ตอน 33
บทที่ 33 : การเยี่ยมบ้านเดิม
กวนเล่ยในชุดเสื้อโค้ทสีแดงตัวยาวรัดรูปตัดใหม่เอี่ยม กางเกงดำแนบเนื้อ และรองเท้าส้นสูงหนัง ยืนสง่าผ่าเผยอยู่ที่หน้าประตูบ้าน วันนี้เธอสระผมแต่เช้า ปล่อยผมยาวสลวยพาดบ่าและคาดด้วยที่คาดผมสีชมพู
ส่วนจ้าวหยางที่เคยดูเหมือนนักเลงหัวไม้เมื่อวาน วันนี้กลับเปลี่ยนไปราวกับคนละคน เขาอยู่ในชุดสูทสีน้ำเงินเข้มพอดีตัว สวมทับเสื้อเชิ้ตสีขาว ดูภูมิฐานและกระฉับกระเฉงเป็นอย่างมาก
ในมือของเขานอกจากผ้าห่มผืนหนึ่งแล้ว ยังหอบหิ้วข้าวของพะรุงพะรังอีกเต็มสองมือ
“แม่คะ” กวนเล่ยเรียกเสียงหวาน
“แม่ครับ” จ้าวหยางเรียกตามอย่างนอบน้อม
“เล่ยเล่ย!” จางไฉเหอรีบกุลีกุจอเดินเข้ามาคว้ามือลูกสาวแล้วเริ่มน้ำตาคลอ
“ลูกกลับมาแล้ว แม่คิดถึงลูกแทบแย่” กวนเล่ยบีบมือตอบ
“โธ่แม่ ร้องไห้อีกแล้ว ดูสิหนูสบายดีจะตาย จ้าวหยางเขาดีกับหนูมาก ชุดนี้เขาก็เพิ่งซื้อให้ที่ห้างสรรพสินค้าในอำเภอเมื่อวานเอง”
จางไฉเหอใช้แขนเสื้อเช็ดตา “แม่ไม่ได้ร้อง แม่ดีใจ เข้าบ้านกันก่อนเถอะ เดี๋ยวแม่ไปดูเตาในครัวแป๊บเดียวแล้วจะรีบตามมา”
จางไฉเหอเดินไปที่หลังบ้าน สั่งให้กวนซิงกั๋วไปซื้อเหล้ากับบุหรี่เพิ่มอีกหน่อย เธอรู้สึกโล่งใจอย่างบอกไม่ถูก เห็นลูกสาวผิวพรรณเปล่งปลั่งมีน้ำมีนวล ก้อนหินที่ถ่วงใจมาตลอดก็ถูกวางลงเสียที
จ้าวหยางถึงแม้จะไม่ได้ทำงานรัฐวิสาหกิจ แต่เขาก็หาเงินเก่งและเปย์ลูกสาวเธอไม่น้อย เพิ่งแต่งเข้าบ้านไปได้ไม่กี่วันก็ซื้อเสื้อผ้าใหม่ให้เล่ยเล่ยแล้ว ได้คนแบบนี้เป็นสามี อย่างน้อยก็ไม่ต้องลำบาก
ไม่เหมือนตัวเธอที่แต่งกับไอ้คนไม่ได้เรื่องอย่างกวนซิงกั๋ว สิบปีแปดปีจะซื้อชุดใหม่สักตัวยังยาก!
เธอรู้ดีว่าตามธรรมเนียมประเพณี วันที่สองหลังแต่งงาน เจ้าสาวต้องเข้าครัวทำกับข้าว แต่ลูกสาวเธอนั้นไม่เคยจับงานครัวมาก่อนเลยแม้แต่น้อย อย่าว่าแต่เรื่องนวดแป้งทำเส้นหมี่เลย เธอเป็นห่วงจนสองวันที่ผ่านมานอนไม่หลับกระสับกระส่าย
ดูท่าแล้ว แม่ผัวฝั่งตระกูลจ้าวคงจะเป็นคนดีไม่น้อย คงช่วยแบ่งเบาภาระของเล่ยเล่ยไปได้เยอะ ด้วยอารมณ์ที่ผ่อนคลาย เธอจึงล้างแอปเปิ้ลสี่ลูกออกมาต้อนรับ
แอปเปิ้ลพวกนี้ซื้อมาตั้งแต่วันแต่งงานลูกสาว กะจะหั่นใส่จานไว้รับแขก เหลืออีกห้าลูกเธอก็แบ่งให้ลูกชายกินไปลูกหนึ่ง ที่เหลือก็เก็บไว้อย่างดี กวนเล่ยหยิบลูกที่ใหญ่ที่สุดยื่นให้จ้าวหยาง ก่อนจะหยิบอีกลูกขึ้นมางับแล้วถาม
“แม่คะ พี่สาวกับพี่เขยยังไม่มาเหรอ?”
