ตอน 11
บทที่ 11: อาหารค่ำบนระเบียง
มู่เฟิงเก๋อเป็นคลับสปาและบ่อน้ำพุร้อนส่วนตัวระดับไฮเอนด์ที่ตั้งอยู่ไม่ไกลจากที่นี่ สถานที่แห่งนี้เพียบพร้อมทั้งบริการแช่น้ำแร่ ทำสปา ไปจนถึงพื้นที่รองรับสำหรับการเจรจาธุรกิจและจิบชา
สถาปัตยกรรมของตัวคลับมีความโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ พื้นที่กว้างขวางทว่าเนื่องจากค่าบริการที่สูงลิ่ว ลานจอดรถที่นี่จึงไม่รู้สึกแออัด ยานพาหนะที่จอดเรียงรายล้วนเป็นรถหรูราคาแพง แต่ถึงอย่างนั้น ออดี้ R8 ของสวี่เหวินก็ยังคงโดดเด่นสะดุดตาอยู่ดี
เมื่อมาถึง สวี่เหวินก็ตัดสินใจเปิดบัตรสมาชิกวีไอพีระดับสูงสุดด้วยการเติมเงินเข้าไปหนึ่งแสนหยวนทันที ผู้จัดการสาวในชุดยูนิฟอร์มสีดำจึงเข้ามาต้อนรับขับสู้ด้วยความกระตือรือร้น พร้อมทั้งมอบบริการสปาน้ำพุร้อนระดับท็อปให้เขาฟรีหนึ่งครั้ง
น้ำพุร้อนที่นี่ไม่ใช่แบบรวม แต่เป็นกระท่อมสไตล์ญี่ปุ่นที่มีความเป็นส่วนตัวสูง เมื่อเปิดประตูออกไปก็จะพบกับบ่อน้ำร้อนที่อบอวลไปด้วยไอกรุ่น
สวี่เหวินค่อยๆ หย่อนกายลงแช่ กลิ่นกำมะถันจางๆ ลอยแตะจมูก ไม่นานนัก ร่างกายที่เคยตึงเครียดก็รู้สึกผ่อนคลายลงอย่างถึงที่สุด ตั้งแต่กล้ามเนื้อไปจนถึงมวลกระดูก
หลังจากแช่น้ำเสร็จและแต่งตัวเรียบร้อย ก็มีพนักงานมาเตรียมสปาไว้รอ บนเตียงนวดที่อบอวลด้วยไออุ่น สวี่เหวินนอนคว่ำลงรอไม่นาน สาวน้อยเสียงหวานใสก็เดินเข้ามา
“คุณลูกค้าคะ เดี๋ยวลองดูแรงมือนวดนะคะ ถ้าเจ็บไปหน่อยบอกได้เลยค่ะ~”
“จะสักเท่าไหร่เชียว” สวี่เหวินกล่าวอย่างไม่ใส่ใจ
“ไม่ต้องเกรงใจครับ ผมทนมือทนเท้าอยู่แล้ว นวดเต็มที่เลย”
น้ำมันหอมระเหยกลิ่นธรรมชาติถูกชโลมลงบนแผ่นหลัง ตามด้วยฝ่ามืออันอ่อนนุ่มที่กดลงมา
“อึก... ซี๊ด!”
ความรู้สึกจี๊ดที่แทรกความฟินแล่นพล่านไปทั่วร่าง สวี่เหวินกำหมัดแน่นจนพนักงานสาวอดขำไม่ได้
“เห็นไหมคะว่าอย่าเพิ่งดูถูกกัน ฉันผ่านการฝึกจากอาจารย์มืออาชีพมานะคะ”
เธอกล่าวพร้อมกดลงไปที่จุดชีพจรจุดหนึ่ง ทำเอาสวี่เหวินเหงื่อซึมออกมาทันที
แต่ก็น่าแปลก ยิ่งนวดไปนานเท่าไหร่ ความรู้สึกสบายที่แผ่ซ่านมาจากส่วนลึกของจิตวิญญาณก็เริ่มเข้าครอบงำ ความง่วงงุนจู่โจมจนเหมือนได้เข้าสู่ห้วงนิทราอันยาวนาน
ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ สวี่เหวินจึงค่อยๆ ลืมตาตื่นขึ้นมาอย่างสดชื่น
“คุณหลับลึกมากเลยค่ะ ฉันเลยไม่กล้าปลุก”
หญิงสาวปิดปากหัวเราะเบาๆ เมื่อเห็นหน้าชัดๆ สวี่เหวินจึงเห็นว่าเป็นหญิงสาวรูปร่างผอมเพรียวคนหนึ่ง ไม่น่าเชื่อเลยว่าจะมีแรงนวดได้มากขนาดนี้
เมื่อคิดย้อนกลับไปถึงช่วงที่ต้องทำงานพิเศษจนเหนื่อยล้า บวกกับเหตุการณ์หลังจากได้รับระบบที่ทำให้ชีวิตเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว ความตื่นเต้นในจิตใจทำให้เขาไม่เคยได้พักผ่อนอย่างแท้จริง
แต่ในยามนี้ เมื่อความเหนื่อยล้าถูกชำระล้างออกไป สวี่เหวินก็เริ่มมีท่าทีที่สุขุมเยือกเย็นขึ้น ราวกับเป็นผู้ที่ปล่อยวางและจ้องมองวัฏจักรของโลกด้วยใจสงบ
