ตอน 24
บทที่ 24 : โดนชาวเน็ตถล่ม?
หัวใจของหลินมี่กระตุกวูบ นี่คงเป็นแท่นฝนหมึกมูลค่าสามล้านหยวนที่ว่าสินะ วินาทีนี้เธอถึงได้เข้าใจเสียทีว่าทำไมแท่นฝนหมึกชิ้นนี้ถึงไม่มีใครสนใจ มันดูธรรมดาเสียจนน่าเหลือเชื่อจริงๆ
หากเธอไม่มี ‘ระบบร่ำรวยทางลัด’ ต่อให้มีคนหยิบแท่นฝนหมึกนี้มาวางตรงหน้า เธอคงดูไม่ออกแน่ๆ ว่ามันมีค่ามหาศาลเพียงใด
เธอหยิบแท่นฝนหมึกขึ้นมาอย่างระมัดระวัง พลางแสร้งทำเป็นถามด้วยน้ำเสียงไม่ใส่ใจ
“เถ้าแก่คะ แท่นฝนหมึกนี่มีที่มาที่ไปยังไงหรือเปล่าคะ? ดูเก่าเชียว แถมยังมีคราบเหงื่อไคลจับเต็มไปหมด คุณแน่ใจนะว่านี่ไม่ใช่ของไร้ค่าที่ไปขุดมาจากไหน?”
“โธ่! แม่หนู พูดจาแบบนี้ได้ยังไงกัน ร้านเราไม่มีทางขายของปลอมหรอกนะ แท่นฝนหมึกชิ้นนี้แม้จะดูไม่ออกว่ายุคไหนชัดเจน แต่มันก็มีอายุอานามของมันอยู่ ถ้าหนูชอบ พันหยวนก็เอาไปเลย”
เมื่อได้ยินคำพูดของหลินมี่ เถ้าแก่ที่อยู่อีกฝั่งก็รีบเดินเข้ามาอธิบายทันที ใบหน้าแสดงความเจ็บปวดราวกับว่าเขาได้มอบส่วนลดครั้งใหญ่ที่สุดในชีวิตไปแล้ว และดูเหมือนว่าหากหลินมี่ต่อรองราคาอีกคำหนึ่ง เขาคงจะใจสลายแน่ๆ
“พันหยวน? แพงจังเลยค่ะ ลดอีกหน่อยไม่ได้เหรอคะ นี่ก็เงินค่าขนมที่ที่บ้านให้มาทั้งนั้นเลยนะ”
หลินมี่แสร้งตีหน้าเศร้าต่อรองราคา เมื่อเทียบกับมูลค่าที่แท้จริงของแท่นฝนหมึกแล้ว เงินพันหยวนนับว่าเป็นแค่เศษเงิน แต่เธอก็ไม่สามารถแสดงออกให้ดูง่ายเกินไปได้
เห็นดังนั้น เถ้าแก่ก็ถอนหายใจพลางโบกมืออย่างจนใจ
“แม่หนู ราคานี้ก็ถูกมากแล้วนะ ของในร้านมันล้นสต็อก พ่อถึงอยากรีบปล่อยของเก่าๆ ออกบ้าง ถ้าหนูอยากได้จริงๆ งั้นเอาไปเลย 888 เป็นไง? เลขสวย เลขมงคล รวย รวย รวย!”
“...”
มุมปากของหลินมี่กระตุกเบาๆ เถ้าแก่คนนี้ช่างถือเรื่องเคล็ดลับเสียจริง จริงๆ แล้วต่อให้เขาไม่ลดราคาให้ เธอก็ซื้ออยู่ดี เพราะอย่างไรเสีย เธอก็เป็นฝ่ายได้กำไรมหาศาลไปแล้ว
ในที่สุด หลินมี่ก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาสแกนจ่ายเงิน ก่อนจะถือห่อแท่นฝนหมึกที่ห่อไว้อย่างเรียบง่ายเดินออกจากร้าน เมื่อก้าวพ้นจากร้าน ‘หยาอวิ๋นไจ’ หลินมี่ก็ถอนหายใจยาวออกมาด้วยความโล่งอก แล้วเก็บแท่นฝนหมึกใส่กระเป๋าอย่างเบามือ
ปัจจุบันเธอไม่ได้ขัดสนเรื่องเงิน จึงยังไม่รีบร้อนที่จะขายมันทิ้ง แต่เธอก็ยังต้องหาผู้เชี่ยวชาญมาช่วยตรวจสอบให้แน่ชัดเสียก่อน หากได้ใบรับรองมาด้วยก็จะยิ่งดีมาก ในอนาคตจะได้จัดการกับมันได้ง่ายขึ้น
**
เมื่อธุระเสร็จสิ้น เวลาเพิ่งจะสิบโมงเช้าเท่านั้น ในเมื่อหลินมี่นัดทางศูนย์ขายบ้านไว้ช่วงบ่าย ระหว่างที่ยังพอมีเวลา เธอจึงหาคาเฟ่เงียบๆ นั่งพัก
ตั้งแต่เช้าเธอก็มัวแต่วิ่งวุ่นหาของสะสมจนลืมเช็กภารกิจประจำวันของระบบไปเสียสนิท
“เกิดอะไรขึ้นเนี่ย?”
