ตอน 23

บทที่ 23 พวกเงาผีนั่นมันน่ากลัวจริงๆ นะ


สิ้นคำของหลี่ต้าขุย เขาก็ได้รับฝ่ามือพิฆาตจากผู้เป็นพ่อฟาดลงมาที่ท้ายทอยเต็มรัก จนเจ้าตัวสะดุ้งโหยงเกือบทำตะกร้าในอ้อมแขนร่วงลงพื้น


“พ่อ! ตีผมทำไมเนี่ย ผมพูดผิดตรงไหน ที่นี่มันอัปมงคลจะตายไป เป็นที่ที่คนเขาอยู่กันเหรอครับ? พ่อทำแบบนี้ไม่เท่ากับรังแกสหายโม่ที่เพิ่งมาจากในเมือง ไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรเลยหรอกเหรอ?”


หลี่ต้าขุยเกาหัวที่ถูกตบจนเจ็บด้วยความคับข้องใจเต็มประดา จู่ๆ ก็มาลงไม้ลงมือกันแบบนี้ เขาเกือบคิดว่าถูกผีหลอกเข้าจริงๆ แล้ว ดีนะที่ไหวตัวทัน


เขาปรายตามองหลี่กั๋วเฉียงที่ถือไฟฉายสั่นงกๆ อย่างสมเพชปนหวาดกลัว ก่อนจะพึมพำบ่นต่อ


“พ่อครับ พ่อคิดว่าสหายโม่แรงเยอะแล้วจะไม่เป็นไรเหรอ? ถ้าเกิดเธอเป็นอะไรไปขึ้นมา ตำแหน่งหัวหน้าทีมผลิตของพ่อได้จบเห่แน่ ผมล่ะไม่เข้าใจจริงๆ ว่าพ่อคิดอะไรอยู่ ถึงกล้าเอาที่นี่มาปล่อยเช่า ต่อให้ให้ฟรีคนเขายังไม่กล้าอยู่เลย พ่อยังจะไปเก็บค่าเช่าเขาอีก ไม่กลัวร้อนตัวบ้างหรือไง...”


หลี่กั๋วเฉียงนึกเสียใจจนแทบกระอักเลือด นี่ลูกชายแท้ๆ ยังมาซ้ำเติมเขาอีก เขาอดไม่ได้จึงฟาดฝ่ามือลงไปที่ท้ายทอยเจ้าลูกชายอีกรอบ


“ที่สั่งให้เอาซี่โครงไปส่ง ก็เพราะมัวแต่พูดพร่ำไร้สาระอยู่นี่ไง! นี่มันสมบัติของหมู่บ้าน ถ้าไม่เก็บค่าเช่าบ้าง คนอื่นๆ ในหมู่บ้านเขาจะยอมให้สหายโม่มาอยู่ได้ยังไงกัน!”


นี่คือเรือนรับรองเก่าของคหบดี หากไม่มีข่าวลือแปลกๆ พวกชาวบ้านคงรุมทึ้งแบ่งที่ดินกันไปนานแล้ว แม้คนในหมู่บ้านจะไม่กล้าอยู่เอง แต่ถ้าปล่อยให้โม่หรานอยู่ฟรีๆ พวกป้าแก่ขี้งกในหมู่บ้านต้องแห่กันมาโวยวายแน่นอน


หลี่กั๋วเฉียงมีเหตุผลของเขา สหายโม่ดูไม่ใช่คนขาดแคลนเงินทอง ให้เธอจ่ายเงินแลกกับความสงบสุขก็นับว่าคุ้มค่าแล้ว


“แต่มันก็ไม่ควรเก็บเดือนละสองหยวนไหมล่ะครับ? ที่นี่มันเฮี้ยนจะตาย ไปเก็บเงินเขาแบบนี้ไม่ดีหรอก พ่ออย่ารังแกเด็กไม่รู้เรื่องเลยนะ”


หลี่ต้าขุยกุมท้ายทอยบ่นอุบ หลี่กั๋วเฉียงได้ยินคำบ่นนั้นแล้วแทบอยากจะประเคนฝ่ามือใส่ไอ้หัวขี้เลื่อยนี่อีกรอบ บ้านหลังใหญ่ขนาดนี้ ค่าเช่าเดือนละสองหยวนนั่นมันราคาถูกเหมือนแจกฟรีแล้ว!


