ตอน 1

บทที่ 1 จะเซอร์ไพรส์กันไหมนะ


“เร็วเข้า! เร็วเข้า! เซียนโม่หราน บำเพ็ญเพียรฝ่าด่านทัณฑ์สวรรค์ชั้นที่สิบจนถูกสายฟ้าฟาดร่างแหลกแล้ว! รีบไปตามจวินซ่างเสินมาเร็ว!”

นั่นคือประโยคสุดท้ายที่โม่หรานได้ยินก่อนจะสิ้นสติไปจากนั้นเธอก็ดำดิ่งลงสู่ความมืดมิดอันไร้จุดสิ้นสุด......เวลาผ่านไปนานเท่าใดไม่อาจทราบได้

ข้างหูของเธอมีเสียงร้องอู๊ดๆ ดังแว่วมา ฟังดูคล้ายเสียงหมูป่าที่เธอเกลียดเข้าไส้ที่สุด หากจะถามว่าทำไมเธอถึงเกลียดเสียงหมูป่าที่สุดน่ะหรือ? ก็คงได้แต่หัวเราะเยาะตัวเอง เพราะในชาติก่อน เธอนั่นแหละที่ถูกฝูงหมูป่ารุมขยี้จนตาย น่าอัปยศนัก!

แม้เวลาจะล่วงเลยไปนานมากแล้ว แต่เธอยังจดจำได้แม่นว่าหลังจากถูกหมูป่าขยี้ตาย วิญญาณของเธอก็หลุดออกจากร่าง เธอเร่ร่อนเป็นผีไร้ญาติอยู่ในเทือกเขาเก้ามังกรนานนับสิบปี


น่าแปลกที่วิญญาณของเธอจำกัดอยู่เพียงแค่ยอดเขาทั้งเก้าลูกนั้น ไม่ว่าจะพยายามอย่างไรก็ไม่อาจออกไปจากอาณาเขตนี้ได้ ทำให้เธอไม่สามารถกลับไปเยี่ยมเยียนพ่อแม่และพี่ชายได้เลย

เธอเคียดแค้น... แค้นตัวเองที่ดูคนไม่ออกจนต้องจบชีวิตลงอย่างโง่เขลา ช่างน่าขันนัก หากไม่ใช่เพราะคนผู้นั้นเดินมาที่เนินดินเล็กๆ ซึ่งเป็นหลุมศพของเธอด้วยใบหน้าลำพองใจแล้วด่าทอว่าเธอโง่เขลา เธอคงไม่มีวันรู้เลยว่าตัวเองถูกวางแผนฆ่า

ต่อมาเมื่อเศรษฐกิจพัฒนาขึ้น เทือกเขาเก้ามังกรถูกพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยว เนินดินของเธอจึงถูกไถทิ้ง ไม่รู้ว่าเป็นโชคชะตาหรืออย่างไร ในวินาทีที่เนินดินถูกทำลาย วิญญาณของเธอก็ข้ามกาลเวลาไปยังโลกแห่งการบำเพ็ญเซียน

ที่นั่นเธอใช้เวลาบำเพ็ญตบะนับพันปีจนกลายเป็น ‘เซียนโม่หราน’ ผู้โด่งดัง อาศัยฝีมือที่เหนือชั้นยืนหยัดอยู่บนจุดสูงสุดของโลกบำเพ็ญเซียน เหลืออีกเพียงก้าวเดียวก็จะก้าวข้ามสู่แดนเทพ

เรื่องราวในอดีตฉายซ้ำอยู่ในหัว

พลันโม่หรานก็นึกขึ้นได้ เธอไม่ได้ถูกสายฟ้าทัณฑ์สวรรค์สิบชั้นฟาดจนตายหรอกหรือ? แล้วทำไมถึงยังได้ยินเสียง... แถมยังเป็นเสียงหมูป่าที่เธอเกลียดที่สุดอีก?

โม่หรานขมวดคิ้วเรียวสวยด้วยความฉงน ในตอนนั้นเอง เสียงร้องอู๊ดๆ ก็ดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ พร้อมกับเสียงฝีเท้าที่ดังโครมครามตามมา เธอสัมผัสได้ถึงพื้นดินที่สั่นสะเทือนราวกับเกิดแผ่นดินไหว

เสียงฝีเท้าและเสียงหมูป่ารบกวนประสาทนั้นชัดเจนขึ้นทุกที โม่หรานอยากจะลืมตาขึ้นดูสถานการณ์ แต่เปลือกตากลับหนักอึ้งราวกับถูกทากาวติดไว้จนลืมไม่ขึ้น

ทันใดนั้น สัญชาตญาณอันตรายก็พุ่งพล่านในใจ เธอขมวดคิ้วแน่นกว่าเดิม แม้จะยังลืมตาไม่ได้แต่เธอก็ไม่ยอมแพ้ ฝืนเค้นพลังเฮือกสุดท้ายเพื่อลืมตาขึ้นและในวินาทีที่วิกฤตถึงขีดสุด เธอก็ลืมตาขึ้น!

