ตอน 35
บทที่ 35 ฉันไม่ใช่หมูนะ
“ฉันรู้อยู่แล้วว่าเธอไม่ใช่คนส่งอาหาร มาจีบกันในนี้แถมยังกอดรัดกันต่อหน้าคนเยอะแยะแบบนี้ คิดว่าฉันไม่มีตัวตนหรือยังไง? รีบออกไปเดี๋ยวนี้ ไม่อย่างนั้นฉันจะรายงานอาจารย์ที่ปรึกษาของพวกเธอแน่!”
ขณะที่หลินฮ่าวกำลังยืนทำหน้าไม่ถูก เสียงของป้าหอพักก็ดังแทรกขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่ไม่เป็นมิตรนัก อันที่จริงหลินฮ่าวเองก็รู้สึกสับสนไม่แพ้กัน เมื่อกี้ก็ดีๆ อยู่หรอก แม่สาวน้อยคนนี้จู่ๆ เป็นอะไรไปขึ้นมา?
ในความทรงจำของหลินฮ่าว เธอเป็นเด็กสาวที่ขี้อายมาก ไม่น่าจะกล้าทำอะไรแบบนี้ต่อหน้าธารกำนัลได้ ต่อให้เขาจะเสน่ห์แรงแค่ไหน ก็ไม่เห็นจำเป็นต้องมาฉวยโอกาสกันแบบนี้เลยใช่ไหมล่ะ?
เขากำลังจะเอื้อมมือไปดันตัวเซี่ยอวี่หลิง ออกจากอก แต่เมื่อก้มมองดูดีๆ เขากลับพบว่าอาการของเธอดูไม่ค่อยปกติ พอลองแตะหน้าผากดูเท่านั้นแหละ... ร้อนจี๋เลย! ไข้ขึ้นสูง!
หลินฮ่าวตกใจจนตัวชาวาบ นี่มันไม่ดีแล้ว มิน่าล่ะถึงได้รู้สึกว่าท่าทางของเซี่ยอวี่หลิงดูแปลกๆ ตั้งแต่เมื่อครู่
“คุณโอเคไหม?”
เมื่อตระหนักได้ว่าหญิงสาวมีอาการผิดปกติ เห็นทีเมื่อกี้ที่เซไปชนเขาคงเพราะยืนไม่อยู่แล้วจริงๆ หลินฮ่าวจึงเลิกคิดที่จะผลักเธอออกแต่เปลี่ยนมาถามด้วยความห่วงใยแทน
“ฉัน...”
เซี่ยอวี่หลิงเงยหน้ามองหลินฮ่าวอย่างยากลำบาก เธอเองก็คงพอจะรู้ตัวถึงความน่าอึดอัดนี้ แต่พอพยายามจะขยับตัวออกจากอ้อมกอดของเขา กลับพบว่าเรี่ยวแรงในตัวแทบไม่เหลือ ลำคอแห้งผากจนพูดออกมาเป็นประโยคไม่ได้
เมื่อเห็นว่าแค่พูดเธอยังลำบาก หลินฮ่าวจึงรีบห้ามไว้
“ไม่ต้องพูดแล้ว เดี๋ยวฉันพาไปโรงพยาบาลเอง!”
ก่อนจะมาที่นี่ หลินฮ่าวรู้มาว่ารูมเมทของเซี่ยอวี่หลิงออกไปข้างนอกกันหมด ต่อให้จะไปตามใครมาช่วยก็คงหาไม่ได้ แต่ในเมื่อเขามาเจอเรื่องนี้เข้าแล้ว ก็ไม่มีเหตุผลที่จะปล่อยผ่านไปเฉยๆ ยังไงเสีย เซี่ยอวี่หลิงก็เป็นลูกค้าคนแรกของร้านเขาแม้ปกติจะไม่ได้คุยกันบ่อยนักแต่ก็นับว่าเป็นเพื่อนกันได้
“อือ!” ได้ยินเช่นนั้น เซี่ยอวี่หลิงก็พยักหน้าตอบรับอย่างอ่อนแรง
“นี่ ฉันบอกให้พวกเธอสองคนน่ะ รีบๆ ปล่อยกันได้แล้ว ได้ยินไหม...”
