ตอน 13

บทที่ 13 : สัญญาแลกเปลี่ยนผลประโยชน์


สวีอี้กระชับเมาส์ในมือแน่น เขาเลื่อนหน้าจอดูปัญญาสัญญาเกรด S ฉบับนั้นอย่างละเอียดถี่ถ้วน เมื่อหยุดอ่านตรงจุดใด นิ้วของเขาก็เคาะลงบนคีย์บอร์ดจนเกิดเสียง ‘ตึก ตึก ตึก’ เป็นจังหวะ


ซึ่งนั่นหมายถึงการที่เขากำลังแก้ไขเงื่อนไขที่มองว่าไม่สมเหตุสมผล เขาแจกแจงเหตุผลประกอบการแก้ไขในแต่ละจุดอย่างชัดเจน ท่าทีเด็ดขาดทว่ายังคงไว้ซึ่งความเหมาะสม


เป้าหมายหลักของเขาคือการ ‘ล่องหน’ จากวงสังคมอย่างสมบูรณ์แบบ!


ข้อมูลตัวตนงั้นหรือ? เขาใช้ข้อมูลบัตรประชาชนของมารดา พร้อมระบุลงไปอย่างชัดเจนว่านี่คือข้อมูลของมารดาเขา หากมีความจำเป็นต้องใช้ข้อมูลของตัวเขาเองจริงๆ ค่อยมาหารือกันในภายหลัง


เรื่องการประชาสัมพันธ์? เขาปฏิเสธอย่างนุ่มนวล


“ผู้เขียนต้องการจดจ่ออยู่กับการสร้างสรรค์ผลงาน จึงขออนุญาตปฏิเสธการเข้าร่วมกิจกรรมออฟไลน์ทุกประเภท เนื่องจากผู้เขียนมีอาการกลัวการเข้าสังคมอย่างรุนแรง หวังว่าทางเว็บไซต์จะเข้าใจและให้เกียรติ”


ข้อสัญญาเรื่องความลับ? เขาย้ำให้เข้มงวดขึ้น


“ทางเว็บไซต์ต้องรับรองว่าจะใช้มาตรการที่จำเป็นทุกประการเพื่อปกป้องความเป็นส่วนตัวของผู้เขียน หากข้อมูลรั่วไหลเนื่องจากความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงของเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์จะต้องรับผิดชอบตามสมควร”


แม้ข้อมูลที่ให้ไปจะเป็นของมารดา แต่เขาก็ยังต้องป้องกันการรั่วไหลอยู่ดี! ช่องทางการสื่อสาร? เขาเสนอให้ติดต่อผ่านช่องทางออนไลน์เท่านั้น


ที่สำคัญที่สุดคือเงื่อนไขที่เขาเป็นฝ่ายยื่นเสนอเพื่อแลกเปลี่ยน เขาเสนอให้ลดส่วนแบ่งรายได้จากมาตรฐานเกรด S ลงมาอยู่ที่ระดับ A+ พร้อมพ่วงเงื่อนไขพิเศษเข้าไปว่า


“ผู้เขียนขอรับรองว่าหลังจากเซ็นสัญญาแล้ว จะอัปเดตเนื้อหาไม่ต่ำกว่าวันละ 10 ตอน เพื่อรักษาความนิยมของผลงานและประสบการณ์ที่ดีของผู้อ่าน”


นี่คือไพ่ตายใบสำคัญของเขา! การอัปเดตที่สม่ำเสมอและจำนวนมหาศาล!


เมื่อแก้ไขสัญญาเสร็จ เขาก็ตรวจสอบอีกรอบ ก่อนจะจัดแจงส่งอีเมลกลับไปยังบรรณาธิการชิงเฟิง เนื้อความในอีเมลดูนิ่งสงบแต่ยืนยันถึงการปกป้องสิทธิ์ของตนเองอย่างชัดเจน


“เรียนบรรณาธิการ ผมได้ปรับแก้สัญญาเล็กน้อย เนื่องจากประสงค์จะมุ่งมั่นเขียนนิยายอย่างสงบและต้องการส่งมอบเนื้อหาที่อัปเดตอย่างสม่ำเสมอให้กับเว็บไซต์ ในส่วนของส่วนแบ่งรายได้ ผมยินดีลดหย่อนให้แต่หวังว่าจะสามารถปกป้องความเป็นส่วนตัวได้มากที่สุด ผมสามารถการันตีการอัปเดตวันละ 10 ตอนขึ้นไปได้ หากทางคุณยอมรับเงื่อนไขนี้ เราก็สามารถทำสัญญากันได้ทันที รอคำตอบครับ”


หลังจากส่งอีเมลไปแล้ว สวีอี้ก็ไม่ได้เก็บมาใส่ใจอีก เขาไม่คิดจะเดาผลลัพธ์แม้ว่า 'ฉีเตี่ยน' จะไม่ยอมรับ แต่เขามั่นใจว่าด้วยสถิติของ 'บันทึกการบำเพ็ญเพียรของคนธรรมดา' เขาย่อมหาเว็บไซต์ที่พร้อมจะรับเงื่อนไขนี้ได้แน่นอน!


