ตอน 34

บทที่ 34 : แม่สาวคนนี้คิดจะลวนลามฉันงั้นเหรอ


ในขณะที่หลินฮ่าวเรียกร้องให้ถานจิ้งอี๋ต้องออกมาขอโทษประชาชนทั้งประเทศกับสิ่งที่เธอทำลงไป ทางด้านถานจิ้งอี๋กลับยืนงงเป็นไก่ตาแตกอะไรกันเนี่ย?


เธออ่านข้อความสามประโยคที่หลินฮ่าวส่งมาซ้ำไปซ้ำมาหลายรอบแต่ก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดีว่าเขาต้องการจะสื่ออะไร อะไรคือ 'ยอดฝีมือเกมระดับตำนานต้องมาสิ้นชื่อเพราะเธอ?' แล้วทำไม 'วงการอีสปอร์ตต้องถดถอยไปสามสิบปีเพราะเธอ' กัน?


เธอไปทำอะไรผิดตอนไหน?


เธอก็แค่จะสั่งให้หลินฮ่าวไปส่งอาหารเดลิเวอรีให้แค่นั้นเอง ทำไมกลายเป็นคนบาปของประชาชนทั้งประเทศไปได้ล่ะ?


"คือแบบนี้ค่ะ เรื่องเพื่อนร่วมห้องของฉัน เซี่ยอวี่หลิงคุณจำได้ใช่ไหม? วันนี้พวกเราออกมาเที่ยวกัน แต่เธอไม่สบายเลยไม่ได้ออกมาด้วย เมื่อกี้ตอนโทรกลับไปคุยกับเธอ พบว่าตั้งแต่เที่ยงเธอยังไม่ได้กินอะไรเลยค่ะ เธออยู่ห้องคนเดียวแล้วก็ไม่สะดวกออกมา ฉันคิดว่าเธอน่าจะชอบบะหมี่ผักของร้านคุณมาก เลยอยากถามว่าคุณพอจะทำมาให้สักชาม แล้วช่วยเอาไปส่งให้เธอหน่อยได้ไหมคะ"


หลังจากสูดลมหายใจลึกเพื่อไล่ความคิดฟุ้งซ่านออกไป ถานจิ้งอี๋ก็รวบรวมสติแล้วพิมพ์อธิบายสถานการณ์ทั้งหมดส่งไปให้หลินฮ่าว อันที่จริง คนที่จะกินเดลิเวอรีไม่ใช่เธอเสียหน่อย


ทางด้านหลินฮ่าวเมื่อเห็นสิ่งที่ถานจิ้งอี๋ส่งมา เขาก็รู้สึกพูดไม่ออกก็ในเมื่อเป็นเหตุฉุกเฉิน ทำไมไม่รีบพูดให้ชัดเจนตั้งแต่แรก มัวแต่พร่ำเพ้อเรื่องไร้สาระอยู่ได้


"ที่อยู่!"


แม้ว่าเมื่อครู่ถานจิ้งอี๋จะทำให้เขาแพ้เกมแต่หลินฮ่าวก็ได้ระบายความแค้นไปเรียบร้อยแล้ว เมื่อเข้าใจเหตุผลแล้วเขาก็ไม่ได้ปฏิเสธ จะส่งหรือไม่ส่งเดลิเวอรี สำหรับเขาก็แค่พูดคำเดียวตราบใดที่เจ้าของร้านอารมณ์ดี อะไรๆ ก็เป็นไปได้ทั้งนั้น


ถานจิ้งอี๋ : "หอพักนักศึกษาหญิง อาคาร 7 ห้อง 403 มหาวิทยาลัยเจียงไห่ค่ะ"


ถานจิ้งอี๋ : "อ้อ เตือนไว้นิดนะคะ ป้าคุมหอข้างล่างดุมาก ตอนคุณเอาไปส่งระวังด้วยนะคะ แกไม่ชอบให้พวกเราเอาของกินเข้ามาในหอพัก"


ถานจิ้งอี๋ : "พอไปถึงแล้วช่วยส่งวีแชทบอกเธอหน่อย เดี๋ยวเธอลางานลงมาเอาเองค่ะ"


หลินฮ่าว : "ได้"


ตอบกลับสั้นๆ จบ หลินฮ่าวก็ไม่ได้พูดอะไรต่อ เขาเก็บโทรศัพท์แล้วล้างมือจากนั้นก็เริ่มเตรียมบะหมี่ผักสำหรับไปส่ง บะหมี่ผักทำเสร็จอย่างรวดเร็ว


หลินฮ่าวคิดถึงที่ถานจิ้งอี๋บอกว่าเซี่ยอวี่หลิงไม่สบาย เขาจึงตอกไข่ดาวเพิ่มลงไปเป็นพิเศษ ถือว่าเป็นการแสดงความห่วงใยจากเจ้าของร้านใจดีอย่างเขาที่มีต่อลูกค้าขาประจำก็แล้วกัน!