นี่เป็นเรื่องที่น่าอัศจรรย์ใจ สวี่เหวินรู้สึกว่าตัวเองตัดสินใจไม่ผิดจริงๆ ที่มาที่นี่
เขาล้างคราบน้ำมันออกจากตัวก่อนจะเดินออกมาด้านนอก บริเวณโซนอาหารมีแต่อาหารเกรดพรีเมียม ทั้งเชอร์รี่ สตรอว์เบอร์รีพันธุ์หงเหยียนที่หยิบได้ไม่อั้น รวมไปถึงอาหารทะเลสดใหม่ที่มีเชฟทั้งอาหารจีนและตะวันตกคอยปรุงให้สดๆ
สิ่งที่หาได้ยากที่สุดคือความเงียบสงบในสถานที่แห่งนี้ ไม่มีผู้คนพลุกพล่าน สมกับที่เป็นระดับไฮเอนด์ เพราะแค่ค่าเข้าปกติก็ปาเข้าไป 500 หยวนแล้ว ใครเล่าจะยอมจ่ายเงินหลายร้อยเพียงเพื่อมาแช่น้ำ
สวี่เหวินหยิบผลไม้เล็กน้อยแล้วไปนั่งพักที่มุมหนึ่ง พลางกวาดสายตามองไปรอบๆ เห็นกลุ่มคนสองสามคนกำลังเจรจาธุรกิจพลางจิบชา โดยมีพนักงานสาธิตวิธีการชงชาอยู่ใกล้ๆ ในขณะที่บางคนก็มาพักผ่อนเพียงลำพัง ทุกคนต่างเคารพความเป็นส่วนตัวของกันและกัน
เขาใช้เวลาช่วงบ่ายไปกับการพักผ่อนอย่างเต็มที่ จนเมื่อถึงเวลานัดหมาย สวี่เหวินก็ออกจากมู่เฟิงเก๋อด้วยความกระปรี้กระเปร่า เพื่อมุ่งหน้าไปสู่ภารกิจสำคัญ ซึ่งส่งผลต่อกระแสเงินสดก้อนโตในอนาคต
หกโมงเย็น สวี่เหวินขับรถมาถึงย่านการค้าข้างทะเลสาบหลงหูพื้นที่แห่งนี้ไม่ใหญ่มากนักแต่ตั้งอยู่ติดริมทะเลสาบและเต็มไปด้วยร้านอาหารระดับหรู
สวี่เหวินเลือกร้านอาหารอิตาเลียนที่ติดอันดับต้นๆ อยู่เสมอ ตัวร้านตั้งอยู่บนชั้นสองและมีระเบียงที่สามารถนั่งอาบแสงจันทร์ ชมวิวทะเลสาบหลงหู และรับประทานอาหารไปพร้อมกับเสียงเปียโน ซึ่งถือเป็นจุดนัดเดทในฝันของคู่รักหลายๆ คน
เมื่อเดินผ่านป้ายไฟสะดุดตาและซุ้มประตูที่พันด้วยเถาวัลย์ พนักงานก็เข้ามาต้อนรับเขาอย่างสุภาพ
“ผมจองไว้ครับ” สวี่เหวินบอกข้อมูลการจอง
พนักงานตรวจสอบสักครู่ก่อนจะกล่าวว่า
“ท่านจองที่นั่งโซนระเบียงไว้ เชิญทางนี้ครับ”
พนักงานนำทางเขาสู่อีกชั้นด้วยบันไดสไตล์อิตาเลียน บรรยากาศด้านบนเงียบสงบยิ่งกว่า มีเพียงเสียงเปียโนบรรเลงแผ่วเบา สวี่เหวินลองเงี่ยหูฟังดูเหมือนจะเป็นเพลง 'Mariage d'Amour' ที่บรรเลงสด
เมื่อผลักประตูกระจกออกไป เขาก็ถูกนำมายังโต๊ะที่จองไว้ ระเบียงมีขนาดใหญ่แต่กลับมีจำนวนโต๊ะไม่มากนัก เพื่อรักษาความเป็นส่วนตัวของลูกค้าให้มากที่สุด แต่ละโต๊ะวางห่างกันอย่างเหมาะสม ไม่ไกลออกไปมีบาร์น้ำที่พนักงานสาวในชุดกันเปื้อนสีดำกำลังเตรียมเครื่องดื่มอย่างคล่องแคล่ว
เมื่อนั่งลง สวี่เหวินก็หยิบมือถือส่งข้อความหาซุนนาน่า
“ผมมาถึงแล้วนะ”
“กำลังไปถึงจ้า!!!” ซุนนาน่าส่งอีโมจิกลับมา
“ขอเลขโต๊ะหน่อย” สวี่เหวินส่งเลขโต๊ะให้แล้วนั่งรอพลางชมวิวทะเลสาบ
จากมุมนี้ เขาสามารถมองเห็นอีกฝั่งของทะเลสาบหลงหู เห็นเค้าโครงของตึก 'หลงหูหมายเลข 1' ที่ส่องประกายยามค่ำคืนได้อย่างชัดเจน
สวี่เหวินนึกถึงห้องชุดขนาดใหญ่ที่เขาเพิ่งซื้อไป ซึ่งตั้งอยู่ในตำแหน่งที่ดีที่สุดของทะเลสาบแห่งนี้ อีกไม่นานเขาก็คงได้มานอนอยู่บนโซฟาระเบียงห้อง มองดูวิวเมืองในยามค่ำคืนแบบนี้
“มาถึงเร็วเหมือนกันนะ!”