จางไฉเหอหุบยิ้มทันที พอคิดถึงวันที่ลูกสาวคนโตทำตัวเนรคุณ ไม่ยอมควักเงินค่า 'ส่งตัวเข้าสาว' ให้ เธอของขึ้นทันที!
“อืม”
“บ้านตระกูลกู่กับหมู่บ้านเราอยู่ใกล้แค่นี้ ทำไมยังไม่มาอีก เกิดเรื่องอะไรขึ้นหรือเปล่า?” กวนเล่ยเคี้ยวแอปเปิ้ลด้วยท่าทางกังวล
“หึ! จะไปเกิดเรื่องอะไรได้? ก็แค่ไม่เห็นหัวพ่อกับแม่แกน่ะสิ”
“แม่ อย่าพูดแบบนั้นสิ พี่สาวไม่ใช่คนแบบนั้นสักหน่อย” กวนเล่ยงับแอปเปิ้ลอีกคำ
“แต่สองวันมานี้หนูคิดถึงแม่กับพ่อมากจริงๆ พอรู้ว่าจะได้กลับมาวันนี้เมื่อคืนเลยตื่นเต้นจนนอนไม่หลับ คิดว่าพี่สาวก็น่าจะเหมือนกันนะ”
จางไฉเหอคว่ำแก้วน้ำบนโต๊ะลง ก่อนจะหยิบใบชาใส่ลงไป
“ไอ้ลูกไม่รักดีนั่น จะไปจำพ่อแม่แบบเราได้ยังไง ถ้าไม่ทำให้เราโมโหตายก็บุญหัวแล้ว เลิกพูดถึงหล่อนเถอะ วันนี้แม่ทำเต้าฮวยที่ลูกชอบไว้ด้วยนะ”
“จริงเหรอคะ? หนูก็ว่าแล้วว่าแม่รักหนูที่สุด แต่ตอนนี้หนูมีแม่ที่รักหนูตั้งสองคนแหนะ แม่สามีหนูก็ดีกับหนูมากเลยค่ะ”
กวนเล่ยชำเลืองมองจ้าวหยางด้วยสายตาเปี่ยมสุข จ้าวหยางยิ้ม
“แน่นอนอยู่แล้ว แม่ผมบอกเสมอว่าได้คุณมาเป็นสะใภ้ ก็เหมือนได้ลูกสาวเพิ่มอีกคน”
จางไฉเหอรินน้ำชาตรงหน้าจ้าวหยางแล้วพูดอย่างพอใจ
“ดีแล้ว ขอแค่เธอสองคนร่วมแรงร่วมใจกัน คนเป็นแม่ก็วางใจ ปกติฉันกับพ่อของเล่ยเล่ยตามใจลูกคนนี้มาตลอด นิสัยใจคออาจจะยังไม่โตเป็นผู้ใหญ่ แถมงานบ้านงานเรือนก็ไม่ค่อยกระดิก เธอช่วยดูแลน้องหน่อยนะ”
“ไม่ต้องห่วงครับแม่ ผมอายุมากกว่าเล่ยเล่ยตั้งเยอะ ดูแลเธอได้อยู่แล้ว คุณวางใจเถอะครับ”
“จริงสิแม่ ฉินฉินกลับมาหรือยังคะ?” กวนเล่ยถามถึงเพื่อนสนิท
เพราะยายของหลิวฉินฉินป่วยหนัก เมื่อไม่กี่วันก่อนเธอจึงตามแม่ไปที่บ้านลุง ทำให้แม้แต่ตอนแต่งงานของกวนเล่ย เธอก็ไม่ได้มาร่วมงาน
“ยังเลย ฉันถามพี่สะใภ้เขาแล้ว เห็นว่ายายเขาเริ่มทานอาหารไม่ได้แล้ว คงเหลือเวลาอีกไม่กี่วันนี่แหละ ถ้ากลับมาแล้วเดี๋ยวแม่จะให้เขาโทรหาลูกนะ เดี๋ยวลูกทิ้งเบอร์จ้าวหยางไว้ให้แม่ด้วย”
*
ที่บ้านตระกูลกู่ หลังจากทานมื้อเช้า กวนโย่วซวงกำลังเดินไปหยิบของในห้อง ทันใดนั้นเสียงกลไกไร้อารมณ์ก็ดังขึ้นในหัว
【เหลือเวลาอีก 10 นาที จะเริ่มการถ่ายทอดสดสอนคณิตศาสตร์ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โปรดเตรียมตัวให้พร้อม】
การถ่ายทอดสด... เส้นทางหาเงินของเธอ เธอลืมเรื่องสำคัญขนาดนี้ไปเสียสนิท
เดิมทีเธอตั้งใจจะบอกกู่เอ๋อร์หรงให้รอสักครู่ แต่เขากลับออกไปตลาดเพื่อซื้อของเตรียมไปเยี่ยมบ้านเดิม กวนโย่วซวงคิดว่าเขาน่าจะยังไม่กลับมาในเร็วๆ นี้ จึงถือโอกาสปิดประตูห้อง