เห็นลูกชายยังบ่นงึมงำไม่หยุด หลี่กั๋วเฉียงก็หมดความอดทน ตบหัวไปอีกฉาดแล้วตวาด


“เรื่องค่าเช่าไม่ต้องพูดมากแล้ว! รีบๆ ไปวางซี่โครงไว้หน้าบ้านแล้วตะโกนเรียกสหายโม่ซะ พ่อจะรออยู่นี่ แกยังหนุ่มยังแน่น ถ้าเกิดอะไรขึ้นจริงๆ ก็วิ่งเร็วกว่าพ่อ!”


หลี่ต้าขุยได้ยินดังนั้นถึงกับพูดไม่ออก


“พ่อ... ผมยังใช่ลูกพ่ออยู่ไหมเนี่ย!” รู้งี้เรียกน้องรองมาด้วยก็ดี พ่อแก่ตัวแสบนี่ไม่บอกรายละเอียดก่อนเลยว่าให้มาส่งที่ไหน!


“ไม่ใช่ลูกแล้วจะให้แกมาทำไมเล่า! รีบไปสิ ตรงนี้มันเย็นยะเยือกจนขนลุกไปหมดแล้ว”


รอบๆ นี้เป็นป่าละเมาะ ลมยามค่ำคืนพัดผ่านจนเงาไม้ไหวเอนประกอบกับเสียงหวีดหวิว มันก็น่าขนลุกจริงๆ นั่นแหละ แสงไฟฉายในมือหลี่ต้าขุยสั่นไหวยิ่งกว่าเดิม เขาหันไปมองพ่อที่ยืนสั่นงกๆ อยู่ข้างหลังแล้วเสนอว่า


“พ่อ... กลับกันเถอะครับ ขาผมเริ่มไม่มีแรงแล้ว ซี่โครงนี่ค่อยเอามาให้พรุ่งนี้ก็ได้ แช่น้ำในบ่อไว้คืนหนึ่งไม่เสียหรอก”


“มาถึงขนาดนี้แล้วจะกลับได้ยังไง! หลับตาเดินๆ ไปเถอะ อย่าบ่นมาก รีบไปวางไว้หน้าบ้านแล้วเรียกเขาดูว่าปลอดภัยดีไหม”


ประโยคหลังนี่แหละคือประเด็นสำคัญ หลี่กั๋วเฉียงตัดสินใจกัดฟันมาที่นี่ก็เพราะอยากยืนยันว่าโม่หรานไม่ได้ถูกผีหลอกจนสลบไป ก่อนหน้านี้มีชาวบ้านไม่เชื่อลองดีมาค้างคืนที่นี่ สุดท้ายก็ถูกหามกลับไปแทบทุกคน เขาเลยกลัวว่าโม่หรานจะเป็นแบบนั้น


สหายโม่คนนี้คือคนที่เบื้องบนกำชับมาให้ดูแลเป็นพิเศษ หากเธอเป็นอะไรไป ตำแหน่งหัวหน้าทีมของเขาคงถึงคราวอวสานแน่ๆ แม้เขาจะรู้ว่าเรื่องงมงายไม่ดี แต่เรือนนี้มันเฮี้ยนจริงๆ...


“พ่อ... ไปส่งด้วยกันเถอะครับ เดินอีกแค่ไม่กี่ก้าวเอง มีอะไรจะได้ช่วยกัน”


หลี่กั๋วเฉียงกรอกตาไปมาในความมืด เขาก็ขาอ่อนจะเดินไม่ไหวแล้วเหมือนกัน!


“แกก็ไปเองสิ พ่อถือไฟฉายส่องทางให้อยู่ตรงนี้ก็ช่วยได้แล้ว...”


