ตอน 23
บทที่ 23 คุณเชื่อในรักแรกพบไหม?
“เธอเอาจริงเหรอ?”
ถานจิ้งอี๋สังเกตเห็นได้ชัดว่าจวงเวยเวยกำลังคิดเรื่องนี้อยู่จริงๆ จึงดูประหลาดใจเล็กน้อย
“จริงสิ!”
เมื่อเผชิญกับสายตาที่จับจ้องมาจากเซี่ยอวี่หลิง, ถานจิ้งอี๋ และอวี๋ซิน จวงเวยเวยก็ยอมรับออกมาตรงๆ
หากเป็นเมื่อก่อน จวงเวยเวยคงไม่กล้าพูดแบบนี้ เพราะอย่างไรเสียหลินฮ่าวก็เป็นคนที่เซี่ยอวี่หลิง ‘หมายตา’ ไว้ก่อน ทว่าหลังจากเซี่ยอวี่หลิงอธิบายชี้แจงทุกอย่างจนกระจ่าง เธอถึงได้เข้าใจว่าเป็นเรื่องเข้าใจผิด
ความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับเซี่ยอวี่หลิงนั้นแน่นแฟ้นมาก ไม่ใช่แค่เพื่อนสาวผิวเผิน ดังนั้นหากเซี่ยอวี่หลิงมีใจให้หลินฮ่าวจริงๆ เธอก็คงไม่คิดจะแย่งชิง
แต่หลังจากที่เซี่ยอวี่หลิงย้ำนักย้ำหนาว่าไม่ได้คิดอะไรกับเขา จวงเวยเวยก็ไม่มีความกังวลหรือภาระทางใจใดๆ อีก สำหรับสิ่งที่เธอชอบหรือสนใจ เธอเป็นฝ่ายรุกเข้าหาเสมอ
“แค่แป๊บเดียวเองนะ เธอไม่ได้ชอบเขาเข้าจริงๆ แล้วใช่ไหม? หรือว่า...”
ถานจิ้งอี๋พูดทิ้งท้ายไว้แค่นั้น แต่ทุกคนต่างก็รู้ดีว่าเธอหมายถึงอะไร ไม่พ้นเรื่องหิวเงิน มองเห็นความรวยของหลินฮ่าวเป็นแน่ แต่ที่เธอไม่พูดออกมาตรงๆ เพราะรู้ดีว่าจวงเวยเวยไม่ใช่คนแบบนั้น
และก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ!
เมื่อได้ยินสิ่งที่ถานจิ้งอี๋พูด จวงเวยเวยไม่ได้โกรธเคือง แต่กลับยิ้มแล้วกล่าวว่า
“ยังไม่ถึงขั้นชอบหรอก แค่รู้สึกว่าเขาดูดีในทุกด้าน แถมยังดูมีปริศนา เลยอยากทำความรู้จักเขาหน่อย ถ้าทุกอย่างไปกันได้ ทำไมจะไม่ลองคบกันดูล่ะ?”
ทุกคนพยักหน้าเข้าใจ และรู้สึกโล่งอกแทนจวงเวยเวย หากจวงเวยเวยต้องยอมเสียสละความรู้สึกตัวเองเพียงเพราะเหตุผลอื่น พวกเธอก็คงรู้สึกไม่คุ้มค่าแทนเธอ
“เสี่ยวอวี่ เธอแน่ใจนะว่าจะไม่ลองพิจารณาดูอีกที? ไม่งั้นถ้าฉันจีบติดแล้ว อย่ามาเสียใจทีหลังล่ะ!”
