ตอน 25
บทที่ 25 : การอัปเกรด
【ติ๊ง! เช็คอินสำเร็จ! ได้รับเงินสด 2,000 หยวน โอนเข้ากระเป๋าเงินในระบบเรียบร้อย! ค่าพลังงาน +10 แต้ม!】
【ติ๊ง! นำทางพลังบวกให้ชาวเน็ตจำนวนนับไม่ถ้วน ได้รับผู้ติดตามเพิ่ม 72,556 คน รางวัลค่าพลังงาน +560 แต้ม!】
ยอดเงินคงเหลือในกระเป๋า: 162,433,000 หยวน
ค่าพลังงาน: 2,515 แต้ม
【คำแนะนำที่เป็นมิตร: คะแนนของคุณถึงเกณฑ์สำหรับการอัปเกรดแล้ว ต้องการปลดล็อกสิทธิ์การใช้งานเลยหรือไม่?】
หลินมี่ที่กำลังดีใจกับค่าพลังงานที่เพิ่มขึ้นมาอย่างมากมาย จู่ๆ ก็ต้องนั่งตัวตรงขึ้นมาทันทีเมื่อเห็นข้อความแจ้งเตือนจากระบบ
“ปลดล็อกฟังก์ชันใหม่ได้แล้วงั้นเหรอ?”
หลินมี่ตื่นเต้นมาก ไม่นึกว่าการอัปเกรดจะมาถึงเร็วขนาดนี้ เยี่ยมไปเลย! ตลอดหลายวันที่ผ่านมา เธอสัมผัสได้ถึงประโยชน์ของการ ‘หยั่งรู้ล่วงหน้า’ อย่างถ่องแท้
ทว่าขอบเขตการหยั่งรู้แค่ 3 วันนั้นค่อนข้างจำกัด แม้บางเรื่องเธอจะรู้ผ่าน ‘เหตุการณ์ในกระแส’ แต่ถ้าเหตุการณ์นั้นเกิดมานานแล้ว เธอก็ไม่สามารถเข้าไปมีส่วนร่วมได้
ยิ่งขอบเขตการหยั่งรู้กว้างไกลและยาวนานเท่าไหร่ ทางเลือกของเธอก็จะยิ่งมากขึ้น และสิ่งที่เธอทำได้ก็จะยิ่งขยายวงกว้างออกไปตามลำดับ
“ขอดูก่อนว่า 2,500 แต้ม ปลดล็อกอะไรได้บ้าง…”
หลินมี่ตรวจสอบเงื่อนไขการปลดล็อกอีกครั้ง ตอนนี้เธอมี 2,500 แต้ม สามารถเลือกปลดล็อก ‘กระแสสังคมในพื้นที่’ ล่วงหน้า 15 วัน ซึ่งใช้ 2,000 แต้ม หรือ ‘สถานะล่วงหน้าของเพื่อน’ 3 วัน ซึ่งใช้ 1,000 แต้ม
“...”
เห็นแบบนี้หลินมี่ก็เริ่มลำบากใจ ในเมื่อมีค่าพลังงานอยู่แค่ 2,500 แต้ม ดูเหมือนว่าเงื่อนไขปัจจุบันจะบีบให้เธอต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่งเท่านั้น
“เลือกอันไหนดีนะ?”
การรู้ล่วงหน้าถึงอนาคตของคนใกล้ชิดนั้นสำคัญมากสำหรับเธอ เพราะมันเกี่ยวกับความสุขและความปลอดภัยของทุกคน โลกใบนี้สิ่งที่น่ากลัวที่สุดคือ ‘อุบัติเหตุ’!