เมื่อเห็นเลขแจ้งเตือนสีแดง ‘99+’ ปรากฏขึ้นบนแถบข้อความ หลินมี่ก็ถึงกับอึ้งไป
เกิดอะไรขึ้น? ทำไมข้อความถึงทะลักแบบนี้?
“คนโนเนมอย่างฉัน ทำไมจู่ๆ ถึงมีข้อความถล่มเข้ามาขนาดนี้? อย่าบอกนะว่า... ฉันกำลังโดนชาวเน็ตถล่ม? ฉันไปทำอะไรตอนไหนกัน?”
หัวใจของหลินมี่เต้นรัวด้วยความตื่นตระหนก เธอใช้นิ้วสั่นๆ กดเข้าไปที่ช่อง ‘ข้อความโต้ตอบ’ เมื่อเห็นจุดสีแดงเรียงรายเต็มหน้าจอ เธอก็อดกลืนน้ำลายลงคอไม่ได้
“เอ๊ะ? พี่สาวคนนี้สวยจัง!”
“@ชิวชิว นี่ใช่คนนั้นหรือเปล่า?”
“พระเจ้า! พี่สาวสวยกว่าในกล้องวงจรปิดอีก!”
“นี่นางฟ้าชัดๆ!”
“พี่สาวดูเหมือนนักศึกษาเลย คุณกล้าหาญมากจริงๆ ต้องขอชื่นชมเลยค่ะ”
“วีรสตรี! ยกนิ้วให้เลย!”
“อาาา~ นางฟ้าของฉัน รักนะคะ~”
หลินมี่ขมวดคิ้วอ่านข้อความไปไม่กี่บรรทัด เนื้อหาเหล่านั้นทำให้เธองุนงงเป็นที่สุด
เธอลองเลื่อนอ่านดูเร็วๆ ก็พบว่าคอมเมนต์ส่วนใหญ่เป็นคำชมเสียมากกว่า แถมยังมีแจ้งเตือนคนกดติดตาม และข้อความกดไลก์วิดีโอที่เธอเคยโพสต์ไว้ก่อนหน้านี้ด้วย
“ฟู่~ ตกใจแทบแย่ นึกว่าโดนถล่มเสียแล้ว”
หลินมี่ยกมือขึ้นลูบหน้าอกตัวเองเบาๆ เพื่อปลอบใจตัวเอง ใครจะไปรู้ว่าการเห็นแจ้งเตือนพุ่งขึ้นมหาศาลแบบนี้มันชวนให้ใจหายแค่ไหน
ปกติวิดีโอที่เธอโพสต์มีคนดูเต็มที่ก็แค่สองร้อยวิว เธอจะเคยผ่านประสบการณ์บัญชีระเบิดได้ที่ไหนกันล่ะ สัญชาตญาณแรกเลยคิดไปไกลว่าโดนขุดคุ้ยประวัติเข้าแล้ว หลังจากตั้งสติได้ หลินมี่ก็เริ่มอ่านเนื้อหาอย่างละเอียด
เพียงไม่กี่นาที เธอก็เข้าใจสถานการณ์ทั้งหมด คนเหล่านี้ตามมาจากวิดีโอที่เป็นกระแส ซึ่งเป็นภาพเหตุการณ์ขณะที่เธออยู่ในทางเดินและห้องประชุมของโรงแรม ‘สตาร์ไชน์ อินเตอร์เนชั่นแนล’ คอยเตือนให้คนรีบอพยพออกไป
แม้ภาพในวิดีโอจะไม่ชัดนัก แต่ก็มีบางช่วงที่เห็นใบหน้าของเธอชัดเจน
ในคลิปยังมีภาพผู้จัดการโรงแรมที่กล่าวซ้ำๆ ว่าอยากจะขอบคุณผู้มีพระคุณที่ช่วยชีวิตผู้คนไว้นับไม่ถ้วน และหวังว่าหากเจ้าตัวเห็นวิดีโอนี้ โปรดติดต่อกลับมา
เพราะเมื่อวานสถานการณ์ในที่เกิดเหตุวุ่นวายมาก พนักงานทุกคนต่างมุ่งเน้นไปที่การช่วยเหลือและดูแลแขก จึงไม่มีเวลามาไล่เรียงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ส่วนหลินมี่ หลังจากแน่ใจในผลสรุปของเหตุการณ์แล้ว เธอก็รีบกลับออกไปทันทีโดยไม่ได้ทิ้งข้อมูลติดต่ออะไรไว้เลย
ทางโรงแรมเพิ่งจะมาทราบเรื่องหลังจากได้รับข้อความจากแขกจำนวนมากที่เข้ามาขอบคุณ จึงได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดย้อนหลัง และนำไปสู่การโพสต์วิดีโอตามหาตัวในที่สุด
ที่วิดีโอนี้กลายเป็นกระแสเพราะทางโรงแรมได้เปิดโพสต์ตามหา ‘วีรสตรีผู้ช่วยชีวิต’ อย่างเป็นทางการบนอินเทอร์เน็ต พร้อมแนบคลิปจากกล้องวงจรปิดและเขียนบรรยายเรื่องราวอย่างซาบซึ้งใจ ทำให้ภายในเวลาไม่ถึงครึ่งวันมันก็พุ่งขึ้นสู่เทรนด์ฮิต
ชาวเน็ตผู้เปี่ยมไปด้วยความหวังดีและเต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็นจึงพากันเข้าร่วมปฏิบัติการตามหาตัวทันที ยอดฝีมือมักอยู่ในหมู่ประชาชน ชาวเน็ตต่างก็โชว์สกิลขั้นเทพจนในที่สุดก็งัดเอาตัวเธอออกมาจากโลกออนไลน์ได้สำเร็จ!
