ตอน 13

บทที่ 13 : เข้าพักที่โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล


ตลอดมื้อค่ำ สวี่เหวินและซุนนาน่าต่างสลับกันพูดคุยถึงรายละเอียดในการเปิดร้านอย่างออกรส


ซุนนาน่าคือมืออาชีพตัวจริง แม้ปัจจุบันเธอจะเป็นเพียงผู้จัดการร้านกาแฟ แต่เธอกลับมีความเชี่ยวชาญในด้านชานมอย่างน่าเหลือเชื่อ ซึ่งเธอกล่าวติดตลกว่า


“รับเงินเดือนทั้งที ก็ต้องทำงานให้คุ้มค่าตัวหน่อย”


“ถ้าเปิดร้านแล้ว ผมจะให้โบนัสก้อนโตกับรุ่นพี่เลยครับ” สวี่เหวินกล่าวชม ซุนนาน่าเบ้ปากเล็กน้อย


“วาดฝันเก่งนักนะพ่อคุณ”


บรรยากาศเริ่มผ่อนคลายและเป็นกันเองมากขึ้น เห็นได้ชัดว่าทั้งสองเริ่มปรับตัวเข้ากับบทบาทใหม่ของกันและกันได้ดี


เริ่มจากเรื่องทำเลที่ตั้ง ปัจจุบันย่านที่คึกคักที่สุดของเมืองไห่เฉิงคือ ‘จัตุรัสหลงเป่า’ สวี่เหวินเคยไปที่นั่นมาบ้างแล้ว ที่นั่นเปิดมานานและตั้งอยู่ใจกลางเมือง รายล้อมไปด้วยโรงเรียนและย่านที่พักอาศัย ผู้คนจึงหนาแน่นตลอดทั้งวัน


แม้ร้านว่างจะหายากแต่หากตั้งใจจริง การเจรจาเซ้งร้านก็มีความเป็นไปได้ ส่วนอุปกรณ์ต่างๆ หลักๆ คือเคาน์เตอร์เตรียมของ, ตู้เย็น, เครื่องทำน้ำแข็ง, เครื่องชงน้ำ, เครื่องจ่ายฟรุกโตส, เครื่องปั่นสมูทตี้, เครื่องกรองน้ำ, หม้อต้มไข่มุก และเครื่องตีฟอง


หากเซ้งร้านที่มีอุปกรณ์พร้อมได้เลยก็จะดีที่สุด แต่ถ้าไม่ไหวก็คงต้องซื้อใหม่ทั้งหมด ส่วนผลิตภัณฑ์หลัก สวี่เหวินไม่ต้องกังวลมากนัก เพราะเขาเน้นคุณภาพแบบเน้นลงมือทำเองทั้งหมด


จึงตกลงกันว่าจะซื้อสูตรลับและใช้แต่วัตถุดิบเกรดพรีเมียม ซึ่งทำให้ต้นทุนต่อแก้วสูงถึงสิบกว่าหยวนแต่สำหรับสวี่เหวินแล้ว การขายแก้วละยี่สิบหยวนถือว่าถูกมาก


เขาตั้งเป้ากำไรไว้เพียงแค่ให้ร้านพอมีรายได้มาหมุนเวียนค่าใช้จ่ายได้ก็พอ ไม่จำเป็นต้องหวังกำไรมหาศาลในช่วงแรก เพราะถือว่าเป็นการลงทุนเริ่มต้น


ด้านบุคลากร สวี่เหวินต้องการพนักงานหญิงหน้าตาดีทั้งหมดและต้องเป็นพนักงานประจำ โดยมีซุนนาน่าเป็นคนดูแลเรื่องการฝึกอบรม ซึ่งเป็นงานถนัดของเธอ ส่วนค่าตอบแทนต้องสูงกว่าค่าเฉลี่ยในตลาดทั่วไป


เรื่องการโปรโมท ในช่วงเปิดร้านเขาเตรียมแผนจ้างอินฟลูเอนเซอร์สายรีวิวร้านดังมาช่วยดึงกระแสไว้แล้วแต่เรื่องนี้ยังไม่รีบ สิ่งสำคัญคือต้องหาทำเลและเริ่มตกแต่งร้านให้เสร็จเสียก่อน ซึ่งหากตกลงกันได้ เขาก็จะยกงานนี้ให้บริษัทตกแต่ง ‘หัวจิ่น’ เป็นคนจัดการ


เมื่อรับประทานอาหารเสร็จ สวี่เหวินก็เรียกพนักงานมาเช็คบิล ด้วยความที่เป็นร้านระดับไฮเอนด์ ยอดรวมของทั้งสองคนจึงอยู่ที่สองพันกว่าหยวน ซึ่งนับว่าสูงไม่น้อยสำหรับเมืองระดับสามอย่างไห่เฉิง


“กลับยังไงล่ะครับ?” สวี่เหวินเก็บใบเสร็จแล้วถามขึ้น


ซุนนาน่ายิ้มกว้างมองสวี่เหวินจ่ายเงิน


“มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าจ้ะ รถติดขนาดนี้ ขี่เจ้าตัวเล็กมาสะดวกสุดแล้ว ว่าแต่เธอเถอะขับรถอะไรมา? คงแพงน่าดูเลยสินะ!”


