ตอน 5
บทที่ 5 : รวยขึ้นฉับพลัน ใจยังมั่นดุจขุนเขา
ด้วยยอดซื้อขายชุดนี้ ไม่เพียงแต่เธอจะได้ค่าคอมมิชชันก้อนโตเท่านั้น ยอดขายรวมของเธอยังพุ่งสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดด นี่คือโอกาสที่นานปีจะมีครั้ง การพาชมโครงการครั้งแรกแล้วปิดการขายได้ทันที ไม่นึกเลยว่าจะมาเกิดขึ้นกับตัวเธอ
จากนั้น สวี่เหวินก็ทยอยรูดบัตรชำระค่าบ้านแบ่งเป็นสามรอบ
[คุณใช้จ่ายไป 3.35 ล้าน ได้รับเงินคืน 6.7 ล้าน]
[คุณใช้จ่ายไป 6.7 ล้าน ได้รับเงินคืน 13.4 ล้าน]
[คุณใช้จ่ายไป 8.7 แสน ได้รับเงินคืน 1.74 ล้าน]
ยอดเงินคงเหลือทั้งหมดคือ 14.27 ล้าน
มาถึงจุดนี้ ทรัพย์สินรวมของสวี่เหวินมีทั้งนาฬิกาหรูราคานับล้าน รถยนต์ราคาเฉียดสามล้าน บ้านราคาหลักสิบกว่าล้าน และเงินสดในบัญชีอีก 14.27 ล้าน คนที่มีทรัพย์สินรวมเป็นร้อยล้าน บางทียังอาจไม่มีเงินสดในมือมากถึงขนาดนี้เลยด้วยซ้ำ
ณ ตอนนี้ ในเมืองไห่เฉิงซึ่งเป็นเมืองระดับสาม สวี่เหวินถือได้ว่าเป็นคนรวยอย่างเต็มตัวแล้ว
หัวใจของสวี่เหวินเต้นรัวราวกับกำลังอยู่ในความฝัน ขั้นตอนที่เหลืออย่างภาษีโฉนดหรือกองทุนซ่อมแซม ทางสำนักงานขายจะเป็นผู้จัดการให้ทั้งหมด เขาแค่รอรับบ้านพร้อมอยู่ก็พอ
หลูหย่าถิงวิ่งวุ่นจัดการทุกอย่างด้วยความกระตือรือร้นเป็นพิเศษ สวี่เหวินนั่งพักบนโซฟาของสำนักงานขาย มีพนักงานนำกาแฟสดและขนมหวานมาเสิร์ฟให้ถึงที่โดยไม่คิดเงิน ก็แน่ล่ะ ลูกค้าที่กล้าควักเงินสดจ่ายค่าบ้านหลักสิบล้านแบบไม่กะพริบตาแบบนี้ หาได้ยากยิ่งนัก
สวี่เหวินดื่มด่ำไปกับสายตาที่เต็มไปด้วยความตกตะลึงจากลูกค้าคนอื่นๆ เขาแอบได้ยินเสียงคู่รักที่มาด้วยกัน ฝ่ายหญิงแสดงความไม่พอใจใส่ฝ่ายชายในขณะที่หันมามองเขาด้วยความอิจฉา เขาจิบกาแฟเบาๆ รสชาติขมปร่าที่ปลายลิ้นค่อยๆ เปลี่ยนเป็นความหวานชุ่มคอ
“คุณสวี่คะ ขั้นตอนทั้งหมดเรียบร้อยแล้วค่ะ”
หลูหย่าถิงก้มตัวลงต่ำต่อหน้าสวี่เหวิน พร้อมยื่นแฟ้มเอกสารให้ด้วยสองมือ สวี่เหวินรับมาแล้วพลันนึกถึงกระทู้หนึ่งในแอปฯ ตอบคำถามชื่อดังที่เคยอ่านผ่านตา เขาอยากจะลองเชิงหลูหย่าถิงดูสักหน่อย ความกล้าจึงเพิ่มขึ้นเป็นเท่าทวีคูณ เขาขยับเข้าไปใกล้ข้างหูของเธอแล้วกระซิบ
“ผมมีเรื่องเกี่ยวกับบ้านบางอย่างอยากปรึกษาคุณ คืนนี้คุณพอจะสะดวกไหม?”