ต้องยอมรับเลยว่าชาวเน็ตพวกนี้เก่งกาจจริงๆ
บัญชี ‘โต่วอิน’ ของเธอโพสต์วิดีโอไปแค่สิบกว่าคลิป และมีแค่สองคลิปเท่านั้นที่เธอเผยใบหน้า แต่แค่นี้ก็ยังถูกชาวเน็ตระบุตัวตนได้แม่นยำขนาดนี้ เธออดไม่ได้ที่จะยอมใจ
“นี่คือการดังชั่วข้ามคืนเหรอเนี่ย?”
จากเดิมที่มีผู้ติดตามเพียง 117 คน หลังจากกระแสนี้ ทำให้ผู้ติดตามของเธอพุ่งทะลุไปถึงเจ็ดหมื่นคน!
หลินมี่อดอมยิ้มไม่ได้ ไม่นึกเลยว่าเรื่องราวจะพัฒนาไปในทิศทางนี้ ซึ่งถือเป็นโชคดีแบบไม่คาดฝันสำหรับเธอ
ในเมื่อ ‘ระบบร่ำรวยทางลัด’ ต้องการความนิยมเพื่อแลกเป็นค่าพลังงาน เดิมทีเธอยังคิดอยู่เลยว่าจะอาศัยแค่การคอมเมนต์หรือกดไลก์เพิ่มค่าพลังงาน แต่หลังจากทดลองมาสองสามวันกลับพบว่าประสิทธิภาพมันต่ำเกินไป
ไม่คิดเลยว่าภารกิจกู้ชีพเมื่อวานจะมอบผลพลอยได้ที่ยอดเยี่ยมเช่นนี้มาให้ ในเมื่อมีคนสนใจมากขนาดนี้ ค่าพลังงานของเธอคงพุ่งทะยานตามไปด้วยสินะ?
ส่วนจะดังหรือไม่นั้น เธอไม่ได้ให้ความสำคัญเท่าไหร่ ความฝันของเธอไม่ใช่การเป็นอินฟลูเอนเซอร์!
แต่ถ้าการได้รับความนิยมแบบวูบวาบจะช่วยให้เธอได้ค่าพลังงานเพิ่มขึ้นมาบ้าง ก็นับว่าไม่เลวเลย
“วันนี้เป็นวันที่ดีจริงๆ เลย~”
ช่วงเช้าเพิ่งได้แท่นฝนหมึกมูลค่าสามล้านหยวนมาครอง ตอนนี้ยังมาเก็บเกี่ยวค่าพลังงานจากความนิยมได้อีก หลินมี่หน้าบานเป็นจานเชิง เธอกดเข้าหน้าต่างระบบอย่างอารมณ์ดี เตรียมทำภารกิจเช็กอินประจำวัน
เมื่อเสียงแจ้งเตือนที่คุ้นเคยดังขึ้น ยอดเงินคงเหลือในบัญชีก็ดีดตัวขึ้นอีกครั้ง เมื่อเห็นเลขศูนย์ที่เพิ่มขึ้นต่อท้ายตัวเลข หลินมี่ก็หุบยิ้มไม่ลง หนึ่งร้อยหกสิบล้านหยวนจริงๆ ด้วย!
ในที่สุดเธอก็กลายเป็นคนที่มีเป้าหมายเล็กๆ (หนึ่งร้อยล้านหยวน) เป็นของตัวเองแล้ว!