ตอน 17

บทที่ 17 : เงินเยอะเกินไป ทำอย่างไรดี?


อยู่ดีๆ หลินฮ่าวก็เกิดความคิดหนึ่งขึ้นมา นั่นคือการปล่อยเช่าห้องนี้

เขาเองก็ไม่ได้คิดจะขายห้องนี้ทิ้งอยู่แล้ว ในเมื่อตัวเองไม่ได้ย้ายเข้ามาอยู่ ปล่อยทิ้งไว้ก็เปล่าประโยชน์ สู้เอามาใช้ให้เกิดประโยชน์ไม่ดีกว่าหรือ? นอกจากจะป้องกันไม่ให้ห้องว่างเปล่าจนโทรมแล้ว ยังสร้างรายได้เสริมให้เขาอีกด้วย ยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัวชัดๆ

ความคิดที่แวบเข้ามาในหัวชั่วขณะนี้ กลับเปิดช่องทางใหม่ให้หลินฮ่าวได้อย่างน่าประหลาด

เขาเข้าอินเทอร์เน็ตลองเช็กราคาดู พบว่าค่าเช่าแถบนี้แพงระยับ อย่างต่ำก็เริ่มที่เดือนละหนึ่งหมื่นห้าพันหยวน และส่วนใหญ่ก็มักจะไม่มีห้องว่างให้เช่าด้วยซ้ำ ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะทำเลที่ตั้งของที่นี่ถือว่าดีเยี่ยมสุดๆ

หลินฮ่าวพยายามหาข้อมูลว่าในโครงการเดียวกันนี้มีราคาเช่าอยู่ที่เท่าไหร่ แต่ผลปรากฏว่าหาไม่เจอเลยแม้แต่ประกาศเดียว

เขานิ่งอึ้งไปครู่หนึ่งก่อนจะนึกขึ้นได้โครงการที่เขาอยู่นี้เพิ่งเริ่มก่อสร้างเมื่อไม่กี่ปีก่อนและเพิ่งเปิดขายเมื่อสองปีที่ผ่านมานี้เอง ลูกบ้านส่วนใหญ่เพิ่งจะย้ายเข้ามาอยู่กันในปีนี้ เรียกได้ว่าเป็นโครงการใหม่เอี่ยมอ่อง

ประเด็นสำคัญคือ ห้องในโครงการนี้ราคาเริ่มต้นหลักสิบล้านทั้งนั้น คนที่ซื้อไหวส่วนใหญ่ก็เป็นคนมีฐานะ ไม่ก็ซื้อไว้อยู่กันเป็นครอบครัว น้อยคนนักที่จะปล่อยเช่าห้องใหม่ๆ แบบนี้ ต่อให้มีก็ถือเป็นส่วนน้อย

ดังนั้นการหาประกาศให้เช่าบนเน็ตไม่เจอจึงไม่ใช่เรื่องผิดปกติ

เมื่อไม่มีตัวเปรียบเทียบ หลินฮ่าวจึงทำได้เพียงอ้างอิงราคาจากโครงการใกล้เคียง หลังจากสำรวจดูจนพอเห็นภาพรวมแล้ว เขาก็ถ่ายรูปห้องไว้หลายมุมเพื่อเตรียมนำไปลงประกาศหาผู้เช่า

ห้องสภาพดีขนาดนี้ไม่ต้องกลัวว่าจะไม่มีคนเช่า เพื่อเป็นการประหยัดค่าธรรมเนียมและตัดปัญหาเรื่องตัวกลาง หลินฮ่าวจึงตัดสินใจไม่พึ่งพานายหน้า

เขากลับถึงบ้านแล้วเปิดคอมพิวเตอร์ เตรียมจะลงประกาศหาผู้เช่า แต่พอเห็นโน้ตบุ๊กมือสองเครื่องเก่าที่ส่งเสียงครางหึ่งๆ อยู่บนโต๊ะ เขาก็อดขัดใจไม่ได้ เครื่องมันอืดเสียจนน่าหงุดหงิด

"ไว้มีโอกาสค่อยไปดูเครื่องใหม่ดีกว่า"

โน้ตบุ๊กที่ซื้อมาจากตลาดของมือสองเครื่องนี้อยู่รับใช้เขามานาน ถึงเวลาปลดเกษียณเสียที ก่อนหน้านี้เขาขัดสนเรื่องเงินจึงต้องประหยัดอดออม แต่ตอนนี้ในบัญชีมีเงินเก็บหลักแสน แถมเดี๋ยวพอปล่อยเช่าห้องได้ก็จะมีรายได้เข้ามาอีก ทำให้หลินฮ่าวกล้าคิดเรื่องเปลี่ยนคอมพิวเตอร์ขึ้นมาบ้าง

หลังจากรออยู่นาน ในที่สุดเครื่องก็เปิดติด แถมยังค้างไปรอบหนึ่งก่อนจะเข้าหน้าเว็บได้สำเร็จ

