ตอน 24

บทที่ 24 วันนี้ตื่นมาเพราะความหล่อของตัวเอง


“ห๊ะ?”

เมื่อมองไปตามทิศทางที่หลินฮ่าวบุ้ยใบ้ไป จวงเวยเวยก็เห็นถานจิ้งอี๋ที่แอบมองมาพอดี เมื่อหันกลับมาเห็นหลินฮ่าวทำท่าเหมือนอยากจะขำแต่ก็กลั้นไว้ จวงเวยเวยก็รู้สึกสติแตกในทันที

จะถูกจับได้ว่ามาไม้ไหนก็เรื่องหนึ่ง...

แต่นี่เธอดันมาใช้มุกเดิมที่ถานจิ้งอี๋เพิ่งใช้ไปหยกๆ กับผู้ชายคนเดียวกันแบบนี้ ความน่าอายมันไม่ได้อยู่ที่ใคร แต่มันอยู่ที่ตัวจวงเวยเวยเองนี่แหละ

ขายหน้าชะมัด!

ตอนแรกจวงเวยเวยตั้งใจมาเพื่อทำความรู้จักกับหลินฮ่าวดีๆ ถ้ามีจุดเริ่มต้นที่สวยงามได้ก็คงจะดี แต่... ความจริงมันมักจะโหดร้ายเสมอไม่ต้องสงสัยเลย จวงเวยเวยเจอทางตันเข้าให้แล้ว

“เป็นไงบ้าง?”

จวงเวยเวยเดินคอตกกลับมา พอได้ยินเสียงกระซิบถามจากถานจิ้งอี๋ แถมเห็นเซี่ยอวี่หลิงและอวี๋ซินทำตาเป็นประกายอยากรู้อยากเห็น จวงเวยเวยก็ตอบกลับไปอย่างหดหู่


“ห่วยแตกสุดๆ”

“เป็นไปได้ไง? เธอก็ขอวีแชทมาได้ไม่ใช่เหรอ?”

ตอนที่จวงเวยเวยเดินเข้าไปเมื่อครู่ ทั้งถานจิ้งอี๋และเซียะอวี่หลิงต่างเฝ้ามองอยู่ตลอด จึงเห็นจังหวะที่เธอขอวีแชทของหลินฮ่าว

“วีแชทน่ะได้มา แต่จีบไม่ติด” เสียงของจวงเวยเวยเต็มไปด้วยความปลง

เธอเริ่มสงสัยแล้วว่าเสน่ห์ของตัวเองไม่พอหรืออย่างไร ไม่อย่างนั้นหลินฮ่าวทำไมถึงได้ทื่อเป็นขอนไม้ขนาดนี้ ไม่มีหักเลี้ยวให้กันบ้างเลย คนปกติก็น่าจะดูออกว่าเธอกำลังอ่อยและมีใจให้ชัดเจนขนาดไหน

หรือว่าแสดงออกไม่ชัดพอ?

จวงเวยเวยรู้สึกหงุดหงิดในใจ โดยไม่รู้เลยว่าท่าทีของหลินฮ่าวที่มีต่อเธอนั้น ส่วนใหญ่เป็นเพราะถานจิ้งอี๋ต่างหาก เพราะก่อนหน้านี้ถานจิ้งอี๋เข้ามาหยอดเขาหลายครั้งจนทำให้หลินฮ่าวคิดไปเองว่าเธอแค่หาความสนุกใส่ตัว


แม้เขาจะไม่ได้รังเกียจ แต่การที่ต้องระวังตัวไว้ก่อนย่อมทำให้เขาไม่โง่พอที่จะตกลงไปในหลุมพรางง่ายๆ ถ้าหากปล่อยให้เธอทำให้เขาเคลิ้มแล้วจู่ๆ หล่อนก็โพล่งออกมาว่า "ล้อเล่นนะ" แบบนั้นเขาคงหน้าแตกหมอไม่รับเย็บแน่

หลินฮ่าวไม่อยากถูกปั่นหัวเป็นตัวตลก ต่อให้ผู้หญิงจะสวยแค่ไหนก็เถอะ

ดังนั้นเวลาที่คุยกับพวกเธอ หลินฮ่าวจึงมองพวกเธอเป็นเพียงลูกค้าทั่วไป แม้จะมีมารยาทแต่ก็เว้นระยะห่างไว้อย่างเหมาะสม ซึ่งจวงเวยเวยเองก็หนีไม่พ้นขอบเขตนี้

เพราะเธอมากับถานจิ้งอี๋ เลยถูกเหมารวมว่าเป็นพวกเดียวกัน จะคุยเล่นด้วยสองสามคำน่ะได้ แต่ถ้าจะให้ถลำลึกไปทางอื่นล่ะก็ ฝันไปเถอะ เพิ่งจะรู้จักกันได้ไม่นาน จะให้พัฒนาความสัมพันธ์อะไรกันขนาดนั้น