“ไม่ขนาดนั้นหรอกครับ” สวี่เหวินโบกมือ


“แค่พาหนะที่ใช้เดินทางเท่านั้นเอง” เขาดูเวลาแล้วกล่าวต่อ


“ดึกแล้ว ไปกันเถอะครับรุ่นพี่”


ซุนนาน่าพยักหน้าแล้วคว้ากระเป๋าถือ สวี่เหวินส่งถุงใส่กระเป๋า ‘โค้ช’ คืนให้เธอ คราวนี้เธอไม่ได้ปฏิเสธเหมือนครั้งก่อน ทั้งสองเดินออกจากระเบียง ผ่านระเบียงทางเดินที่สว่างไสวไปด้วยแสงไฟ กลิ่นหอมของอาหารฟุ้งกระจายไปทั่ว


เมื่อผลักประตูร้านออกมา ทั้งคู่ก็หยุดยืนอยู่ข้างพุ่มไม้เลื้อยที่ทางเข้า


“ฝากด้วยนะครับรุ่นพี่”


สวี่เหวินพูดด้วยสีหน้าจริงจัง ร้านชานมเล็กๆ แห่งนี้เกี่ยวข้องกับกระแสเงินสดในเฟสถัดไป ซึ่งถือเป็นเรื่องสำคัญที่สุดในตอนนี้ หากทุกอย่างราบรื่น เงินคืนที่ได้รับในแต่ละวันก็เพียงพอที่จะซื้อรถคันใหม่ได้แล้ว


“วางใจได้เลย ในเมื่อฉันรับปากแล้ว ฉันจะทำมันอย่างสุดความสามารถแน่นอน”


ซุนนาน่าชูกำปั้นขึ้นพร้อมทำเสียง ‘เฮอะ’ แล้วตบไหล่สวี่เหวินเบาๆ


“อย่าดูถูกความใจถึงของพี่สาวคนนี้เชียว!”


สวี่เหวินเจ็บไหล่นิดๆ แต่ในใจกลับรู้สึกมั่นคงขึ้นอย่างบอกไม่ถูก ก่อนจะหัวเราะออกมา หลังจากเอ่ยลา สวี่เหวินก็เดินไปที่รถ สักพักต่อมา รถ Audi R8 ที่เปิดไฟหน้าสว่างจ้าก็แล่นผ่านทางมืดๆ มาหยุดอยู่ตรงหน้าซุนนาน่า


สวี่เหวินลดกระจกลงแล้วชะโงกหน้าออกมา “พี่นาน่า ทำไมยังไม่ไปอีกล่ะครับ?”


“ขอดูรถเธอหน่อยไง! อยากเห็นนักว่าพาหนะธรรมดาๆ ของเศรษฐีมันเป็นยังไง”


ซุนนาน่าแกล้งแหย่ เธอเฝ้ามองรถ R8 ที่มีเงาสะท้อนสีดำดูลึกลับแล่นออกมาจากความมืด ดูยังไงก็รู้ว่าราคาไม่ธรรมดา


“งั้นผมไปก่อนนะครับ ขับรถดีๆ นะ”


สวี่เหวินพูดจบก็ปิดกระจกและขับรถออกไป เสียงเครื่องยนต์คำรามก้องก่อนที่ R8 จะแทรกตัวเข้าสู่กระแสรถและหายลับไป


ซุนนาน่ายังคงยืนอยู่ที่เดิม ก่อนจะหยิบมือถือขึ้นมารับสาย


“ค่ะพี่ ถึงแล้วเหรอคะ? อยู่ตรงไหนนะ? หน้าหัวมุมเหรอ? โอเคค่ะ รอสักครู่นะคะเดี๋ยวเดินไปค่ะ”


เธอกระชับกระเป๋าแล้วรีบกึ่งเดินกึ่งวิ่งไปขึ้นรถบริการเรียกผ่านแอปฯ และจากไปอย่างรวดเร็ว