แม้ว่าปกติที่ร้านจะไม่มีบริการส่งเดลิเวอรี แต่กล่องใส่อาหารก็ยังพอมีอยู่ หลินฮ่าวบรรจุบะหมี่ผักลงกล่องแล้วหยิบตะเกียบใช้แล้วทิ้งติดไปด้วยหลังจากปิดร้าน หลินฮ่าวก็ก้าวขึ้นรถสามล้อคันจิ๋วที่เพิ่งซื้อมาเมื่อตอนบ่ายออกเดินทาง


ตอนแรกเขาซื้อสามล้อคันนี้มาเพื่อความสะดวกในการไปจ่ายตลาดตอนเช้า ไม่นึกเลยว่าจะได้เอามาใช้ประโยชน์ในสถานการณ์แบบนี้ตลอดทางที่หลินฮ่าวขี่รถสามล้อส่งเดลิเวอรี เขายังคงเป็นจุดสนใจของผู้คนมากมาย ทั้งหนุ่มหล่อสาวสวยที่เดินผ่านไปมา


เรียกได้ว่าสะกดสายตาทั้งชายและหญิง!


หลินฮ่าวตระหนักถึงเสน่ห์อันเหลือล้นของตัวเองอีกครั้ง ก็นะ! คนหล่อเท่ ต่อให้ขี่รถสามล้อซากๆ ก็ยังเป็นจุดที่ดึงดูดสายตาคนได้มากที่สุดอยู่ดี ขอโทษทีนะต่อให้ออกจากมหาวิทยาลัยมาแล้ว เสน่ห์ของฉันก็ยังคงไร้ทางต้านทาน


แม้ในใจจะรู้ดีแบบนั้นแต่การทำตัวเด่นเกินไปก็ไม่ใช่สไตล์ของหลินฮ่าว เขาจึงขี่รถเข้าไปในมหาวิทยาลัยเจียงไห่อย่างเงียบเชียบ ก่อนจะจอดรถสามล้อไว้หน้าหอพักที่ถานจิ้งอี๋บอก


หอพักที่ถานจิ้งอี๋และเซี่ยอวี่หลิงพักอยู่แน่นอนว่าเป็นหอพักหญิง ผู้คนที่ผ่านไปมาแถวนั้นส่วนใหญ่ก็เป็นผู้หญิง พอหลินฮ่าวจอดรถสามล้อลงตรงนั้น สาวๆ ที่เดินเข้าออกก็พากันหันมามองเป็นตาเดียว


ไม่มีทางเลือกเพราะชายหนุ่มที่ดูดีมีระดับอย่างหลินฮ่าว เมื่ออยู่คู่กับรถสามล้อคันนั้น ต่อให้ไม่เรียกว่าดูแปลกแยก แต่ก็น่าดึงดูดสายตาไม่น้อย


เมื่อสัมผัสได้ถึงสายตาของสาวสวยมากมายรอบข้าง หลินฮ่าวที่นั่งอยู่บนที่นั่งคนขับก็ยังคงนิ่งเฉย เขาล้วงโทรศัพท์ออกจากกระเป๋าด้วยท่าทีราบเรียบ


"เดลิเวอรีมาถึงแล้ว ลงมาเอาหน่อย"


เขาเปิดวีแชทหาชื่อเซี่ยอวี่หลิงแล้วส่งข้อความไปหา ในฐานะผู้ชายเขาไม่สะดวกจะบุกเข้าไปในหอพักหญิง ยิ่งหน้าประตูป้ายประกาศตัวใหญ่เขียนว่า 'เขตหอพักหญิง ห้ามชายแปลกหน้าเข้า' หลินฮ่าวก็ไม่อยากจะหาเรื่องใส่ตัว


สมมติว่าถ้าเขาก้าวเข้าไปแล้วโดนกลุ่มสาวๆ รุมตีด้วยไม้กวาดหรือไม้แขวนเสื้อในฐานะโรคจิตขึ้นมา คงดูไม่จืดแน่ นอกจากจะเสียหน้าแล้วยังอธิบายยากอีกต่างหาก


เพียงแต่...หลินฮ่าวรออยู่เกือบนาที ในวีแชทก็ไม่มีวี่แววการตอบรับ


"รบกวนลงมาเอาอาหารที่หน้าหอด้วยครับ"


หลินฮ่าวส่งไปอีกรอบหนึ่งนาทีผ่านไป คราวนี้หลินฮ่าวตัดสินใจกดโทรออกผ่านระบบเสียงโดยตรงก็ยังคงไม่มีสัญญาณตอบรับ หลินฮ่าวเริ่มพูดไม่ออกแล้ว นี่มันเรื่องอะไรกันเนี่ย?


