ตอน 11
บทที่ 11 : หนึ่งล้านแปดแสน!
“สุดยอดไปเลย!”
หลินมี่กำหมัดชูขึ้นด้วยความตื่นเต้น ก่อนจะหยุดคิดทบทวนอีกครั้ง ในแอปพลิเคชันระบบระบุเพียงว่า ‘เฟิงหัวเทคโนโลยี’ จะพุ่งชนเพดานราคา แต่ไม่ได้บอกว่าจะพุ่งต่อเนื่องหลายวัน อีกทั้งในอนาคตที่ปรากฏในแอปฯ ก็ไม่ได้มีข่าวว่าหุ้นตัวนี้จะพุ่งแรงอีกเป็นครั้งที่สอง
ดังนั้นเพื่อความรอบคอบและเพื่อนำเงินกลับมาหมุนเวียนให้ทันช่วง 'เติบโตสิบเท่า' ในเวลาเที่ยงคืน เธอจึงตัดสินใจเทขายหุ้นทั้งหมดในมือเสียตอนนี้ ต่อให้พรุ่งนี้ราคาจะพุ่งขึ้นอีก กำไรที่ได้ก็คงไม่เท่ากับพลังของการ 'เติบโตสิบเท่า' ในคืนเดียวของระบบอยู่ดี
หลินมี่รู้ดีว่าเลือกทางไหนถึงจะคุ้มค่ากว่ากัน
เธอตัดสินใจเทขายหุ้นในพอร์ตจนหมดเกลี้ยง แม้กระทั่งแคปหน้าจอลงในแอปฯ โต่วอิน พร้อมเขียนข้อความเตือนทุกคนให้รีบขายทำกำไรเสียก่อนที่จะขาดทุน ส่วนใครจะเชื่อหรือไม่นั้น ก็สุดแล้วแต่บุญกรรม
“ก้าวแรก สำเร็จอย่างสมบูรณ์แบบ!”
เมื่อเรื่องหุ้นจบลง หลินมี่ก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก จากนั้นจึงโอนเงินทั้งหมดหนึ่งแสนแปดหมื่นหยวนในบัญชีเข้าสู่ ‘กระเป๋าเงิน’ ของระบบ เพื่อรอการเพิ่มมูลค่าอัตโนมัติหลังเที่ยงคืน
ด้วยประสบการณ์จากครั้งก่อน คืนนี้เธอจึงไม่ต้องคอยจ้องหน้าจอโทรศัพท์เพื่อรออัปเดต เพราะตัว ‘ระบบ’ อยู่ในโทรศัพท์ของเธออยู่แล้ว มันหนีไปไหนไม่ได้หรอก
**
เช้าวันรุ่งขึ้น วันที่ 18 กันยายน
หลังทานมื้อเช้า หลินมี่เปิดแอปฯ ตลาดหุ้นขึ้นมาดูเป็นอันดับแรก ผลปรากฏว่าเป็นไปตามที่ ‘นิ้วทองคำ’ ของเธอคาดการณ์ไว้ ราคาหุ้นเฟิงหัวเทคโนโลยีพุ่งขึ้นอย่างหนักในช่วงท้ายตลาดและปิดที่เพดานราคาอย่างแน่นหนา โดยไม่มีทีท่าว่าจะขยับขึ้นไปได้อีก
ส่วนในแอปฯ ‘ร่ำรวยทางลัด’ โพสต์คำทำนายสุดแม่นของเธอก็เรียกยอดไลก์และคอมเมนต์ได้มากมาย ทำให้ค่าพลังงานเพิ่มขึ้นอีกยี่สิบกว่าแต้ม ส่งผลให้ค่าพลังงานรวมทะลุหนึ่งร้อยแต้มเป็นที่เรียบร้อย!
“เยี่ยม! พลังของอิทธิพลนี่แหละคือหัวใจสำคัญจริงๆ”
หลินมี่มองแถบพลังงานอย่างพึงพอใจ อีกไม่นานเธอก็จะได้ปลดล็อกสิทธิ์ในการพยากรณ์ให้มากขึ้นแล้ว
เหตุการณ์ในช่วงสองวันนี้ช่วยสร้างความมั่นใจให้เธอได้อย่างมหาศาล ขั้นต่อไปคือการสะสมเงินต้นและเก็บเกี่ยวค่าพลังงานเพื่อปลดล็อกฟังก์ชันใหม่ๆ ต่อไป
หลินมี่เปิดภารกิจประจำวันด้วยความอารมณ์ดี
【ติ๊ง! เช็กอินสำเร็จ! ได้รับเงินสด 2,000 หยวน โอนเข้ากระเป๋าเงินระบบของคุณแล้ว! ค่าพลังงาน +10 แต้ม!】
ยอดเงินคงเหลือในกระเป๋าเงินระบบ : 1,824,110 หยวน
ค่าพลังงาน : 122 + 10 = 132 แต้ม
(⊙ω⊙`)!