ขณะที่หลินฮ่าวกำลังจะพาเซี่ยอวี่หลิงไปหาหมอ เสียงเตือนของป้าหอพักก็ดังไล่หลังมาอีกรอบ ไม่เพียงเท่านั้น ป้าแกยังถกแขนเสื้อเตรียมจะพุ่งเข้ามาจับแยกทั้งสองคนออกจากกัน
เมื่อเห็นดังนั้น หลินฮ่าวก็ขี้เกียจจะอธิบายอะไรให้มากความ เขายัดบะหมี่ผักที่ถืออยู่ในมือใส่มือป้าหอพักทันที ก่อนจะอุ้มร่างของเซี่ยอวี่หลิงเดินออกไปดื้อๆ สถานการณ์คับขัน หลินฮ่าวไม่มีเวลามาสนใจเรื่องอื่นแล้ว
ขณะที่ป้าหอพักยืนอึ้งถือถุงอาหารอยู่อย่างนั้น ท่าทางเด็ดขาดของหลินฮ่าวก็ทำเอาเหล่านักศึกษาหญิงที่ยืนมุงดูอยู่พากันส่งเสียงร้องอุทานด้วยความตกใจ
กล้าทำอะไรแบบนี้ต่อหน้าป้าหอพักตรงๆ แบบนี้... พวกเธออดไม่ได้ที่จะทึ่งในความใจกล้าของเขา ไม่เพียงแค่ทึ่ง แต่ยังรู้สึกอิจฉา บางคนถึงกับเริ่มปลื้มจนกลายเป็นแฟนคลับของหลินฮ่าวไปเสียแล้ว
แม้แต่ตัวหลินฮ่าวเองก็คาดไม่ถึงว่าสิ่งที่เขาทำไปโดยไม่คิด จะสร้างกระแสฮือฮาได้มากขนาดนี้ แต่เขาก็ไม่ได้มีเวลามาใส่ใจ เพราะตอนนี้เขาพาเซี่ยอวี่หลิงออกมาข้างนอกแล้ว
“สถานการณ์มันบังคับนะ ทนหน่อยแล้วกัน” เมื่อมาถึงรถสามล้อคันน้อยของตัวเอง หลินฮ่าวก็พูดขึ้น
“อือ!”
ได้ยินเสียงของหลินฮ่าว ไม่รู้ว่าเป็นเพราะพิษไข้หรือความเขินอายกันแน่ ใบหน้าของเซี่ยอวี่หลิงในอ้อมแขนแดงก่ำราวกับแอปเปิลลูกโต เธอไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้ามองเขา ได้แต่ส่งเสียงตอบรับเบาหวิว
หลินฮ่าวไม่ได้คิดอะไรมาก เขาค่อยๆ วางเซี่ยอวี่หลิงลงบนรถสามล้อ ช่วงบ่ายเขายังล้างรถคันนี้อยู่เลย ดังนั้นมันจึงค่อนข้างสะอาด
ตัวรถทำจากเหล็กแผ่นเกือบทั้งหมด ไม่มีเบาะรองนั่งแต่โชคดีที่ชุดนอนที่เซี่ยอวี่หลิงใส่อยู่นั้นค่อนข้างหนา ตราบใดที่เขาขับอย่างระมัดระวัง ก็น่าจะไม่เป็นไรด้วยข้อจำกัดที่มี เขาก็ทำได้เท่านี้แหละ
“ไป... โรงพยาบาลของมหาลัย...” หลังจากถูกวางลงบนรถ เซี่ยอวี่หลิงก็เค้นเสียงที่ไร้เรี่ยวแรงบอกจุดหมาย
“โรงพยาบาลอยู่ที่ไหนนะ... ช่างเถอะ เดี๋ยวฉันถามทางเอาเอง เธอพักผ่อนไปก่อนเถอะ”
เขามาที่นี่ไม่กี่ครั้งเลยไม่รู้ว่าโรงพยาบาลของมหาวิทยาลัยเจียงไห่อยู่ตรงไหน แต่เมื่อเห็นอาการอ่อนแรงของเซี่ยอวี่หลิง เขาก็ไม่อยากถามเซ้าซี้เธออีก
หลินฮ่าวพาเซี่ยอวี่หลิงนั่งรถสามล้อออกไป ท่ามกลางสายตาแปลกใจของคนในมหาวิทยาลัย ปกติการขับสามล้อในรั้วมหาลัยก็เด่นพอตัวอยู่แล้ว ยิ่งมีสาวสวยนั่งซ้อนท้ายมาด้วยแบบนี้ ยิ่งดึงดูดสายตาผู้คนตลอดทาง จนมีหลายคนหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายรูปไว้
หลินฮ่าวไม่ได้สนใจเรื่องนั้น เขาแวะถามทางคนแถวนั้นอยู่หลายคนจนกระทั่งถึงโรงพยาบาลของมหาวิทยาลัยในที่สุด ทันทีที่หมอประจำโรงพยาบาลเห็นหลินฮ่าวขับสามล้อพาคนไข้มาส่ง ก็ถึงกับอึ้งไปครู่หนึ่ง
“เธอเป็นอะไรไป?”