สองพ่อลูกยังคงถกเถียงกันโดยไม่รู้เลยว่าโม่หรานเดินออกมาจากตัวบ้านแล้ว เธอได้ยินเสียงคนคุยกันจึงรีบเดินออกมาดู พอก้าวออกมาก็เห็นหัวหน้าทีมกับลูกชายยืนสั่นขาคุยกันอยู่บทสนทนาทั้งหมดเธอได้ยินหมดตั้งแต่อยู่ข้างในแล้ว และรู้สึกเพลียจิตเหลือเกิน


เดินมาแค่นี้ทำไมต้องเกี่ยงกันนานขนาดนั้นด้วย? เธอจัดห้องเสร็จไปห้องหนึ่งแล้วพวกเขายังไม่เลิกพึมพำกันอีก แต่พอคิดถึงค่ายกลลวงตาในลานบ้าน เธอก็เข้าใจ พวกเงาผีนั่นมันก็น่ากลัวจริงๆ นั่นแหละ


โม่หรานไม่อยากให้สองพ่อลูกถอดใจกลับไปก่อนเพราะความกลัว ไม่อย่างนั้นซี่โครงที่เธอรออยู่ได้บูดพอดี เธอจึงตัดสินใจปรากฏตัวขึ้น


“หัวหน้าทีม พี่หลี่คะ...”


เธอเรียกเบาๆ ทว่าทั้งสองกลับสะดุ้งสุดตัวราวกับเจอผีจริงๆ


“โอ๊ย! สหายโม่เองเหรอ เล่นเอาตกใจหมดเลย!”


พอแสงไฟฉายส่องกระทบใบหน้าประณีตงดงามของโม่หราน ทั้งสองก็พากันถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก โม่หรานลูบจมูกตัวเองอย่างทำอะไรไม่ถูก


“สหายโม่ ที่นี่คุณเจออะไรแปลกๆ บ้างไหม? กลัวหรือเปล่า? ถ้ากลัวก็กลับไปนอนที่หอพักยุวปัญญาชนเถอะ!”


หลี่ต้าขุยพยายามโน้มน้าว เขาเคยแอบลองดีเข้ามาดูตอนกลางคืนครั้งหนึ่ง และผลที่ได้คือแทบฉี่ราดกางเกง ดีที่เขาเผ่นออกมาได้เร็วพอเลยไม่เสียหน้ามาก เขาแปลกใจมากที่โม่หรานดูปกติสุขดีราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น


“ไม่มีอะไรแปลกค่ะ บ้านนี้ดีมาก ฉันชอบมากค่ะ เรื่องค่าเช่าสองหยวนฉันจะเอาไปให้คุณพรุ่งนี้ตอนย้ายของเข้าให้เรียบร้อยนะคะ ส่วนซี่โครงส่งมาให้ฉันเลยค่ะ ดึกแล้วพวกคุณรีบกลับเถอะ ขอบคุณที่ลำบากมาส่งนะคะ”


โม่หรานกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย หลี่กั๋วเฉียงเห็นเธอดูไม่สะทกสะท้านก็วางใจลงได้ พอมองไปเห็นลูกชายยังยืนถือตะกร้าซี่โครงนิ่งไม่ยอมส่งให้ จึงเตะก้นเจ้าลูกชายไปหนึ่งที


“มัวยืนบื้ออะไรอยู่ ส่งตะกร้าให้สหายจือชิงโม่สิ!”


หลี่ต้าขุยยังคงสับสน ในใจเขาเห็นผีลอยไปลอยมาในลานบ้านชัดๆ ทำไมโม่หรานถึงบอกว่าไม่มีอะไร? ยังไม่ทันได้คิดอะไรต่อ เขาก็โดนเตะก้นจนเกือบล้มหน้าทิ่ม


“พ่อ! เลิกใช้กำลังสักทีสิครับ พูดกันดีๆ ไม่ได้เหรอ!”


เขาก็อายคนเป็นนะ อายุสามสิบกว่ามีลูกมีเมียแล้วยังโดนพ่อเตะก้นอีก เขาบ่นพึมพำก่อนจะยื่นตะกร้าให้โม่หราน ยอมรับว่าโม่หรานแรงเยอะจริงแต่เขาก็ไม่กล้าเสนอตัวช่วยถือเข้าไปข้างในเด็ดขาด


เพราะเขากลัว... กลัวจะเจอใบหน้าผีที่น่าสยดสยองนั่นอีกรอบ!