ในเมื่อไม่มีใครคาดเดาอุบัติเหตุได้ หากเธอล่วงรู้ก่อน ก็จะช่วยให้พวกเขาหลีกเลี่ยงเคราะห์ร้ายได้ เธอไม่อยากยืนมองคนใกล้ชิดต้องเผชิญกับเรื่องเลวร้าย ทั้งที่ตัวเองมี ‘ความสามารถ’ อยู่ในมือ แต่การปลดล็อก ‘กระแสสังคมล่วงหน้า 15 วัน’ ก็น่าดึงดูดใจไม่แพ้กัน
หลังจากชั่งใจอยู่ครู่หนึ่ง หลินมี่ตัดสินใจเลือกปลดล็อก ‘กระแสสังคมในพื้นที่ล่วงหน้า 15 วัน’ ยิ่งรู้วันเวลาล่วงหน้าได้นานเท่าไหร่ เธอก็ยิ่งทำอะไรได้มากขึ้น และนั่นจะนำไปสู่โอกาสในการเก็บเกี่ยวค่าพลังงานที่เพิ่มขึ้นตามไปด้วย
เมื่อไหร่ที่เธอเก็บค่าพลังงานเพิ่มอีก 500 แต้ม เธอก็จะสามารถปลดล็อกฟังก์ชัน ‘สถานะล่วงหน้าของเพื่อน’ ได้ทันที ไม่นานนัก ข้อมูลในระบบก็อัปเดต
ยอดเงินคงเหลือ: 162,433,000 หยวน
ค่าพลังงาน: 515 แต้ม
“เฮ้อ~ ค่าพลังงานยังน้อยเกินไป ไม่พอใช้เลยสักนิด~ ดูท่าจะต้องขยันทำภารกิจให้มากกว่านี้แล้ว”
เมื่อเห็นค่าพลังงานที่วูบหายไป 2,000 แต้มในพริบตา หลินมี่ก็อดถอนหายใจไม่ได้ เธอรีบเข้าหน้าภารกิจประจำวันเพื่อไปคอมเมนต์โต้ตอบใต้โพสต์วิดีโอที่มีเนื้อหาเชิงบวก ค่าพลังงานจากภารกิจจิ๊บจ๊อยพวกนี้ได้น้อยมาก แค่ 1-3 แต้มเท่านั้น ไม่เกิน 5 แต้มแน่นอน
เทียบกับการเปลี่ยนแปลงกระแสสังคมแล้วถือว่าห่างชั้นกันลิบลับ แต่ถึงจะเป็นเศษเสี้ยว ก็ยังดีกว่าไม่ได้อะไรเลย
หลังจากจัดการภารกิจจนครบ ค่าพลังงานของเธอก็ขยับขึ้นมาเป็น 522 แต้ม ซึ่งภารกิจประจำวันก็ได้เพียงเท่านี้ เมื่อทำครบตามกำหนดก็ไม่มีงานอื่นให้ทำแล้ว
ตอนนี้เวลาใกล้จะ 11 โมงเช้า เหลืออีกชั่วโมงกว่าจะถึงเวลาอาหารกลางวัน
หลินมี่ที่นั่งอยู่ริมหน้าต่างเงยหน้าขึ้นมองออกไปข้างนอก จู่ๆ ก็เห็นย่านการค้าอันคึกคักอยู่ไม่ไกล เธอนึกถึงเหตุการณ์ที่สำนักงานขายเมื่อวานนี้ แล้วก้มลงสำรวจการแต่งกายของตัวเองที่ยังคงเป็นเสื้อยืดกางเกงยีนส์ รองเท้าผ้าใบสีขาว และสะพายกระเป๋าผ้าเหมือนเดิม
สภาพแบบนี้ไม่แปลกใจเลยที่คนอื่นจะดูแคลน เพราะดูยังไงก็ไม่เหมือนคนมีเงิน ต่อให้ไม่ต้องใส่ทองหรือประดับเพชรเต็มตัว แต่อย่างน้อยข้าวของเครื่องใช้บนร่างกายก็ควรจะดูดีมีระดับบ้าง
เขาว่ากันว่า 'จะก้าวออกไปนอกบ้าน ความสง่างามเราต้องสร้างเอง' ต่อไปนี้เธอต้องเผชิญหน้ากับผู้คนหลากหลายรูปแบบและต้องก้าวขึ้นไปสู่จุดที่สูงขึ้น จึงจำเป็นต้องปรับโฉมตัวเองเสียใหม่ คิดแล้วก็ต้องทำ!
