นหลังของหลิวต้าเหอ


การที่สามารถทำให้คนทั้งตระกูลหลิวขยับไม่ได้แม้แต่นิดเดียว แสดงว่าในรถม้าต้องเป็นยอดฝีมือที่ใช้กำลังภายในแน่ๆ เขาจะปะทะตรงๆ ไม่ได้ หลิวต้าเหอสูดลมหายใจลึก แล้วประสานมือคารวะเจียงอินด้วยความนอบน้อม


“ไม่ทราบว่าแม่นางได้รับความเดือดร้อนจากสิ่งใด โปรดชี้แนะด้วย หลิวผู้นี้พร้อมจะชดใช้ความผิด”


เจียงอินกวาดสายตามองหลิวต้าเหออย่างพินิจพิเคราะห์ แล้วยิ้มตาหยี “เห็นเจ้าแล้ว ข้ารู้สึกยินดีเหลือเกิน”


นางเพิ่งมาถึงโลกนี้ได้ไม่ถึงสองวัน กลับพบชิ้นส่วนเทพอาวุธถึงสองชิ้นและชิ้นหนึ่งในนั้น กำลังสถิตอยู่ในร่างของหลิวต้าเหอคนนี้นี่เอง


เจียงอินยิ้มอย่างใสซื่อหลิวต้าเหอผ่อนคลายลง ใบหน้าเริ่มมีสีเลือดฝาดและมีความมั่นใจขึ้นมาเล็กน้อย


“การที่ทำให้แม่นางมีความสุขได้ นับเป็นบุญของหลิวผู้นี้แล้ว”


หญิงสาวผู้นี้ดูสูงศักดิ์ไม่น้อย แต่ใครจะคิดว่านางจะ... ใจกล้าและไร้ยางอายถึงเพียงนี้ แต่ก็นะ เขาสามารถใช้ความพึงพอใจนี้ให้เป็นประโยชน์ได้ เพียงแต่หญิงสาวที่ไร้ยางอายเช่นนี้ ไม่คู่ควรที่จะให้นำไปเป็นภรรยาเอกหรอก...


“เจ้ามีบุญจริงๆ นั่นแหละ”


ในขณะที่หลิวต้าเหอกำลังเพ้อฝัน พลันนั้นเองคนขับรถม้าก็สะบัดแส้เข้าที่แขนของเขาอย่างแรง เขาก้มมองด้วยความว่างเปล่าก่อนจะตระหนกสุดขีด เมื่อเห็นรอยเลือดซึมออกมาจากหัวไหล่ และในเสี้ยววินาทีต่อมา แขนของเขาก็ร่วงหล่นลงพื้นพร้อมกับเลือดที่พุ่งกระฉูด!


“อ๊ากกก! มือข้า! มือข้า...”


หลิวต้าเหอเพิ่งจะรู้สึกถึงความเจ็บปวดจากการที่แขนขาด เสียงร้องโหยหวนของเขาสร้างความหวาดหวั่นไปถึงขั้วหัวใจของคนรอบข้าง


“ลูกข้า!”


“ต้าหลาง!”


หลิวฟู่และภรรยาร้องลั่น เมื่อพบว่าขาของตนเริ่มขยับได้จึงรีบวิ่งเข้าไปประคองลูกชาย ส่วนหลิวเหล่าไท่ ถึงกับตาเหลือกเป็นลมล้มพับไปทันที


“เจ้าเป็นใครกันแน่! ต้าหลางไปทำอะไรให้เจ้าตอนไหน ทำไมต้องทำร้ายเขา!”


มารดาของหลิวต้าเหอหันมาคำรามใส่เจียงอินด้วยความเคียดแค้น ต้าเหอของนางเป็นถึงบัณฑิต! อนาคตอาจได้เป็นถึงซิ่วไฉ! แต่ตอนนี้มือขวาของเขาขาดสะบั้นไปแล้ว ทุกอย่างจบสิ้นแล้ว!


เจียงอินไม่แม้แต่จะเหลือบแลนาง แต่กลับมองผลงานของคนขับรถม้าด้วยความพึงพอใจ หุ่นเชิดจากเมืองกลไกนี่ใช้ดีจริงๆ รู้งี้ซื้อมาเยอะกว่านี้ก็ดี เฮ้อ


หลังจากหลิวต้าเหอกรีดร้องอยู่ครู่หนึ่ง เจียงอินก็โบกมือ คนขับรถม้าจึงใช้แส้ม้วนร่างของเขาขึ้นไปลอยอยู่กลางอากาศ


“ไม่! อย่าฆ่าข้า ท่านพ่อ ท่านแม่ ช่วยข้าด้วย! ช่วยด้วย! นางเป็นนางมาร! นางมารร้าย!”