“เอ๊ะ!” เธอสะดุ้งเล็กน้อย สีหน้าดูลังเลและลำบากใจ ก่อนจะเผยยิ้มที่ดูสำนึกผิดออกมา
“ต้องขอโทษด้วยจริงๆ ค่ะคุณสวี่ พอดีเย็นนี้แฟนจะมารับน่ะค่ะ เอาเป็นว่าคุณสวี่ว่างตอนกลางวันเมื่อไหร่ เดี๋ยวฉันขออนุญาตเลี้ยงข้าวคุณเป็นการตอบแทนนะคะ?”
สถานการณ์แบบนี้หลูหย่าถิงไม่ใช่ว่าจะไม่เคยเจอ ที่ผ่านมาเธอก็แค่ใช้คำพูดหวานหูบ่ายเบี่ยงไป แต่สำหรับสวี่เหวินที่จ่ายเงินสดซื้อบ้านหลักสิบล้านตั้งแต่วันแรกที่มาดู ลูกค้าระดับนี้เธอไม่กล้าทำให้ขุ่นเคืองใจ จึงจำต้องใช้วิธีประนีประนอมเอาใจไปก่อน
“ล้อเล่นน่ะครับ” สวี่เหวินยิ้มจางๆ ก่อนจะเห็นว่าสีหน้าของหลูหย่าถิงดูไม่เป็นธรรมชาติเอาเสียเลย
สวี่เหวินหยิบแฟ้มเอกสารขึ้นมาเลิกคิ้วเล็กน้อย แล้วเดินออกจากสำนักงานขายไปทันที เมื่อออกมาข้างนอก เขาเช็กข้อความในวีแชท มีทั้งจากเซลล์ขายรถและข้อความที่เพิ่งเด้งเข้ามาเมื่อครู่จากหลูหย่าถิง
“คุณสวี่คะ จริงๆ แล้วคืนมะรืนนี้ฉันว่างค่ะ”
เขาลองกดเข้าไปดูโมเมนต์ในวีแชทของเธอ นอกจากเรื่องงานก็มีแต่การโพสต์รูปคู่หวานแหววกับแฟน พอหันมาดูข้อความที่เธอส่งมาให้เขา สวี่เหวินก็นึกขำในใจ เขาเพียงแค่ส่ายหัวแล้วไม่ได้ตอบกลับอะไรไป
ในวินาทีนั้นเอง เสียงแจ้งเตือนจากระบบก็ดังขึ้นในหัว
[โปรโมชันคืนเงินสองเท่าหมดเขตแล้ว]
[คุณทำภารกิจฝึกหัดสำเร็จ]
[ประเมินผลการซื้อและการใช้จ่าย: ระดับทั่วไป]
[รางวัลภารกิจที่ 1: เงินตกแต่งบ้าน 10 ล้าน (ใช้สำหรับการตกแต่งเท่านั้น)]
[รางวัลภารกิจที่ 2: ผลึกปรับสภาพร่างกาย 1 ผล (สามารถเพิ่มสมรรถภาพทางกายของผู้ครอบครองได้ในระดับหนึ่ง)]
[กำลังเปิดข้อมูลโฮสต์:]
อายุ: 22
ส่วนสูง: 175
ร่างกาย: 70
พละกำลัง: 71
รูปลักษณ์: 70
เสน่ห์: 70
หมายเหตุ: ค่าเสน่ห์ปัจจุบันวัดจากรูปลักษณ์ภายนอกเท่านั้น การแต่งตัวหรือการโชว์ทรัพย์สินไม่ได้ถูกนำมาคำนวณรวม
70 คะแนน ถือว่าอยู่ในเกณฑ์คนทั่วไป สวี่เหวินไม่ได้รู้สึกประหลาดใจอะไร เพราะเขารู้ตัวดีว่าตัวเองเป็นคนแบบไหน แต่นั่นก็เป็นเรื่องของอดีตไปแล้ว
เมื่อเห็นไอคอนรับรางวัลทั้งสอง สวี่เหวินเลือกกดรับผลึกปรับสภาพร่างกายก่อน