เธอพยายามรื้อฟื้นสารบัญวิชาคณิตศาสตร์ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ขึ้นมาทบทวนเนื้อหา สิบนาทีต่อมา เธอมานั่งอยู่ในสตูดิโอถ่ายทอดสด เหมือนเช่นเคย อุปกรณ์ในมุมห้องกระพริบไฟสัญญาณเงียบเชียบ
เธอเปิดระบบถ่ายทอดสด บนหน้าจอขนาดใหญ่ปรากฏข้อความว่า “ออกสำรวจโลกแห่งฟังก์ชันแปรผกผัน” ฟังก์ชันแปรผกผันคือหัวข้อสำคัญในการสอบเข้าชั้นมัธยมปลาย ซึ่งเธอเคยทำไฟล์สื่อการสอนไว้อย่างละเอียด
เธอเรียกไฟล์ขึ้นมา ปรับเปลี่ยนธีมและรูปร่างไม้ชี้กระดาน นักเรียนทยอยเข้าสู่แพลตฟอร์ม ยอดผู้เข้าชมออนไลน์ค่อยๆ เพิ่มขึ้น เด็กๆ ต่างทักทายอย่างกระตือรือร้นและส่งดอกไม้รวมถึงลูกกวาดให้
บางทีอาจเพราะสถานะที่เปลี่ยนไป ทำให้ความรู้สึกถึงภารกิจอันยิ่งใหญ่ก่อตัวขึ้นในใจ บางทีสักวันหนึ่ง เธออาจได้กลับไปทำงานด้านการศึกษาที่เธอรัก และเขียนโปรแกรมในเวลาว่าง หรือบางที เธออาจจะไม่มีโอกาสได้กลับมาที่นี่อีก และไม่ได้พบเจอเด็กๆ เหล่านี้อีกต่อไป
ชีวิตมีความไม่แน่นอนมากเกินไป จนเธอไม่กล้าคิดถึงมัน ในตอนนี้ ความปรารถนาเดียวของเธอคือการทะนุถนอมทุกนาทีที่ได้อยู่กับเด็กๆ เธออยากจะถ่ายทอดทุกความรู้ให้พวกเขาในช่วงเวลาที่จำกัดนี้
เนื่องจากต้องเตรียมตัวสอบเข้า การสอนเด็กชั้นมัธยมปีที่ 3 จึงเป็นไปอย่างตรงไปตรงมา เน้นเนื้อหาบทเรียนเป็นหลัก แต่เพื่อคุณภาพการสอน เธอเลือกใช้วิธีหลากหลาย เช่น การผสมผสานระหว่างตัวเลขกับรูปทรง การแปลงปัญหาให้ง่ายขึ้น เพื่อให้เด็กๆ เข้าใจวิธีวิเคราะห์และแก้โจทย์ที่ซับซ้อน
อย่างครั้งนี้เรื่องฟังก์ชันแปรผกผัน เธอใช้วิธีปรับค่า k แบบไดนามิกเพื่อให้เด็กๆ เห็นผลกระทบต่อกราฟและสรุปกฎการเปลี่ยนแปลงได้ด้วยตัวเอง เพราะสอนอย่างละเอียด รอบนี้จึงลากยาวเกินเวลาไปถึง 20 นาที แต่เด็กๆ ทุกคนต่างสนุกไปกับมัน
ก่อนจบการศึกษา ข้อความหนึ่งปรากฏขึ้นบนหน้าจอแชท
【คุณครูครับ คุณครูเชื่อเรื่องอดีตชาติและชาติหน้าไหมครับ?】
กวนโย่วซวงชะงักไป หากเป็นเมื่อก่อน เธอคงตอบอย่างหนักแน่นว่า “ไม่เชื่อ” แต่ตอนนี้...ถ้าบอกว่าไม่มีจริง แล้วการที่เธอทะลุมิติมาอยู่ในนิยายเล่มนี้คืออะไรกัน?
ถ้ามีจริง เธอควรจะอธิบายให้เด็กๆ เข้าใจอย่างไรดี? หลักความเชื่อทางศาสนา? หรือความเชื่อส่วนบุคคล? เธอลังเล ในระหว่างที่เธอกำลังคิดคำตอบ จู่ๆ ไฟในสตูดิโอก็ดับวูบลง
วินาทีที่หน้าจอมืดสนิทไป ตรงหน้าเธอก็กลายเป็นสีดำมืดมิดเช่นกัน ในความสะลึมสะลือ กวนโย่วซวงรู้สึกเหมือนมีใครกำลังพึมพำอะไรบางอย่างพร้อมกับพรมน้ำใส่หน้า เธอค่อยๆ ลืมตาขึ้นมาแล้วก็ต้องตกใจจนเกือบตกเตียง!