ตอนแรกหมอยังแอบอมยิ้ม แต่พอเห็นสภาพของเซี่ยอวี่หลิงที่หลินฮ่าวอุ้มเข้ามา สีหน้าก็เปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดทันที
“เป็นหวัดครับ ไข้ขึ้นสูง”
“อาการค่อนข้างหนัก คุณรีบพาเธอเข้าไปข้างในเลย”
หลังจากตรวจดูอาการเบื้องต้นอย่างรวดเร็ว หมอก็สั่งหลินฮ่าวทันทีเซี่ยอวี่หลิงถูกพาไปนอนบนเตียงคนไข้ ตอนนี้อาการของเธอดูไม่ค่อยดีนัก พูดจาละเมอเพ้อพกฟังไม่ได้ศัพท์ หลินฮ่าวเองก็ให้ข้อมูลอะไรไม่ได้มากนักนอกจากสิ่งที่เขาพบเจอมา
หลังจากเห็นหมอวุ่นอยู่กับการรักษา หลินฮ่าวก็รีบส่งข้อความบอกสถานการณ์ให้ถานจิ้งอี๋ทราบ
“ห๊ะ? ทำไมอาการหนักขนาดนั้นล่ะ? พวกเรากำลังรีบกลับไป แต่คงถึงไม่เร็วๆ นี้ ก่อนที่พวกเราจะไปถึง เธอช่วยดูแลเธอให้หน่อยได้ไหม?”
ถานจิ้งอี๋ที่ทราบเรื่องก็ตกใจมากและขอร้องให้หลินฮ่าวช่วยเฝ้าไข้เพื่อนให้ก่อน
หลินฮ่าวไม่ปฏิเสธ เพราะถ้าปล่อยให้เซี่ยอวี่หลิงอยู่คนเดียวในสภาพแบบนี้ก็คงวางใจไม่ได้ ในเมื่อเป็นคนพามาเอง ก็ควรจะดูแลให้ถึงที่สุด
ไม่นานนัก เซี่ยอวี่หลิงก็ถูกให้น้ำเกลือ ส่วนหมอก็หยิบถุงประคบเย็นมาให้หลินฮ่าวไว้ใช้ช่วยลดอุณหภูมิร่างกายให้เธอ ก่อนจะเดินออกไป
ภายในห้องพักคนไข้เหลือเพียงหลินฮ่าวกับเซี่ยอวี่หลิงที่หลับไปแล้ว เมื่อเห็นว่าอาการของเซี่ยอวี่หลิงดูดีขึ้น หลินฮ่าวก็ถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก ตลอดทางที่ขับรถมาเล่นเอาเขาลุ้นแทบแย่ ถ้าเกิดเป็นอะไรขึ้นมากลางทาง เรื่องคงใหญ่โตแน่
ขืนเธอมาตามตื๊อเขาเพราะเรื่องนี้จะทำยังไง? เขายังไม่มีแฟน ยังไม่ได้แต่งงาน ยังไม่มีลูก... ยังมีอะไรที่อยากทำอีกตั้งเยอะ ชีวิตของเขาจะมาพังเพราะเรื่องแค่นี้ไม่ได้หรอก ขณะที่เฝ้าไข้หลินฮ่าวก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาไถเล่นเพื่อฆ่าเวลา
“ฉัน...”
“ฉันไม่ได้เป็น...”
ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ จู่ๆ หลินฮ่าวก็ได้ยินเสียงครางแผ่วๆ ดังมาจากเตียง เขานึกว่าเซี่ยอวี่หลิงตื่นแล้ว แต่พอหันไปมองก็พบว่าเธอยังคงหลับใหลไม่ได้สติ
“ฉันไม่ได้เป็น... พวกคุณอย่าพูดจามั่วซั่ว...”
“ฉันไม่ได้เป็นจริงๆ นะ...” ผ่านไปครู่หนึ่ง เซี่ยอวี่หลิงก็พึมพำขึ้นมาอีก
“ไม่ได้เป็นอะไร?” ได้ยินคำพูดที่ไม่หัวไม่ท้ายแบบนั้น หลินฮ่าวก็อดถามไม่ได้
“ฉันไม่ได้... ไม่ได้เป็นหมูนะ...”
“พวกคุณนั่นแหละที่เป็นหมู...”
หลินฮ่าวที่ถามไปส่งๆ ถึงกับกลั้นขำแทบไม่ไหว อะไรจะเพ้อเจ้อได้น่ารักขนาดนี้? ยัยเด็กคนนี้คิดว่าตัวเองเป็นหมูเหรอ? ไข้ขึ้นจนเพี้ยนไปแล้วจริงๆ
“ฉันไม่ได้เป็นหมูจริงๆ...”
เห็นว่าเซี่ยอวี่หลิงเริ่มละเมอไม่หยุด หลินฮ่าวที่นึกสนุกขึ้นมาจึงถามหยอกไปว่า
“ถ้าไม่ใช่หมู แล้วเธอเป็นตัวอะไรล่ะ?”
“ฉันเป็นห่าน...”
“เป็นห่านซื่อบื้อตัวใหญ่เลยล่ะ!!”
“...”