เสียงของซุนนาน่าดังขึ้นข้างหู สวี่เหวินเงยหน้าขึ้นมอง เธอแต่งหน้าอ่อนๆ สวมแว่นตากรอบดำขนาดเล็กและชุดที่ดูสบายๆ แต่ก็เผยให้เห็นผิวพรรณขาวผ่อง
เธอวางกระเป๋าลงข้างตัวแล้วถามติดตลก
“ทำไมเลือกร้านนี้ล่ะ? เงินเดือนที่เธอได้จากการทำงานพิเศษจะพอจ่ายหรือเปล่าเนี่ย?”
สวี่เหวินยิ้มพร้อมยื่นถุงของขวัญที่เตรียมไว้ออกไป
“ไม่รู้ว่าพี่จะชอบหรือเปล่านะครับ”
ดวงตาของซุนนาน่าเป็นประกาย
“อุ๊ย! นี่มันกระเป๋าโค้ชคอลเลกชันใหม่ล่าสุดเลยนี่นา พี่กะว่าจะต้องอดมื้อกินมื้ออยู่นานกว่าจะซื้อได้”
แต่แล้วเธอก็ชะงักไปก่อนจะรีบส่งของคืน
“มันแพงเกินไปนะ ราคาก็หลายพันอยู่! บอกมาเถอะว่ามีเรื่องอะไรกันแน่ พี่ไม่เชื่อหรอกว่าเธอจะมาจีบพี่ เพราะตอนอยู่ที่ร้านกาแฟไม่เห็นเคยทำแบบนี้เลย”
สวี่เหวินจ้องมองรุ่นพี่ตรงหน้าอย่างพิจารณา เมื่อพ้นจากความเป็นนักศึกษาและสวมแว่นกรอบดำ เธอมีมาดของหญิงสาวที่ดูมั่นใจ ใบหน้าของเธออาจไม่ได้สวยหยาดเยิ้มจนสะกดวิญญาณ แต่ถ้าลองจินตนาการว่าเธออยู่ในชุดลำลองที่บ้าน ก็คงเป็นภาพของแม่ศรีเรือนที่ดีคนหนึ่งเลยทีเดียว
“ไม่ได้หรอกครับ ผมก็อยากจีบพี่นะ แต่พี่คงไม่สนใจผมหรอก” สวี่เหวินหยอกล้อ
“นั่นก็ไม่แน่หรอก พี่ชอบคบเด็กกว่าอยู่แล้ว” ซุนนาน่าใช้มือประคองแก้มพลางหัวเราะอย่างมีเลศนัย
“อีกอย่างนะ ตอนนี้พี่เพิ่งสังเกตเห็น... พ่อรุ่นน้องคนนี้จริงๆ แล้วเป็นคนรวยไม่ใช่เหรอ?”
ซุนนาน่าชี้ไปที่นาฬิกา ‘ไอซ์บลู’ บนข้อมือของสวี่เหวิน
“นาฬิกาเรือนนี้ ดูยังไงก็ราคาไม่ถูกเลยนะ พี่ละแปลกใจจริงๆ ว่าตกลงเธอไปทำงานที่ร้านกาแฟนั่นเพื่อหาเงินเดือนไม่กี่พันจริงๆ เหรอ?”
สวี่เหวินนึกในใจว่า เขาก็มาหาเงินค่าเทอมจริงๆ นะ จะเชื่อไหมล่ะ?
แน่นอนว่าสวี่เหวินเพียงแค่ยิ้มตอบโดยไม่ได้อธิบายอะไรเพิ่มเติม