“หะ...หนึ่งล้านแปดแสน?”
เมื่อเห็นตัวเลขยาวเหยียดในบัญชี หลินมี่เบิกตากว้างจนกลมโต เธอกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ แม้จะคาดการณ์ไว้แล้วว่าจำนวนเงินหลังการเติบโตจะต้องมหาศาล แต่เมื่อได้เห็นตัวเลขจริงๆ ตรงหน้า ความรู้สึกนั้นก็ยังคงทำเอาเธอตะลึงงันไปชั่วขณะ
เมื่อสองวันก่อนเธอยังเป็นเพียงนักศึกษาฝึกงานที่ถูกกดขี่ในที่ทำงาน แต่ตอนนี้เธอกลับมีเงินสดหมุนเวียนเกือบสองล้าน!
“โคตรเจ๋ง! สุดยอดจริงๆ!”
หลินมี่ถือโทรศัพท์ไว้ในมือพลางกล่าวชมอย่างอารมณ์ดี จนอดไม่ได้ที่จะก้มลงไปหอมโทรศัพท์ฟอดใหญ่ด้วยความตื่นเต้น
หลังจากดีใจอยู่พักใหญ่ หลินมี่ก็ตั้งสติและเปิดดู ‘ข่าวฮอต’ ประจำวัน ข่าวการประชุมสุดยอดในวันที่ 19 ยังคงค้างอยู่บนอันดับต้นๆ ของกระดานข่าว พร้อมตัวอักษร ‘ระเบิด’ สีแดงฉานที่ดูสะดุดตาเป็นพิเศษ!
ด้านล่างมีข่าวเพิ่มขึ้นมาอีกหลายประเด็น หนึ่งในนั้นคือรายงานความคืบหน้าเรื่อง ‘เหตุเพลิงไหม้ที่โรงแรมซิงฮุย อินเตอร์เนชั่นแนล’
ปลายนิ้วของหลินมี่ชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะกดเข้าไปอ่าน
“...”
เมื่อเห็นตัวเลขผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตที่รายงานออกมา หลินมี่ก็รู้สึกใจสั่นสะท้าน ดูเหมือนผลกระทบจากไฟไหม้ครั้งนี้จะรุนแรงกว่าที่เธอคิดไว้มาก แต่นั่นยิ่งทำให้ความมุ่งมั่นที่จะขัดขวางเหตุการณ์นี้ของเธอเด็ดเดี่ยวขึ้น
ไฟไหม้ครั้งนี้เป็นสิ่งที่ป้องกันได้ และเบื้องหลังชีวิตแต่ละชีวิตที่ต้องสูญเสียไป คือความแตกสลายของครอบครัว ยิ่งไปกว่านั้น ในเหตุการณ์นี้ยังมี ‘ผู้มีพระคุณ’ ของเธอรวมอยู่ด้วย ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลส่วนตัวหรือคุณธรรม เธอไม่สามารถนิ่งดูดายได้
หลินมี่ออกจากแอปฯ ระบบ แล้วล็อกอินเข้าบัญชีรองที่ไม่เคยใช้งานมาก่อน เธอพยายามพิมพ์จดหมายร้องเรียนและให้คำแนะนำไปยังโรงแรมซิงฮุยฯ โดยสวมรอยเป็นลูกค้าที่เคยเข้าพักว่าได้เห็นความหละหลวมด้านความปลอดภัยของพนักงานในครัวชั้นสาม และหวังว่าทางโรงแรมจะรีบแก้ไข
“ถือเป็นการวางหมากไว้ก่อน”
หากทำให้ทางโรงแรมตื่นตัวได้ก็คงดี
จัดการทุกอย่างเรียบร้อย หลินมี่บิดขี้เกียจหนีความง่วง ด้านนอกหน้าต่างแสงแดดร้อนแรงจนดูเหมือนอากาศจะลุกเป็นไฟ สมกับเป็นวันที่อากาศร้อนจัดจริงๆ หวังว่าคำเตือนของเธอเมื่อวานจะช่วยใครได้บ้าง
【ติ๊ง! ทำการชี้นำเชิงบวกสำเร็จ ได้รับค่าพลังงาน +5 แต้ม!】
หลินมี่เลิกคิ้วขึ้นเมื่อเห็นการแจ้งเตือน ดูเหมือนว่าการโพสต์ข้อความลงในแอปฯ จะมีประโยชน์ไม่น้อยเลย