ทันทีที่ลืมตา สิ่งที่ปรากฏแก่สายตาคือหมูป่าตัวเขื่องหลายตัวที่กำลังพุ่งตรงมาหาเธอด้วยความบ้าคลั่ง เขี้ยวอันแหลมคมของพวกมันจ่อประชิด

เมื่อเห็นใบหน้าที่โผล่มาในฝันร้ายทุกค่ำคืน โม่หรานก็หรี่ดวงตาหงส์ลง ความแค้นที่สั่งสมมานานฉายชัดเป็นประกายดุร้าย

โม่หรานโกรธจัด! ให้ตายเถอะ! นี่เธอตายไปแล้วแต่ไอ้ฝันร้ายนี้ยังไม่ยอมปล่อยเธอไปอีกหรือ? ซ้ำยังวนเวียนฉายภาพเหตุการณ์ในชาติก่อนให้เห็นซ้ำแล้วซ้ำเล่า นี่มันเล่นตลกอะไรกับเธอกัน!

ตลอดหนึ่งพันปีที่ผ่านมา เธอฝันเห็นตัวเองถูกหมูป่ารุมขยี้เกือบทุกคืนจนเกือบจะเป็นบ้า เมื่อเห็นหมูป่าตัวใหญ่พุ่งเข้ามาใกล้ นัยน์ตาหงส์ของเธอก็แดงฉาน ในชั่วพริบตา กลิ่นอายสังหารที่รุนแรงก็พุ่งพล่านไปทั่วร่าง

เมื่อหมูป่าตัวแรกพุ่งเข้าชนด้วยเขี้ยวอันแหลมคม เธอไม่ลังเลแม้แต่น้อย ใช้ทักษะพลิกตัวดีดตัวขึ้นทันที!

พร้อมกันนั้นเธอก็ถีบเท้าหนักๆ ลงบนหัวหมูป่าตัวนั้นอย่างแม่นยำ ทุกท่วงท่าลื่นไหลและหนักหน่วง ปากก็พลางด่าทอ


“ฝันร้ายบ้าบอที่คอยรังควานฉันทุกคืนวันนี้แหละ ฉันจะเตะหัวแกให้กระจุย!”

ทว่าเมื่อเท้าสัมผัสโดนหัวหมูป่า แรงปะทะนั้นกลับแน่นหนา ไม่ใช่ภาพลวงตาอย่างในฝัน หมูป่าตัวนั้นร้องโหยหวน ขาหน้าอ่อนแรงทรุดลงกับพื้นทันที

โม่หรานตะลึงงัน หมูป่าตัวนี้มีตัวตนอยู่จริงงั้นหรือ? ในฝันครั้งก่อนๆ พอเธอเตะไปมันก็จะสลายไปทันที แต่นี่มันเกิดอะไรขึ้น?

ยังไม่ทันให้โม่หรานได้คิดวิเคราะห์ หมูป่าตัวที่สองก็พุ่งเขี้ยวเข้าใส่ เธอจึงใช้หัวหมูป่าตัวแรกเป็นแท่นเหยียบ ดีดตัวลอยขึ้นฟ้า ผมเปียสองข้างสะบัดพลิ้ว นัยน์ตาหงส์สีนิลวาวโรจน์ด้วยจิตสังหาร

เธอกลับตัวกลางอากาศแล้วถีบส่งหมูป่าตัวที่สองกระเด็นไปไกลหลายเมตร ภาพนั้นทำให้หมูป่าตัวที่เหลือต่างพากันเบรกตัวโก่งด้วยความหวาดกลัว นี่มันคนประเภทไหนกัน! น่ากลัวเกินไปแล้ว!

หลังจากเตะหมูป่าตัวยักษ์หนักหลายร้อยชั่งกระเด็น โม่หรานสัมผัสได้ถึงความเจ็บปวดที่เท้าอย่างชัดเจน ความเย็นเยือกบนใบหน้าเริ่มแตกสลาย เธอจ้องมองหมูป่าสองตัวที่กำลังนอนร้องโหยหวนอยู่บนพื้นอย่างไม่อยากจะเชื่อ

บ้าจริง! ทั้งหมดนี่เป็นเรื่องจริง ไม่ใช่ความฝัน!