นี่คือความมั่นใจที่ได้มาจากความสำเร็จในโลกเดิมรวมกับตัวเลขสถิติในช่วงสามวันที่ผ่านมา!


เขาเปิดโฟลเดอร์นิยายเรื่องบันทึกการบำเพ็ญเพียรของคนธรรมดาขึ้นมา สร้างไฟล์ .txt ตอนที่ 301 แล้วเริ่มลงมือเขียนต่อ เงื่อนไขถูกส่งออกไปแล้ว เขาต้องเตรียมไพ่ตายให้พร้อมที่สุด


ณ แผนกเซียนเซียของฉีเตี่ยน ชิงเฟิงได้รับอีเมลตอบกลับจาก ‘หมูสามชั้นตุ๋น’ ในที่สุด หัวใจของเขาเต้นรัวจนต้องรีบคลิกดูทันที เมื่อเห็นเนื้อความในอีเมลเขาถึงกับอึ้งไปครู่หนึ่ง


ก่อนจะกดเปิดไฟล์แนบและเมื่อได้เห็นเงื่อนไขที่ถูกแก้ไขรวมถึงคำสัญญา ‘อัปเดตวันละ 10 ตอน’ เขาก็ทั้งตกใจทั้งทำตัวไม่ถูก บังคับไม่ให้เปิดเผยข้อมูลส่วนตัว? ไม่ต้องออกงานโปรโมท? เพิ่มความเข้มงวดเรื่องการรักษาความลับ?


แต่... กลับยอมลดส่วนแบ่งรายได้? และใช้การ ‘อัปเดตไม่ต่ำกว่า 10 ตอนต่อวัน’ มาเป็นข้อแลกเปลี่ยน?


ไอ้เงื่อนไขที่ว่า ‘ผู้เขียนมีอาการกลัวการเข้าสังคมอย่างรุนแรง’ นี่สิที่ทำให้เขาอยากจะพูดอะไรบางอย่างแต่ก็ไม่รู้จะพูดอย่างไรดี ไพ่ตายที่ยื่นมานี้ดึงดูดใจมากจริงๆ


ทว่าการปฏิเสธเข้าร่วมกิจกรรมออฟไลน์ทุกรูปแบบมันก็ดูจะเกินไปหน่อย แล้วพวกกิจกรรมแจกลายเซ็นล่ะ? การโปรโมทล่ะ? แต่ชิงเฟิงรู้ดีว่าเขาไม่มีอำนาจตัดสินใจเรื่องนี้ เพราะไพ่ตายที่ยื่นมามันเย้ายวนเกินกว่าจะปฏิเสธได้!


เขาเร่งรวบรวมเอกสารแล้วเดินตรงไปที่ห้องทำงานของบรรณาธิการบริหารหวังเทียนเวิ่น ชิงเฟิงเคาะประตู


“หัวหน้าครับ หมูสามชั้นตุ๋นตอบกลับมาแล้วครับ แต่เขายื่นเงื่อนไขมาหลายข้อ ผมตัดสินใจเองไม่ได้ครับ”


หวังเทียนเวิ่นไล่สายตาอ่านสัญญาที่แก้ไขแล้วพร้อมทั้งเงื่อนไข ‘กลัวการเข้าสังคม’ และคำสัญญา ‘อัปเดตวันละ 10 ตอน’ เขาเลิกคิ้วขึ้น


“ลดส่วนแบ่ง... แลกกับการล่องหนและการอัปเดตที่สม่ำเสมอในปริมาณมหาศาล?”


หวังเทียนเวิ่นพึมพำนิ้วเคาะลงบนโต๊ะ


“แถมยังปฏิเสธทุกกิจกรรมออฟไลน์แต่แลกด้วยวันละ 10 ตอน... ถ้าทำได้จริงต่อเนื่องยาวนาน นิยายเรื่องนี้จะมัดใจนักอ่านได้มากแค่ไหน! จะดึงทราฟฟิกและรายได้มาให้เราเท่าไหร่! มูลค่านี้มัน...”


เขาชั่งน้ำหนักผลได้ผลเสียในใจ จากนั้นภาพของสถิติข้อมูลที่พุ่งทะยานขึ้นเรื่อยๆ ของ 'บันทึกการบำเพ็ญเพียรของคนธรรมดา' ก็ปรากฏขึ้นในหัว นี่ขนาดว่ายังไม่ได้ขึ้นหน้าแนะนำ ถ้าได้ขึ้นแนะนำล่ะ? สภาพจะออกมาเป็นอย่างไร?