ผลไม้ลูกเล็กสีแดงอมเขียวขนาดเท่าหัวแม่มือปรากฏขึ้นในมือ เขาโยนเข้าปากแล้วเคี้ยวสองสามทีมันก็ละลายหายไป ทันใดนั้น กระแสความร้อนสายหนึ่งก็แล่นพล่านไปทั่วร่าง หลังจากนั้นสักพักเขาลองเช็กข้อมูลอีกรอบ
อายุ: 22
ส่วนสูง: 177
ร่างกาย: 75
พละกำลัง: 76
รูปลักษณ์: 75
เสน่ห์: 75
เขาลองหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาส่องดูตัวเอง ผิวพรรณดูดีขึ้น ใบหน้าที่เคยไร้จุดเด่นตอนนี้กลับมีโครงหน้าที่ชัดเจนขึ้น คิ้วที่เคยจางเริ่มเข้มขึ้นดูคล้ายคิ้วกระบี่ แววตาก็ดูมีพลังมากขึ้น ราวกับเป็นการเปลี่ยนแปลงจากภายในสู่ภายนอกจริงๆ อีกทั้งยังรู้สึกได้ว่าพละกำลังและเรี่ยวแรงเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
จากนั้น สวี่เหวินก็หันไปดูรางวัลชิ้นที่สอง
“กดรับเงินตกแต่งบ้าน” สวี่เหวินนึกในใจ
ทันใดนั้นเขาก็ได้รับการแจ้งเตือนจากระบบ:
[วงเงินตกแต่งบ้าน 10 ล้านของคุณโอนเข้าบัญชีเรียบร้อยแล้ว]
ระบบนี่ช่างรู้ใจจริงๆ ไม่อย่างนั้นเขาคงต้องควักกระเป๋าตัวเองมาแต่งบ้านเองอีก นี่ได้เงินก้อนนี้มาแบบฟรีๆ แต่ถึงอย่างนั้น นี่เป็นเงินที่ใช้ได้เฉพาะเจาะจงสำหรับการตกแต่งบ้านของตัวเองเท่านั้น บ้านห้าร้อยตารางเมตรกับงบตกแต่งสิบล้าน?
สวี่เหวินยังนึกภาพไม่ออกเลยว่ามันจะออกมาหรูหราขนาดไหน
“ระบบ เงินตกแต่งนี้รวมทั้งงานโครงสร้างและงานตกแต่งภายในเลยใช่ไหม?” สวี่เหวินถาม
ระบบตอบกลับ : [เงินตกแต่ง 10 ล้าน ครอบคลุมทั้งงานโครงสร้างและงานตกแต่งภายใน]
ถึงจะรวมค่าของตกแต่งแล้ว งบขนาดนี้ก็นับได้ว่าหรูหราที่สุดในบรรดาความหรูหราทั้งปวง ปัจจุบันบริษัทตกแต่งภายในในไห่เฉิงมีปะปนกันมั่วไปหมด ทั้งช่างเถื่อนและพวกนายหน้าหากินง่ายก็เยอะ ที่มีฝีมือจริงๆ นั้นหายากยิ่ง เงินสิบล้านนี้ต้องใช้ให้คุ้มค่า เขาคงต้องเลือกบริษัทให้ดีๆ หน่อย
ท้องฟ้าเริ่มมืดลงใกล้จะค่ำแล้ว ถึงเวลาต้องกลับบ้านเสียที
บ้านของสวี่เหวินตั้งอยู่ในเขตอุตสาหกรรมเก่าทางทิศเหนือของเมือง เป็นบ้านที่สร้างขึ้นเอง เปิดประตูรั้วเข้าไปก็จะเจอลานบ้านสี่เหลี่ยมเล็กๆ และบ้านกระเบื้องเก่าๆ ที่ปลูกเรียงรายกัน
นี่ไม่ใช่บ้านสี่ประสานในเมืองหลวงที่ราคาสูงลิ่ว ไม่ได้มีมูลค่าอะไรนักหรอก