ดวงตาหงส์เบิกกว้าง นี่เธอ... ย้อนกลับมาในวันที่เธอถูกหมูป่าขยี้ตายในชาติก่อนงั้นหรือ? เมื่อคิดได้ดังนั้น หัวใจเธอก็พองโต ดวงตาหงส์เปล่งประกายโชติช่วง

ฮ่าๆ ในที่สุดเธอก็จะได้จัดการหมูป่าพวกนี้ด้วยมือตัวเองเสียที!

โม่หรานหรี่ตาลง มองไปยังฝูงหมูป่าที่กำลังถอยกรูดด้วยความหวาดกลัว สายตาของเธอน่ากลัวจนพวกมันต่างพากันถอยร่นโดยอัตโนมัติ สัญชาตญาณสัตว์ป่าบอกพวกมันว่ามนุษย์ตรงหน้าไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว

โม่หรานยกยิ้มมุมปากที่ซีดเซียวอย่างชั่วร้าย มือหนึ่งยื่นออกไป ค้อนศึกสีแดงชาดอันใหญ่ก็ปรากฏขึ้นในมือ

ตอนนี้เธอไม่มีตบะพลังใดๆ อีกทั้งยังอ่อนแรงจากการถูกวางยาพิษที่ค้างอยู่ในร่าง เมื่อครู่ที่เตะหมูป่าไปสองตัวก็นับว่าใช้แรงไปไม่น้อย ถึงแม้เธอจะเป็นคนที่มีพละกำลังมหาศาลมาแต่กำเนิด แต่ตอนนี้เธอก็เริ่มหอบเล็กน้อย

ยังดีที่สวรรค์ยังเมตตา พื้นที่มิติที่เธอได้รับมาจากโลกบำเพ็ญเซียนติดตามเธอมาด้วย และเมื่อตรวจสอบดูแล้ว ของวิเศษที่เก็บไว้ยังอยู่ครบ!

เธอรวบรวมสมาธิ ในมือก็ปรากฏน้ำแก้วหนึ่ง เธอรีบดื่ม ‘น้ำพุวิญญาณ’ ลงไปจนหมด ความอ่อนแรงมลายหายไป ร่างกายกลับมาเต็มเปี่ยมไปด้วยพละกำลังอีกครั้ง

เธอหันไปมองหมูป่าตัวอ้วนพีเหล่านั้นด้วยแววตาสังหาร พวกมันดูเหมือนจะรับรู้ถึงความตายที่คืบคลานเข้ามา จึงพากันหันหลังวิ่งเตลิดเข้าป่าลึกไปพร้อมกับเสียงร้องโหยหวนด้วยความตื่นตระหนก

ส่วนหมูป่าอีกสองตัวที่ถูกเธอถีบกระเด็นไปก็พยายามพยุงตัวลุกขึ้น เมื่อเห็นสภาพของโม่หรานต่างก็พากันวิ่งหนีสุดชีวิต

โม่หรานเลิกคิ้วขึ้น คิดจะหนีงั้นหรือ? ถามเธอหรือยัง! หมูป่าพวกนี้คือหนึ่งในฆาตกรที่ฆ่าเธอ ในเมื่อเธอได้กลับมาแล้ว พวกมันก็มีแต่ต้องถูกเชือดลงหม้อเท่านั้น

เธออยากรู้นักว่า หากเธอลงจากเขาไปในสภาพที่ไร้รอยขีดข่วน ‘สหายรัก’ คนนั้นของเธอจะแสดงสีหน้าอย่างไร จะต้องเซอร์ไพรส์มากแน่ๆ!

คิดได้ดังนั้น มุมปากของเธอก็ยกยิ้มอย่างเลือดเย็น ไม่รีบ... รอให้เธอจัดการฝูงหมูป่าพวกนี้เสร็จก่อน แล้วค่อยไปจัดการยัยดอกบัวขาวนั่น ในเมื่อกลับมาแล้ว ความแค้นนี้ต้องชำระ และต้องค่อยๆ ชำระอย่างใจเย็นถึงจะสนุก

เธอกวาดสายตามองฝูงหมูป่าที่วิ่งหนีไปจนลับตา ก่อนจะพุ่งตัวตามไปด้วยวิชาตัวเบาที่เหลืออยู่...