จวงเวยเวยหันไปมองเซี่ยอวี่หลิงอีกครั้ง
“ถ้าเธอจะเอาตอนนี้ ฉันจะถอยให้ทันที”
ถึงเธอไม่ใช่กุลสตรีผู้สูงส่ง แต่ก็ไม่คิดจะแย่งของรักของคนอื่น หากเซี่ยอวี่หลิงมีใจให้หลินฮ่าวเพียงแต่เกรงใจจนไม่กล้าพูด เธอก็จะไม่แย่งแน่นอน
“ถ้าอย่างนั้นฉันก็วางใจจีบแล้วนะ”
เมื่อเห็นเซี่ยอวี่หลิงส่ายหน้าอีกครั้ง จวงเวยเวยก็ยิ้มออกมา ทั้งสามคนไม่มีใครคัดค้านอะไร เดิมทีถานจิ้งอี๋ตั้งใจจะจับคู่เซี่ยอวี่หลิงกับหลินฮ่าว แต่เมื่อเซี่ยอวี่หลิงถอยเองและจวงเวยเวยก็สนใจ ย่อมไม่มีเหตุผลที่จะปฏิเสธ
อันที่จริงก่อนหน้านี้มันก็เป็นเพียงความซุกซนของเธอเท่านั้น ถานจิ้งอี๋ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วอดเตือนไม่ได้
“เวยเวย ถ้าเธอจะจีบเจ้าของร้านคนนี้ พวกเราไม่มีปัญหาแต่บอกไว้ก่อนนะ เจ้าของร้านคนนี้เป็นพวก ‘ผู้ชายซื่อบื้อสุดขั้ว’ ระวังจะหน้าแตกกลับมาล่ะ”
พอนึกถึงทุกครั้งที่ต้อง ‘ปะทะ’ กับหลินฮ่าว ถานจิ้งอี๋ก็รู้สึกอัดอั้นตันใจ
ตอนเจอกันครั้งแรก เธอเป็นฝ่ายขอวีแชทเขาก่อนแต่เขากลับไม่ให้ แถมยังแสดงสกิลความซื่อบื้อแบบจัดเต็ม พอเมื่อวานเธออุตส่าห์เสนอตัวส่ง ‘ภรรยา’ มาให้ถึงที่ พ่อเจ้าของร้านคนนี้กลับไม่เอา ทั้งที่เป็นการเสนอให้แทบจะฟรีๆ อีกต่างหาก
ที่น่ากุมขมับที่สุดคือ เมื่อกี้ตอนเธอถามว่าเขาจะตอบแทนเธออย่างไร เขาดันตอบแค่ ‘ขอบคุณ’ สั้นๆ สองคำ ไม่ขาดไม่เกิน
ถานจิ้งอี๋ยอมแพ้จริงๆ
เมื่อเล่าเรื่องเหล่านี้ให้ฟัง จวงเวยเวยไม่เพียงไม่คิดจะถอยแต่กลับดูสนใจมากขึ้นไปอีก
“ฉันกลับรู้สึกว่าเขาน่าสนใจดีออก”
เห็นจวงเวยเวยว่าอย่างนั้น ถานจิ้งอี๋ก็ไม่พูดอะไรอีก เธอแค่อยากเตือนให้เพื่อนรู้เขารู้เราก่อน จะได้ไม่ต้องเปิดตัวมาก็แพ้ราบคาบให้เสียหน้า
ด้วยเหตุนี้ หัวข้อสนทนาของทั้งสี่สาวจึงพุ่งเป้าไปที่หลินฮ่าวเป็นหลัก พวกเธอค่อยๆ ละเลียดทานอาหาร จนกระทั่งเหลือเพียงพวกเธอสี่คนกับหลินฮ่าวที่เป็นเจ้าของร้านเท่านั้น
หลังจากเตรียมใจอยู่ครู่หนึ่ง ภายใต้สายตาให้กำลังใจและคาดหวังของเพื่อน จวงเวยเวยก็ค่อยๆ ลุกขึ้น
“ค่าใช้จ่ายทั้งหมด 130 ครับ!”
ยังไม่ทันที่จะได้เอ่ยปาก จวงเวยเวยก็ต้องชะงักเมื่อหลินฮ่าวเงยหน้าขึ้นมาพูดประโยคนี้ใส่เธอจวงเวยเวยมึนตึ้บ... บทมันไม่เป็นไปตามที่วางแผนไว้นี่หว่า!
เธอรู้สึกเหมือนเอาหัวไปโขกกำแพง ยังไม่ได้เริ่มใช้แผนอะไรเลย หลินฮ่าวก็ปิดเกมใส่เธอเสียแล้ว หญิงสาวสวยระดับเธอยืนอยู่ตรงหน้าแท้ๆ แต่เขากลับไม่ชายตามองเลย
ไม่ใช่สิ... เขาแค่มองแวบเดียวแล้วรีบเบนสายตาหนีไปทันที สมกับเป็นพวกซื่อบื้อสุดขั้วจริงๆ! ถึงตอนนี้ จวงเวยเวยก็รับรู้ถึงคุณสมบัติความเป็นผู้ชายซื่อบื้อของหลินฮ่าวได้อย่างแจ่มแจ้ง
เมื่อเห็นหลินฮ่าวยื่นคิวอาร์โค้ดของร้านมาให้ จวงเวยเวยก็จำใจต้องหยิบมือถือออกมาเปิดวีแชท แต่เธอก็รู้ว่าตนเองจะปล่อยให้เขาจูงจมูกแบบนี้ไม่ได้ เพราะไม่อย่างนั้นเธอจะกลายเป็นฝ่ายเสียเปรียบ
เธอเปิดแอปวีแชทขึ้นมาแต่ยังไม่ยอมโอนเงิน แล้วถามหลินฮ่าวว่า
“เถ้าแก่ เสี่ยวหลงเปาพวกนี้คุณทำเองหมดเลยเหรอคะ?”