เมื่อเห็นพวกเธอเดินจากไป หลินฮ่าวไม่ได้รู้สึกเสียดายอะไร เรื่องความรักเป็นสิ่งที่หาโอกาสพบเจอยากจะตายไป จะเกิดขึ้นง่ายๆ ได้อย่างไร ไม่ใช่ว่าหลินฮ่าวไม่เคยมีความรัก แต่มันเป็นเรื่องสมัยมหาวิทยาลัย ความรักช่วงนั้นช่างสวยงาม น่าเสียดายที่ไม่มีวันหวนคืน

เพราะเคยผ่านประสบการณ์มาแล้ว หลินฮ่าวจึงยิ่งชัดเจนว่าความรักที่เขาต้องการนั้นเป็นแบบไหน เขาต้องการคนที่จะเดินเคียงข้างไปตลอดชีวิต


คนที่อาจไม่ต้องสวยหยาดเยิ้ม ไม่ต้องเก่งกาจเลิศเลอ ทะเลาะกันได้ แต่ต้องรู้จักทำความเข้าใจ กระทบกระทั่งกันบ้าง แต่ก็ต้องพยุงกันไป... เส้นทางชีวิตอีกยาวไกล ไม่จำเป็นต้องราบรื่นเสมอไป ต่อให้เจอพายุโหมกระหน่ำ ก็ขอแค่ให้ยังจับมือกันไว้ ร่วมผ่านพ้นทั้งสิ่งที่ดีและยากลำบากไปด้วยกัน

หลินฮ่าวกำลังรอคอยการปรากฏตัวของใครคนนั้น

เกี่ยวกับเธอ ทุกอย่างยังคงเป็นปริศนา ไม่รู้ชื่อ ไม่รู้ว่าอายุเท่าไหร่ บ้านอยู่ไหน พ่อแม่ยังอยู่ไหม มีพี่น้องหรือไม่... ไม่รู้อะไรเลย บางที วันหนึ่งเธออาจจะปรากฏตัวขึ้นข้างกายเขาอย่างเงียบเชียบ

หลินฮ่าวเต็มใจที่จะรอ เฝ้าร้านเล็กๆ เรียบง่ายแห่งนี้ รอคอยความรัก... และการมาถึงของเธอ


ช่วงเที่ยงผ่านพ้นไปอย่างเงียบสงบ ยอดขายไม่ได้หวือหวามากนัก แต่เพราะวันนี้ขายเสี่ยวหลงเปาเมนูใหม่ไปได้หลายลูก รายได้จึงเพิ่มขึ้นจากสองวันก่อนพอสมควร

ลองคำนวณดูคร่าวๆ ช่วงมื้อเที่ยงที่ผ่านมาหลินฮ่าวก็ได้กำไรมาไม่น้อย หากเป็นไปตามนี้ ต่อให้มีแค่ร้านเล็กๆ แห่งนี้ ชีวิตความเป็นอยู่ของเขาก็ไม่มีปัญหาอะไร แค่นี้ก็ถือว่าเลี้ยงชีพได้แล้ว

หลังพ้นช่วงเที่ยง ร้านที่ไร้ลูกค้าก็ดูเงียบเหงาลง หลินฮ่าวหยิบแล็ปท็อปที่ซื้อมาเมื่อคืนก่อนออกมา

ตอนออกจากบ้านเมื่อเช้า หลินฮ่าวตั้งใจเอาคอมพิวเตอร์เครื่องนี้ติดมือมาด้วย เขาคิดว่าจะเอาไว้ที่ร้าน เพราะในหนึ่งวันนอกจากช่วงมื้อเที่ยงกับมื้อเย็นแล้ว เวลาที่เหลือค่อนข้างว่าง การมีคอมพิวเตอร์ไว้เล่นเน็ตหรือเล่นเกมฆ่าเวลาก็คงไม่เหงาเกินไป

เปิดเครื่องขึ้นมา ทั้งความเร็วในการบูตและการใช้งานที่ลื่นไหลคอยย้ำเตือนหลินฮ่าวอยู่เสมอว่า นี่คือของที่เขาจ่ายเงินไปกว่าสามหมื่นหยวน

เนื่องจากติดตั้งเกมไว้ตั้งแต่เมื่อคืน หลังจากไถอ่านข่าวสักพัก หลินฮ่าวก็หาเกมหนึ่งมาเล่น League of Legends สำหรับเกมที่เหล่าเกมเมอร์ขนานนามว่า 'เกมลู่อาหลู' หลินฮ่าวไม่ได้รู้สึกแปลกหน้าอะไร