ด้วยสภาพอากาศที่ร้อนอบอ้าว ทำให้หลินมี่ไม่อยากออกไปไหน เธอใช้เวลาอีกกว่าชั่วโมงจัดการ ‘ภารกิจประจำวัน’ จนเสร็จ แสงแดดภายนอกหน้าต่างเริ่มร้อนแรงขึ้นเรื่อยๆ จนความง่วงเริ่มเข้าจู่โจม
เธอตัดสินใจว่าจะหาอะไรกินแล้วงีบสักพัก บ่ายตื่นขึ้นมาค่อยเช็กดูว่าข่าวฮอตมีการเปลี่ยนแปลงอย่างไรบ้าง หรืออาจจะลองตอบคอมเมนต์ในแอปฯ เพื่อเรียกกระแสและเก็บแต้มพลังงานเพิ่ม
วันทั้งวันจึงผ่านไปอย่างสงบเงียบภายในห้องพัก
**
วันรุ่งขึ้น วันที่ 19 กันยายน
ความรู้สึกกดดันอย่างรุนแรงทำให้หลินมี่ตื่นขึ้นตั้งแต่เช้ามืด แม้เมื่อวานจะวางแผนไว้เป็นอย่างดีแล้ว แต่ความกังวลในจิตใจและสภาพจิตวิญญาณก็ยังคงส่งผลกระทบอย่างมาก จนคืนที่ผ่านมาเธอนอนหลับไม่ค่อยสนิทนัก
แปดโมงเช้า ดวงอาทิตย์ก็เริ่มแผดเผาอย่างหนัก ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าวันนี้ต้องเป็นวันที่ร้อนระอุสุดๆ ทว่าในใจของหลินมี่กลับเย็นเฉียบ วันนี้คือวันเกิดเหตุเพลิงไหม้ที่ระบุไว้ใน ‘ข่าวระเบิด’ ของระบบ และเป็นวันที่ชะตาชีวิตของใครหลายคนจะเปลี่ยนไปตลอดกาล
หลินมี่รีบทานมื้อเช้า สวมชุดกีฬาที่คล่องตัว รวบผมหางม้าให้เรียบร้อย แล้วคว้ากระเป๋าผ้าใบออกจากบ้าน การประชุมสุดยอดจะเริ่มตอนสิบโมงเช้า ส่วนไฟไหม้จะเกิดขึ้นตอนบ่ายสองโมง เธอต้องไปถึงที่เกิดเหตุล่วงหน้าเพื่อสำรวจสภาพภูมิประเทศรอบๆ และมองหาช่องทางอื่นในการช่วยเหลือ
เมื่อขึ้นรถไฟใต้ดิน หลินมี่รีบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูข่าวฮอตของระบบทันที
【#การประชุมสุดยอด ‘เทคโนโลยีแห่งอนาคต’ เปิดฉากอย่างยิ่งใหญ่#ระเบิด!】
【#เหตุเพลิงไหม้โรงแรมซิงฮุยฯ มีผู้บาดเจ็บล้มตายจำนวนมาก..#ระเบิด!】
ข่าวไฟไหม้โรงแรมทะยานขึ้นสู่อันดับหนึ่ง แถมตัวอักษร ‘ระเบิด’ ยังดูแดงฉานกว่าเมื่อวาน ราวกับจะเตือนถึงความร้ายแรงของเหตุการณ์ที่กำลังจะเกิดขึ้น
ตอนนี้นอกเหนือจากเรื่อง ‘ไฟไหม้ในการประชุม’ แล้ว หลินมี่ก็ไม่เหลือสมาธิจะสนใจเรื่องอื่น เธอรีบกดเข้าไปอ่าน รายละเอียดไม่ได้อัปเดตอะไรมากนัก ยังคงเป็นเพียงตัวเลขผู้บาดเจ็บที่เย็นชา แต่ในเนื้อหาข่าวมีการบรรยายถึงความน่าสยดสยองในที่เกิดเหตุและอุปสรรคในการกู้ภัยเพิ่มขึ้นมาเล็กน้อย
ใจของหลินมี่บีบตัวแน่น
ส่วนจดหมายร้องเรียนนิรนามที่เธอส่งไปให้ทางโรงแรมเมื่อวาน เห็นได้ชัดว่ามันไม่เป็นผลอะไรเลยก็นะ... จะพึ่งพาคนอื่นยังไงก็สู้พึ่งพาตัวเองไม่ได้ บางเรื่องถ้าอยากให้ได้ผลก็ต้องลงมือทำด้วยตัวเอง