หลินฮ่าวสมัครบัญชีผู้ใช้ ยืนยันตัวตน กรอกรายละเอียดห้องพัก ระบุเงื่อนไขการเช่า ทิ้งช่องทางติดต่อไว้ แล้วกดโพสต์ทันทีที่ตรวจทานเสร็จสรรพ

เขาปิดคอมพิวเตอร์พลางถอนหายใจด้วยความโล่งอก ที่เหลือก็แค่รอให้คนติดต่อกลับมา

เขาเหลือบมองนาฬิกา นี่ก็เกือบเก้าโมงเช้าแล้ว ซึ่งเป็นช่วงเวลาเร่งด่วนของคนทำงาน หลินฮ่าวจึงเลือกที่จะนั่งเล่นที่บ้านต่ออีกครึ่งชั่วโมงเพื่อเลี่ยงช่วงเวลาคนแน่น ก่อนจะขึ้นรถไฟใต้ดินมุ่งหน้าไปยังร้าน

เขาไปถึงร้านเกือบสิบโมงพอดี ซึ่งเป็นเวลาที่กำลังดี เขาสามารถเตรียมวัตถุดิบสำหรับมื้อเที่ยงได้ล่วงหน้า

ทว่านั่งรอได้ไม่นาน ก็มีเบอร์แปลกโทรเข้ามา

"สวัสดีครับ ไม่ทราบว่า..."

"อ้อ ใช่ครับ ห้องนั้นเป็นของผมเอง..."

"จะขอดูห้องเหรอครับ?"

"ช่วงบ่าย? ได้เลยครับ..."

"งั้นเป็นบ่ายสามโมงเป็นไงครับ?"

"..."

วางสายเสร็จ หลินฮ่าวก็อดหัวเราะไม่ได้ เพิ่งลงประกาศไปไม่นานก็มีคนโทรมาสอบถาม แถมยังนัดดูห้องบ่ายสามโมงเสียด้วย

สำหรับเขาแล้ว นี่ถือเป็นข่าวดีไม่น้อย ถ้าทุกอย่างราบรื่น อีกสองสามวันเรื่องเช่าห้องคงจบ และเขาก็จะมีเงินก้อนใหม่เข้ามา ช่วงเที่ยงเปิดร้านตามปกติ แม้จะยังไม่คึกคักมากนัก แต่ก็ถือว่าดีกว่าวันแรกอย่างเห็นได้ชัด

[ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ที่ทำภารกิจสำเร็จ: ร้านเล็กๆ ที่มีชื่อเสียง (ภารกิจที่ 2)]

[ร้านเล็กๆ ที่มีชื่อเสียง (ภารกิจที่ 2): ในฐานะร้านที่มีความมุ่งมั่น ท่านต้องมอบบริการที่น่าประทับใจให้แก่ลูกค้า ขอให้ท่านสะสมคำชมจากลูกค้าให้ครบ 10 ครั้งภายใน 3 วัน

รางวัลภารกิจ: สูตรลับเสี่ยวหลงเปาระดับเทพ

ความคืบหน้าปัจจุบัน: 10/10 (สำเร็จแล้ว)]

[กำลังดำเนินการมอบรางวัล...]

ภารกิจสำเร็จแล้วงั้นหรือ?

ในขณะที่เขากำลังยกแตงกวาดองไปเสิร์ฟลูกค้าโดยไม่ทันได้ตั้งตัว เสียงแจ้งเตือนจากระบบก็ดังขึ้นในหัว ทันใดนั้น หลินฮ่าวรู้สึกถึงกระแสความเย็นวาบที่แล่นผ่านสมอง ตามมาด้วยข้อมูลใหม่ๆ ที่ไหลทะลักเข้ามา

สูตรลับเสี่ยวหลงเปาระดับเทพ...

เห็นได้ชัดว่าเป็นรางวัลที่ได้รับจากระบบ วิธีการมอบรางวัลของระบบนี้ค่อนข้างพิเศษ มันไม่ได้มาในรูปแบบเอกสารหรือไฟล์ดิจิทัล แต่แทรกซึมเข้าไปในความทรงจำของเขาโดยตรง ซึ่งช่วยลดขั้นตอนวุ่นวายไปได้เยอะเลย

เนื่องจากมีนัดดูห้องตอนบ่ายสองกว่าๆ หลินฮ่าวจึงปิดร้านแล้วนั่งรถไฟใต้ดินกลับไป

เขาถึงโครงการตอนเกือบจะบ่ายสามพอดี ซึ่งเป็นเวลาที่นัดหมายไว้พอดีเป๊ะ คู่สามีภรรยาที่มาดูห้องเป็นวัยกลางคน ฝ่ายชายอายุสี่สิบกว่าๆ สวมแว่นกรอบดำดูภูมิฐาน ส่วนฝ่ายหญิงรูปร่างท้วมนิดๆ ดูเป็นแม่บ้านที่ดูแลครอบครัวเป็นอย่างดี