เพราะช่วงมหาวิทยาลัยเคยเล่นอยู่พักหนึ่ง แต่ก็ห่างหายไปนานแล้ว ฝีมือจึงอยู่ในระดับทั่วไป หรือจะพูดให้ถูกคือค่อนข้าง 'กาก' ในฐานะอดีตผู้เล่นระดับซิลเวอร์ตอนนี้หลินฮ่าวเหลือเพียงความมั่นใจระดับแชมเปี้ยนแต่ฝีมือกลับอยู่ที่ระดับเหล็กเท่านั้น

มองดูตัวละครในเกมที่ 'ตายโหง' หน้าป้อมปราการซ้ำแล้วซ้ำเล่า ก่อนจะพยายามวิ่งออกมาจากฐานและล้มลงไปอีกครั้ง แม้จะรู้สึกหงุดหงิดนิดๆ แต่หลินฮ่าวก็มีความดื้อรั้นและศรัทธาที่จะไม่ยอมแพ้อยู่ในใจ

คนอื่นเล่นเกมเพื่อความสนุก แต่หลินฮ่าวเล่นเพื่อหวนรำลึกถึงความหลัง

รายชื่อเพื่อนในเกมยังคงเป็นสีเทา ภาพการไปเล่นเกมที่ร้านอินเทอร์เน็ตกับกลุ่มเพื่อนฝูงในอดีตไม่มีวันย้อนกลับมาได้อีก ทว่า การได้สู้เคียงบ่าเคียงไหล่กับคนที่ไม่รู้จักและเผชิญหน้ากับอีกกลุ่มที่ต้องฟาดฟันกันให้ตายไปข้างหนึ่งก็นับว่าสนุกไปอีกแบบ

หลินฮ่าวเริ่มจะชอบความรู้สึกนี้เข้าแล้ว

ช่วงเวลาแห่งความสุขในเกมมักสั้นเสมอ พริบตาเดียวฟ้าก็มืดค่ำ

ยอดขายวันนี้ยังคงเหมือนเดิม เงียบเหงาเล็กน้อย เสี่ยวหลงเปาที่ทำไว้ไม่ได้ขายหมด ส่วนที่เหลือ หลินฮ่าวก็ไม่อยากเก็บไว้ขายวันรุ่งขึ้น

ก่อนปิดร้าน หลินฮ่าวจึงแพ็คเสี่ยวหลงเปาที่เหลือทั้งหมดแล้วนำไปให้คุณปู่ที่นั่งเล่นหมากรุกอยู่ข้างนอก เพราะสองวันนี้หลินฮ่าวแวะไปดูพวกเขาเล่นหมากรุกบ่อยๆ พวกเขาจึงคุ้นหน้าเขาดี จึงไม่ปฏิเสธและกล่าวขอบคุณหลินฮ่าวเป็นการใหญ่

แม้จะไม่ได้รับเงินแม้แต่เหมาเดียว แต่การที่ไม่ต้องทิ้งให้เสียเปล่าก็ทำให้หลินฮ่าวรู้สึกอิ่มเอมใจมากแล้ว

กลับถึงบ้าน หลังจากพักผ่อนสักครู่ หลินฮ่าวก็เปลี่ยนชุดแล้วลงไปวิ่งออกกำลังกายตอนกลางคืน หลังวิ่งเสร็จ เขาอาบน้ำ ดูวิดีโอสักพัก พอถึงเวลาสี่ทุ่มก็เตรียมเข้านอน


สองวันนี้ตื่นนอนค่อนข้างเป็นเวลา ทุกเช้าประมาณเจ็ดโมงตื่นมาทำอาหารกินเอง แล้วไปร้าน กลับมาตอนเย็น วิ่งออกกำลังกาย แล้วเข้านอนประมาณสี่ทุ่มถึงห้าทุ่ม

คืนนั้นผ่านไปโดยไม่มีอะไรเกิดขึ้น

“เช็คอิน!”

[ ยินดีด้วย โฮสต์เช็คอินสำเร็จ ได้รับรางวัลค่าเสน่ห์ +10 ]

วันใหม่มาเยือน เมื่อหลินฮ่าวตื่นขึ้นมาเช็คอินและเห็นข้อความแจ้งเตือนจากระบบ เขาก็ชะงักไปทันที ค่าเสน่ห์? หลินฮ่าวลองคลำหาดูในระบบอยู่นานก็ไม่พบหัวข้อที่เกี่ยวกับค่าเสน่ห์ที่ว่าเลย

เขาตื่นขึ้นมาด้วยความง่วงที่ยังหลงเหลือ เตรียมจะไปล้างหน้าแปรงฟันก่อนแล้วค่อยมาศึกษาเรื่องนี้ต่อ เมื่อเดินมาถึงห้องน้ำ บีบยาสีฟันใส่แปรง เตรียมจะรองน้ำใส่แก้ว หลินฮ่าวเงยหน้าขึ้นมองกระจกบนผนังพอดี แล้วเขาก็ต้องตะลึงงัน

“เชี่ย! ทำไมคนนี้มันหล่อจังวะ!”