“ใช่ครับ”
หลินฮ่าวตอบสั้นๆ ห้วนๆ โดยที่หางตาเหลือบมองเซี่ยอวี่หลิง ถานจิ้งอี๋ และอวี๋ซินที่แอบมองมาจากโต๊ะ
“เสี่ยวหลงเปาอร่อยมากเลย สอนสูตรฉันบ้างได้ไหมคะ?”
“ไม่ได้ครับ”
“ทำไมล่ะคะ?”
“ความลับทางการค้า”
“...”
เดิมทีเธอตั้งใจจะใช้เรื่องนี้เป็นจุดเริ่มต้นชวนคุย แต่ไม่นึกว่าจะโดนตัดบทจนบทสนทนาตายสนิท จวงเวยเวยเริ่มปวดหัวขึ้นมาทันทีความลับทางการค้ากับผีน่ะสิ! เธอก็แค่จะหาเรื่องคุยเพื่อกระชับความสัมพันธ์ ใครจะไปนึกว่าหลินฮ่าวจะไม่เล่นตามบทของเธอเลย
ปวดกบาลจริง! เธอเข้าใจแล้วว่าทำไมถานจิ้งอี๋ถึงเป็นกังวล
“เอ๊ะ? เถ้าแก่ คิวอาร์โค้ดอันนี้สแกนไม่ได้หรือเปล่าคะ?” จวงเวยเวยแอบปิดหน้าจอจ่ายเงิน แล้วแกล้งทำเป็นยิ้มเจื่อนๆ
“งั้นฉันแอดวีแชทคุณไป แล้วโอนผ่านอั่งเปาแทนนะคะ?”
แม้เซี่ยอวี่หลิงและถานจิ้งอี๋จะมีวีแชทของเขาอยู่แล้ว แต่จวงเวยเวยจำเป็นต้องสร้างเหตุผลในการขอแอดไลน์ เพื่อให้ดูเป็นธรรมชาติไม่จงใจจนเกินไป
เนื่องจากจวงเวยเวยแสดงได้แนบเนียนมากจนหลินฮ่าวแยกไม่ออกว่าเป็นเรื่องจริงหรือการแสดง ในเมื่อไม่สะดวกจะปฏิเสธต่อหน้า หลินฮ่าวจึงยอมรับการแอดเป็นเพื่อนแต่โดยดี
ไม่นานนัก หลินฮ่าวก็ได้รับอั่งเปาที่จวงเวยเวยส่งมา เมื่อทำภารกิจแอดวีแชทสำเร็จ จวงเวยเวยเห็นเขามากดรับอั่งเปาไป ก็รู้สึกกระหยิ่มยิ้มย่องอยู่ในใจ เธอช่างฉลาดเสียจริง
“คุณผู้หญิง มีธุระอะไรอีกหรือเปล่าครับ?”
ตามมารยาท เมื่อจวงเวยเวยจ่ายเงินเสร็จก็น่าจะกลับได้แล้ว แต่พอเห็นเธอยังยืนนิ่งอยู่ หลินฮ่าวจึงจำต้องถามขึ้น
เพิ่งจะภูมิใจได้ไม่นาน จวงเวยเวยก็ต้องหน้าแตกเมื่อเจอคำถามนี้เข้า ผู้ชายคนนี้ทำไมเป็นแบบนี้? นี่มันไล่แขกชัดๆ! พอได้เงินแล้วก็ ‘พลิกหน้ามือ’ เย็นชาจริงๆ...
จวงเวยเวยเงียบไปชั่วครู่ แม้จะได้วีแชทมาแล้วแต่กลับยังไม่มีความคืบหน้าอะไร เธอไม่อยากถอยกลับไปมือเปล่า จึงตัดสินใจรุกหนักในคราวเดียว
“เถ้าแก่ คุณเชื่อในรักแรกพบไหมคะ?”
เธอรวบรวมความกล้าแล้วสบตาหลินฮ่าวตรงๆ พ่นประโยคคลาสสิกที่ใช้ได้ผลดีเสมอออกมา หากหลินฮ่าวไม่ใช่คนประเภทที่แกล้งทำเป็นไม่ได้ยิน เธอเชื่อมั่นว่าเธอจะสานต่อบทสนทนานี้ไปได้อีกไกล
แต่ใครจะไปนึกว่า... ทันทีที่ได้ยินคำถามนั้น สีหน้าของหลินฮ่าวกลับดูแปลกประหลาดไปในทันที
“บอกความลับอะไรให้นะ!”
หลินฮ่าวกลั้นขำไว้ แล้วพยักพเยิดหน้าไปทางถานจิ้งอี๋ที่กำลังนั่งแอบดูอยู่อย่างสนุกสนาน พร้อมเตือนเธอว่า
“คำถามนี้... เธอถามไปแล้วครับ”
จวงเวยเวย: “...”