เมื่อทักทายและยืนยันตัวตนกันเรียบร้อย หลินฮ่าวก็พาพวกเขาทั้งสองไปดูห้อง

ระหว่างทาง หลินฮ่าวก็ได้รู้รายละเอียดของพวกเขา ฝ่ายชายชื่อ 'เริ่นผิง' เป็นผู้บริหารบริษัทเอกชน ส่วนฝ่ายหญิงเป็นแม่บ้าน ปีนี้ลูกสาวของพวกเขาเพิ่งสอบติดโรงเรียนมัธยมเจียงไห่ที่ 1 จึงย้ายมาเพื่อดูแลลูกสาวอ่านหนังสือเตรียมสอบ

แต่เพราะที่อยู่อาศัยในเมืองเจียงไห่หายากมาก โดยเฉพาะห้องพักในเขตพื้นที่โรงเรียนใจกลางเมืองแบบนี้ พวกเขาหามาหลายวันแล้วยังไม่เจอที่ถูกใจ พอเห็นประกาศของหลินฮ่าวในตอนเช้าจึงรีบติดต่อมาทันที

หลินฮ่าวเข้าใจความรู้สึกของพวกเขาดี

ลูกคือความภูมิใจและความหวังของพ่อแม่ ยิ่งลูกเรียนเก่งขนาดนี้ การที่พ่อแม่จะทุ่มเทให้ย่อมเป็นเรื่องธรรมดา

ในขณะที่ทำความเข้าใจสถานการณ์ของพวกเขา หลินฮ่าวก็แนะนำรายละเอียดห้องพักอีกครั้ง ซึ่งจริงๆ ก็ไม่ต่างจากที่ลงไว้ในเน็ต คาดว่าพวกเขาก็คงพอทราบข้อมูลมาบ้างแล้ว

หลังจากได้เห็นห้องของจริง ทั้งคู่ก็ยิ่งพึงพอใจกว่าเดิม ห้องตกแต่งพร้อมอยู่ เฟอร์นิเจอร์ครบครัน แถมยังเป็นห้องขนาด 160 ตารางเมตร และที่สำคัญคือเป็น 'มือหนึ่ง' ที่ยังไม่เคยมีใครเช่ามาก่อน ห้องดีๆ แบบนี้หาไม่ได้ง่ายๆ อีกแล้ว

ยิ่งไปกว่านั้น ชื่อโครงการ หานหลินฝู่ตี่นั้นเป็นที่เลื่องลือ คนที่พักอาศัยอยู่ที่นี่มีแต่ชนชั้นนำหรือผู้มีความรู้ความสามารถ ซึ่งนับว่าเป็นสภาพแวดล้อมที่ดีต่อตัวพวกเขาและลูกสาวเป็นอย่างมาก

ห้องแบบนี้แย่งกันเช่าแทบไม่ทัน

หลินฮ่าวแทบไม่ต้องโน้มน้าวอะไรเลย ทุกอย่างตกลงกันได้อย่างรวดเร็ว ฝ่ายเช่าตกลงทำสัญญาเช่า 3 ปี ค่าเช่าเดือนละ 23,000 หยวน จ่ายเป็นรายปี รวมเป็นเงิน 276,000 หยวนต่อปี

ราคานี้อาจจะไม่ถูก แต่ก็ถือว่าไม่แพงจนเกินไป หลินฮ่าวตั้งราคาโดยอิงจากโครงการรอบข้าง หากเขาอยากจะเรียกเพิ่มมากกว่านี้ก็ย่อมทำได้ แต่เขามองว่าขี้เกียจเสียเวลา อีกอย่างครอบครัวนี้ดูเป็นคนดี การให้คนกลุ่มนี้เช่าเขาก็รู้สึกสบายใจ

หลังจากตกลงเงื่อนไขปลีกย่อยกันได้ ทั้งสองฝ่ายก็เซ็นสัญญา โดยสัญญาฉบับนี้หลินฮ่าวโหลดมาจากอินเทอร์เน็ตแล้วแก้ไขเพิ่มเติมเล็กน้อย เมื่อตรวจสอบจนไม่มีปัญหา ทั้งสองฝ่ายจึงลงนาม

หลังเซ็นสัญญา ฝ่ายเช่าก็โอนค่าเช่าปีแรกมาให้ทันที เกือบสามแสนหยวน มองดูตัวเลขเงินที่เพิ่มขึ้นในบัญชี หลินฮ่าวรู้สึกมีความสุขจนแทบเก็บอาการไม่อยู่ เงินเยอะขนาดนี้ จะเอาไปใช้อะไรดีนะ?

ตั้งแต่เกิดมา นี่เป็นครั้งแรกที่เขารู้สึกกังวลกับปัญหาที่ว่า 'เงินเยอะเกินไปจะใช้ยังไงดี'...