แถวบ้านของสวี่เหวินไม่มีที่จอดรถส่วนตัว ต้องจอดไว้ข้างทางตลอด เขาคิดว่าหากจะหาสถานที่พักระยะยาวในระหว่างที่รอตกแต่งบ้านใหม่คงจะดีกว่า สวี่เหวินหยิบมือถือขึ้นมาค้นหาละแวกใกล้เคียงแล้วก็ตัดสินใจได้ว่าไปเปิดห้องเช่าระยะยาวที่โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัลดีกว่า


โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัลเป็นเครือโรงแรมหรูระดับไฮเอนด์ ในเมืองระดับหนึ่งถือเป็นโรงแรมระดับพรีเมียม และในไห่เฉิง ที่นี่ก็นับเป็นหนึ่งในโรงแรมที่ดีที่สุด


สวี่เหวินขับรถวนลงไปยังชั้นใต้ดิน ลานจอดรถกว้างขวางสว่างไสวด้วยแสงไฟ ถึงรถของเขาจะดูโดดเด่นสะดุดตาแต่ในที่จอดรถก็ยังมีรถเบนซ์ บีเอ็มดับเบิลยู และปอร์เช่จอดอยู่เต็มไปหมด


เขาแอบเห็นหญิงสาวคนหนึ่งก้าวขาเรียวยาวลงมาจากรถปอร์เช่ด้วยท่าทางเย็นชาและสูงส่ง


สวี่เหวินนำรถ R8 ไปจอดไม่ไกลนัก หญิงสาวคนนั้นชะงักไปเล็กน้อย คลายความเย่อหยิ่งลงพลางเหลือบมองด้วยความอยากรู้อยากเห็นว่าใครเป็นเจ้าของรถคันนี้


นี่คือรถ R8 ราคาตลาดกว่าสองล้านหยวน ซึ่งซื้อรถปอร์เช่ของเธอได้ถึงสองคันเลยทีเดียว


เมื่อเห็นสวี่เหวินก้าวลงจากรถ เธอก็พยักหน้าให้เขาอย่างเป็นมิตรเพื่อตอบสนองความอยากรู้ของตัวเอง ก่อนจะหมุนตัวเดินจากไป สวี่เหวินมองตามแผ่นหลังหญิงสาวผู้สูงส่งคนนั้นไป แล้วหันกลับมาสำรวจตัวเองความหล่อเหลายังถือว่าอยู่ในระดับคนเดินถนนทั่วไป


ดูท่าว่าเขาคงต้องพยายามให้มากกว่านี้ วันไหนที่เขาทั้งดูดี มีสไตล์ และมีเงินมากพอ วันนั้นแหละที่จะเป็นวันที่สาวสวยเย่อหยิ่งพวกนี้ต้องเดินผ่านเขาไม่ได้โดยไม่หันมามอง


เขากดลิฟต์จากลานจอดรถขึ้นไปยังล็อบบี้ทันที ทันทีที่ประตูลิฟต์เปิดออกกลิ่นหอมจางๆ ที่ไม่คุ้นเคยก็โชยมาปะทะจมูก


สิ่งที่เห็นตรงหน้าคือเคาน์เตอร์ต้อนรับสีทองหม่น โคมไฟระย้าทรงแท่งสีทองแดงและบันไดวนที่ทอดตัวขึ้นไปชั้นบน สองข้างทางเต็มไปด้วยบาร์เครื่องดื่มและร้านอาหารหลากหลายสไตล์


ตอนนี้เป็นเวลาสามทุ่ม แขกที่มาเช็คอินมีอยู่ประปราย ทุกคนต่างแต่งตัวดีและเดินด้วยท่าทางสุขุม


เมื่อถึงคิวสวี่เหวิน พนักงานต้อนรับสาวก็ขอให้เขาแสดงบัตรประชาชนด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน สวี่เหวินเหลือบมองประเภทห้องพัก หากเป็นเมื่อก่อน เขาคงคิดหนักเรื่องราคาแต่ในเมื่อตอนนี้มีเงินแล้ว การทำตัวขี้เหนียวก็ดูไม่มีความหมายอะไร


เขาควรหันมาให้ความสำคัญกับการใช้ชีวิตให้คุ้มค่าดีกว่า ที่นี่ไม่มีห้องเพรสซิเดนเชียลสวี่ทแต่มีห้องเอ็กเซ็กคูทีฟสวี่ทและห้องดีลักซ์สวี่ท ซึ่งราคาห้องดีลักซ์สวี่ทอยู่ที่ 3,900 หยวนต่อคืน


นับว่าแพงลิบลิ่วสำหรับเมืองนี้ทีเดียว