เมื่อเผชิญหน้ากับความตาย หลิวต้าเหอก็สิ้นฤทธิ์เดช ความทะนงตนก่อนหน้านี้มลายหายไปสิ้น ใบหน้าขาวซีดราวกับกระดาษ น้ำมูกน้ำตาไหลพราก เขาสมัยก่อนที่ถือดีว่าเรียนมาเพียงไม่กี่ปี ก็ทำตัวเป็นผู้มีอำนาจคอยปั่นหัวผู้อื่น


ทั้งยังทุบตีหลิวต้าหยาจนปางตายแถมยังทำตัวสูงส่งเหมือนเป็นผู้ประทานทานให้นางอีก


“ไม่ต้องกลัว ข้าลงมือเร็วมาก”


“อีกอย่าง ข้าไม่ใช่นางมาร และก่อนหน้านี้พวกเจ้ายังเรียกข้าว่าหลิวต้าหยาอยู่เลยนี่”


ชื่อ ‘หลิวต้าหยา’ หลุดออกมาจากปาก ทุกคนในตระกูลหลิวต่างมีสีหน้าประหนึ่งเห็นผี พวกเขาไม่เชื่อเด็ดขาดว่าคนตรงหน้าคือหลิวต้าหยา


“ไม่... เป็นไปไม่ได้ เจ้าไม่ใช่ยัยตัวซวยนั่น...”


หลิวต้าเหอไม่อยากจะเชื่อว่าหญิงสาวที่ดูสูงศักดิ์ผู้นี้จะเป็นหลิวต้าหยาคนที่ใครๆ ก็สามารถดุด่าทุบตีได้


เจียงอินเพียงแค่ตวัดสายตา คนขับรถม้าก็ตวัดแส้ในมือเข้าใส่ทันที เพียงชั่วพริบตา ร่างของหลิวต้าเหอก็ถูกฟันขาดเป็นสองท่อน ร่างท่อนบนและท่อนล่างร่วงหล่นลงกองกับพื้น เขาดิ้นทุรนทุรายอยู่นานกว่าครึ่งชั่วยามกว่าจะสิ้นใจ


ตระกูลหลิวอึ้งค้างไปกับภาพที่เห็นจนกระทั่งหลิวต้าเหอสิ้นใจตาย


“อ๊ากกก! ต้าหลาง! ต้าหลาง!” มารดาของเขาพุ่งเข้าไปกอดท่อนบนของลูกชายไว้พลางร้องไห้โฮอย่างบ้าคลั่ง


เจียงอินแบมือออกแล้วคว้าจุดแสงสีขาวหม่นจุดหนึ่งไว้ในอุ้งมือ แม้จะถูกจับได้ แต่จุดแสงนั้นยังคงดิ้นรนพยายามจะหนี ชิ้นส่วนเทพอาวุธชิ้นนี้ไม่เหมือนชิ้นก่อนๆ มันเอาแต่จะหนีตลอดเวลา


การจะทำให้นางเชื่องคงต้องค่อยเป็นค่อยไป ไม่นึกเลยว่านี่จะเป็นการปฏิบัติที่ต่างกันระหว่างการช่วยชีวิตกับการฆ่าคน ช่างมีกระดูกสันหลังเสียจริง ดูไปก็ไม่เหมือนทำจากรากบัวเลยสักนิด


ดูท่าคงต้องใช้เวลาฝึกฝนอีกนาน


หลังจากผนึกชิ้นส่วนนั้นลงในมิติเก็บของ เจียงอินก็เห็นมารดาของหลิวต้าเหอคว้ามีดอีโต้จากสัมภาระพุ่งเข้ามาหมายจะฆ่านาง แต่กลับถูกคนขับรถม้าสะบัดแส้ซัดจนกระเด็น นางตะเกียกตะกายลุกขึ้นมาพร้อมกับกระอักเลือดกองโต แต่สายตายังคงจ้องเขม็งมาที่เจียงอิน


“ถ้ารู้ว่าแกจะเป็นตัวซวยแบบนี้ ตอนแกเกิดมาฉันน่าจะบีบคอแกให้ตายซะ!”


“ใช่ๆ ที่เจ้าพูดมาน่ะถูกต้องที่สุด ไม่อย่างนั้นใครจะมาเป็นคนซวยให้เจ้าจัดการล่ะ”


เจียงอินปรบมือให้คนขับรถม้าสะบัดแส้เพียงครั้งเดียว มารดาของหลิวต้าเหอก็เดินตามรอยลูกชายไปในทันที