หลินมี่รีบเช็กบิลออกจากร้านกาแฟแล้วมุ่งตรงไปยังย่านการค้าทันที ในเมื่อมีเงินแล้ว ก็ไม่มีความจำเป็นต้องทำตัวขัดสนอีกต่อไป ในเมื่อฟ้าประทานโอกาสนี้มาให้ เธอควรจะดื่มด่ำกับชีวิตและเฉิดฉายแสงสว่างของตัวเองออกมาให้เต็มที่
ด้วยเวลาที่มีจำกัด หลินมี่ไม่เสียเวลาเปรียบเทียบราคาตามร้านต่างๆ แต่เดินดิ่งเข้าไปในร้านรวมแบรนด์หรูที่ปกติเธอทำได้แค่ยืนมองจากหน้าต่างกระจก
ทันทีที่ก้าวเข้าไปในร้าน กลิ่นน้ำหอมจางๆ ก็อบอวลไปทั่ว แสงไฟนวลตาสะท้อนกับสินค้าจนดูระยิบระยับ
หลินมี่นึกถึงเงินร้อยล้านในบัญชี ทำให้เธอตั้งตัวตรงอย่างมั่นใจ พยายามทำตัวให้ดูผ่อนคลายที่สุด บรรยากาศในเดือนกันยายนเริ่มมีกลิ่นอายของฤดูใบไม้ร่วง ร้านค้าต่างก็นำสินค้าคอลเลกชันใหม่มาวางจำหน่าย
ตั้งแต่เสื้อโค้ทขนสัตว์ที่ดูสง่างามไปจนถึงเทรนช์โค้ทสุดชิค เสื้อไหมพรมเนื้อดี ไปจนถึงสูทที่ตัดเย็บอย่างประณีต ทุกชิ้นล้วนดูน่าหลงใหล แน่นอนว่ามันยังเต็มไปด้วยกลิ่นอายของเงินตราที่หอมหวน
พนักงานในร้านทักทายด้วยคำว่า 'เชิญเลือกชมได้ค่ะ' แล้วก็หันไปทำธุระของตนต่อ ดูจากท่าทางของพวกเธอแล้ว ดูเหมือนจะชินชากับลูกค้าวัยรุ่นประเภทที่เดินเข้ามาดูเฉยๆ แต่ไม่มีปัญญาซื้อ
เรื่องนี้หลินมี่ไม่ได้เก็บมาใส่ใจ เมื่อเทียบกับการเหยียดหยามตรงๆ ที่สำนักงานขายเมื่อวาน พฤติกรรมแบบนี้ถือว่าดีมากแล้ว ถึงจะไม่กระตือรือร้น แต่ก็ไม่ถึงกับเย็นชาหรือชักสีหน้าใส่ หลินมี่เองก็รู้สึกสบายใจกว่า
เธอเดินวนดูสินค้าบนชั้นวางอย่างเพลิดเพลินโดยไม่วอกแวก ตอนแรกเธอยังรู้สึกเกร็งๆ และติดนิสัยคอยชำเลืองมองป้ายราคา แต่หลังจากย้ำเตือนตัวเองและนึกถึงยอดเงินในบัญชีซ้ำๆ เธอก็สลัดความรู้สึกเหล่านั้นทิ้งไปจนหมด
เธอหยิบหมวกเบเร่ต์ขนสัตว์ขึ้นมา สัมผัสนุ่มนวลละเมียดละไมบนปลายนิ้ว ความโค้งของปีกหมวกพอดีเป๊ะ ช่วยเสริมให้รูปหน้าดูเรียวและเพิ่มความดูดีมีความรู้ให้กับลุคของเธอ
เธอยังหยิบแว่นกันแดดทรงแคทอายขึ้นมาสวมใส่ เมื่อมองผ่านเลนส์ แววตาของเธอก็ดูลึกซึ้งและมั่นใจขึ้นมาทันที
เธอแย้มยิ้มกับกระจกด้วยความพึงพอใจแล้วหันไปบอกพนักงาน
"สวัสดีค่ะ รบกวนช่วยห่อให้ด้วยนะคะ!"
"เอ๊ะ?"
เมื่อได้ยินดังนั้น พนักงานสองคนก็ตกใจอย่างเห็นได้ชัด พวกเธอมองหน้ากันก่อนจะรีบเดินเข้ามาบริการอย่างกระตือรือร้นทันที หลินมี่ไม่พูดพร่ำทำเพลง เธอโฟกัสกับการเลือกเสื้อผ้าให้ตัวเอง
เธอสะดุดตาเข้ากับเสื้อเชิ้ตผ้าไหมสีขาวครีมดีไซน์เก๋และกางเกงทรงกระบอกเอวสูง เนื้อผ้าพริ้วไหวสะท้อนแสงไฟเป็นประกายเบาๆ การตัดเย็บที่เฉียบคมช่วยเน้นรูปร่างของผู้หญิงให้ดูสมบูรณ์แบบ
ชุดนี้ทั้งช่วยส่งเสริมรูปร่างและให้ลุคที่ดูทันสมัยและภูมิฐาน ซึ่งเป็นสไตล์ที่เธอชอบ จากนั้นเธอยังเลือกเสื้อคาร์ดิแกนถักสีเทาอ่อน เนื้อผ้านุ่มละมุนผิว มาพร้อมกระดุมมุก ที่ดูอบอุ่นแต่ยังคงความทันสมัยไว้
"ทั้งหมดนี้ รบกวนช่วยห่อให้ด้วยนะคะ"
พนักงานรีบจัดหาไซส์ให้เธออย่างระมัดระวัง หลินมี่แทบไม่ได้ชายตามองป้ายราคาเลยด้วยซ้ำ ตัดสินใจซื้ออย่างเด็ดขาด!