ให้เขามาส่งอาหาร เขาก็มาส่งให้แล้วแต่พอมาถึง คนสั่งกลับไม่อยู่นอกจากวีแชทของเซี่ยอวี่หลิงแล้ว เขาก็ไม่มีช่องทางติดต่ออื่นของเธอเลย หลินฮ่าวจึงจำใจต้องทักไปหาถานจิ้งอี๋เพื่อแจ้งสถานการณ์


ไม่นานถานจิ้งอี๋ก็ส่งชุดตัวเลขมาให้ชุดหนึ่งไม่ต้องเดาก็รู้ นี่ต้องเป็นเบอร์โทรศัพท์ของเซี่ยอวี่หลิงแน่ ถ้าไม่ใช่เบอร์โทรศัพท์ จะเป็นรหัสลับมอสส์หรือไงล่ะ?


หลินฮ่าวรีบโทรออกตามเบอร์ที่ได้รับมาแต่ก็ยังไม่มีใครรับสายอยู่ดี หลินฮ่าวขอยอมแพ้เลย แม่สาวคนนี้เป็นอะไรไป?

ข้อความไม่ตอบ โทรไปไม่รับนี่กำลังยุ่งอยู่กับการกู้โลกหรือโดนลักพาตัวไปกันแน่?


ด้วยความจนใจหลินฮ่าวจึงต้องยอมลงจากรถสามล้อสุดที่รักแล้วถือกล่องบะหมี่ผักเดินตรงไปที่ประตูทางเข้า


"เฮ้ย ไอ้หนุ่ม นั่นเธอจะทำอะไรน่ะ!"


หลินฮ่าวเพิ่งจะเดินถึงหน้าประตู ป้าคุมหอพักที่นั่งอยู่ในห้องทำงานก็วิ่งออกมามองเขาด้วยสายตาไม่เป็นมิตร


"ผมมาส่งอาหารครับ"


หลินฮ่าวรีบอธิบายเพราะกลัวอีกฝ่ายเข้าใจผิด เมื่อเผชิญกับคำอธิบายของหลินฮ่าวป้าคุมหอก็ยังคงทำหน้าบึ้ง


"ส่งอาหารก็ให้เขาลงมาเอาเองสิ นี่มันหอพักหญิง เธอเป็นผู้ชายจะทำอะไรกันแน่?"


"ผมโทรไปแล้วครับ แต่ไม่มีคนรับ" หลินฮ่าวพูดยิ้มๆ อย่างจนใจ ก่อนจะหันไปทางป้าคุมหอ


"ผมขอฝากอาหารไว้ที่ห้องทำงานป้าชั่วคราวได้ไหมครับ เดี๋ยวเธอลงมาค่อยให้เธอมาหยิบไป"


ถ้าเซี่ยอวี่หลิงไม่ลงมาสักที เขาก็ไม่มีทางมายืนรออยู่อย่างนี้ตลอดไป หลินฮ่าวจึงเสนอทางออกสายกลาง


"ไม่ได้! ถ้าอาหารหายแล้วเด็กคนนั้นมาโวยวายใส่ฉันจะทำยังไง? เธอโทรไปตามอีกสิ เอาให้ลงมาเอาเดี๋ยวนี้เลย"


ท่าทีของหลินฮ่าวถือว่าดีมากแล้วแต่ป้าคุมหอคนนี้ดูท่าจะคุยยากกว่าที่คิด เขาจึงทำได้เพียงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาอย่างเลี่ยงไม่ได้

ทันทีที่เสียงสัญญาณโทรศัพท์ดังขึ้น หลินฮ่าวก็ได้ยินเสียงริงโทนดังมาจากทางบันได


เขาหันไปมองเห็นเซี่ยอวี่หลิงที่เพิ่งเดินลงมาข้างล่างพอดี หลินฮ่าวจึงกดวางสายทันที ในเมื่อคนมาแล้วเงินค่าโทรศัพท์ก็ประหยัดไว้ดีกว่า เมื่อเห็นเซี่ยอวี่หลิงที่อยู่ในชุดนอนหมีน้อยสีน้ำตาลกับรองเท้าแตะเดินโซเซมาหาเขา มุมปากของหลินฮ่าวก็กระตุกยิก


แม่สาวคนนี้ดูเหมือนจะยังตื่นไม่เต็มตาเลยสินะ เซี่ยอวี่หลิงเดินช้ามากจนหลินฮ่าวเริ่มจะร้อนใจแทน หลินฮ่าวที่หมดความอดทนจึงยอมเดินฝ่าสายตาอันดุร้ายของป้าคุมหอเข้าไปหาเธอ เมื่อถึงตัวเซี่ยอวี่หลิง หลินฮ่าวก็ยื่นมือส่งกล่องบะหมี่ผักให้


ใครจะไปคิดล่ะว่า...เพียงแค่เขาทำท่าจะยื่นของให้ เซี่ยอวี่หลิงที่อยู่ตรงหน้าก็ซวนเซเข้ามาซุกอกเขาเต็มๆ หลินฮ่าวถึงกับชะงัก


บ้าเอ๊ย ผู้หญิงคนนี้คิดจะลวนลามฉันงั้นเหรอ!