พ่อกับแม่ของเขาต่างเฝ้ารอวันที่รัฐจะมาเวนคืนที่ดินเพื่อจะได้ขยับขยายที่อยู่อาศัย แต่ดูท่าทางคงยังอีกนาน เพราะหากหวังพึ่งแค่เงินเดือนอันน้อยนิดของพวกท่าน ก็คงแทบไม่มีหวัง
สวี่เหวินเรียกแท็กซี่กลับบ้านใช้เวลาแค่ยี่สิบนาที ทันทีที่ก้าวเข้าบ้าน เขาก็ได้ยินเสียงแม่ 'จ้าวอวี้เจิน' และพ่อ 'สวี่เจียง' กำลังนั่งคุยกันเรื่องสัพเพเหระ
“สวี่เหวิน ค่าเทอมเปิดเทอมนี้ยังขาดอยู่เท่าไหร่ล่ะ บอกแม่นะ เดี๋ยวแม่จัดการให้”
เมื่อเห็นลูกชายกลับมา ทั้งคู่ก็เปลี่ยนเรื่องสนทนา สวี่เจียงเอ่ยปากถามขึ้นทันที สวี่เหวินเป็นคนรักอิสระมาโดยตลอด พ่อแม่จึงคุ้นเคยกับการที่เขาชอบหางานพิเศษทำด้วยตัวเอง หากเขายินดีทำ พ่อแม่ก็ย่อมสนับสนุนเต็มที่ แต่ถ้าหากวันใดที่ลูกต้องการความช่วยเหลือ พ่อแม่ก็ไม่เคยลังเลที่จะหยิบยื่นให้
“ค่าเทอมไม่มีปัญหาครับ!”
สวี่เหวินตอบพลางมองดูพ่อกับแม่ที่กำลังกางโบรชัวร์โครงการบ้านใหม่บนโต๊ะน้ำชา เขาลองก้มดูรายละเอียด พบว่าเป็นโครงการแถบชานเมืองฝั่งตะวันออก ทำเลห่างไกลและชื่อผู้พัฒนาโครงการก็ไม่คุ้นหูเอาเสียเลย
“พ่อกับแม่ไปดูบ้านมาอีกแล้วเหรอครับ?” สวี่เหวินพลิกแผ่นพับดูแล้วถาม
พอพูดถึงเรื่องบ้าน สวี่เจียงและภรรยาก็ดูจะหงุดหงิดใจ บ้านที่ไปดูยิ่งนานวันก็ยิ่งไกลเมืองออกไปทุกที เหมือนความฝันที่จะได้ซื้อบ้านใหม่ก็ยิ่งห่างไกลออกไปทุกขณะ
“ใช่แล้ว วันนี้เพิ่งไปตระเวนดูโครงการใหม่แถบฝั่งตะวันออกมา” สวี่เจียงขมวดคิ้ว
“สวี่เหวิน พ่อว่าเงินเก็บเราน้อยไป ถ้าจะไปซื้อบ้านคงยาก พ่อว่าคนหนุ่มสาวต้องกล้าได้กล้าเสีย ถ้าลูกมีความคิดอะไร พ่อมีเงินให้ก้อนหนึ่งเอาไปลงทุนทำธุรกิจเสียเลย ถ้าไม่สำเร็จก็ไม่เป็นไร ถือว่าลงทุนเป็นค่าประสบการณ์ ค่อยว่ากันใหม่ พ่อไม่เสียใจหรอก!”
เมื่อหลายปีก่อน สวี่เจียงและภรรยาเคยค้าขายเล็กๆ น้อยๆ แต่ไม่ประสบความสำเร็จ ดูเหมือนจะเป็นเรื่องที่ฝังใจพวกท่านมาตลอดหลายปี
น้ำเสียงของสวี่เจียงกึ่งเล่นกึ่งจริง แม้แต่คำพูดทำนองนี้เขาก็พูดมาหลายครั้งในช่วงหลังๆ ดูท่าจะไม่ใช่แค่เรื่องล้อเล่นเสียแล้ว แต่มันคือความหวังและความคาดหวังที่มีต่อลูกชายจริงๆ