เขาไม่ลังเลอีกต่อไปหวังเทียนเวิ่นเงยหน้าขึ้นมองชิงเฟิง แววตามุ่งมั่น


“บอกเขาไปว่า เงื่อนไขเรื่องการไม่เปิดเผยตัวตนและส่วนที่แก้ไขทั้งหมดในสัญญา เราตกลง! แต่คำสัญญาเรื่อง 10 ตอนต่อวันต้องเขียนลงในสัญญาด้วย! แล้วเพิ่มเงื่อนไขไปอีกข้อว่า หากเขาทำไม่ได้ตามที่สัญญา เรามีสิทธิ์เรียกค่าเสียหาย!”


ชิงเฟิงดีใจจนเนื้อเต้น เขารีบวิ่งกลับไปที่โต๊ะทำงานโดยไม่รอช้า จัดแจงพิมพ์เงื่อนไขตอบกลับที่เว็บไซต์ยอมรับและปรับแก้เป็นภาษาทางกฎหมายส่งไปให้สวีอี้ พร้อมย้ำเป็นพิเศษว่า


“ทางเว็บไซต์เข้าใจและให้เกียรติในความเคยชินและการรักษาความเป็นส่วนตัวของคุณอย่างเต็มที่ ปริมาณการอัปเดตเป็นฐานสำคัญของความร่วมมือในครั้งนี้ เราตั้งตารอผลงานที่สม่ำเสมอของคุณอย่างยิ่ง”


ที่ร้านอินเทอร์เน็ตเฉียงเซิ่ง สวีอี้ที่กำลังปั่นนิยายถึงตอนที่ 303 เห็นการแจ้งเตือนอีเมลเด้งขึ้นมา เขาหยุดมือที่พิมพ์อยู่ กดเซฟไฟล์แล้วเปิดอีเมลดู ฉีเตี่ยนยอมรับเงื่อนไขทั้งหมดของเขาพร้อมเพิ่มเงื่อนไขอีกข้อหนึ่งซึ่งสำหรับเขาก็ไม่ใช่เรื่องหนักหนาอะไร


เขาไม่ลังเลเลยนี่เป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้ แม้ส่วนแบ่งจะน้อยลงไปบ้าง แต่เขาเชื่อว่าต่อให้เป็นส่วนแบ่งระดับ A+ ก็จะสร้างรายได้ก้อนโตให้เขาได้ไม่น้อย


เขาลงมือกรอกเลขบัตรประชาชนของมารดา ‘โจวฮุ่ยหลาน’ ลงในสัญญาอิเล็กทรอนิกส์โดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย ก่อนจะลงลายมือชื่อที่หนักแน่นดั่งขุนเขา ซึ่งสามารถเปลี่ยนแปลงชีวิตของทั้งครอบครัวเขาได้ลงในช่องลายเซ็น ‘โจวฮุ่ยหลาน’


หลังจากบันทึกเสร็จสิ้น เขากดส่งทันที


สัญญาบรรลุผลแทบจะในเสี้ยววินาทีนั้น ใบเสร็จรับรองผลของสัญญา อีเมลขอบคุณจากชิงเฟิงและการแจ้งเตือนการโอนเงินค่ามัดจำเซ็นสัญญาเกรด A+ ก็เด้งเข้ามาพร้อมกัน


เมื่อเห็นยอดเงินนั้น หัวใจที่ตึงเครียดมาตลอดของสวีอี้ก็ผ่อนคลายลงเล็กน้อย เงินจำนวนนี้เพียงพอที่จะให้บิดาไปตรวจร่างกายก่อนได้ และหลังจากได้รับยอดจากทราฟฟิกหลังขึ้นหน้าแนะนำหลักของเว็บไซต์ เมื่อเงินก้อนใหญ่โอนเข้ามานั่นก็คือหลักประกันว่าบิดาของเขาจะหายดี


เขาปิดหน้าสัญญากับอีเมลและปิดโลกของ ‘หมูสามชั้นตุ๋น’ ลงชั่วคราว สัญญาถูกลงนามเรียบร้อย ขั้นตอนต่อไปคือการรักษาสัญญาและเพิ่มไพ่ตายให้กับนิยายเรื่องนี้


คราวนี้นิ้วของสวีอี้เคาะลงบนคีย์บอร์ดอย่างรวดเร็วและเบาสบายยิ่งขึ้น ความอัดอั้นในใจมลายหายไปสิ้น พล็อตเรื่องในหัวของ ‘บันทึกการบำเพ็ญเพียรของคนธรรมดา’ ราวกับชัดเจนขึ้นถนัดตา นิ้วบนคีย์บอร์ดแทบไม่ได้หยุดพัก


ตอนแล้วตอนเล่าในไฟล์ว่างเปล่าถูกเติมเต็มด้วยเนื้อหาภายในเวลาไม่นาน


เมื่อแสงอาทิตย์ยามเย็นด้านนอกเริ่มลับขอบฟ้า สวีอี้ลุกขึ้นยืน บิดข้อมือและนิ้วมือ คว้ากระเป๋าและแฟลชไดรฟ์เดินออกจากร้านอินเทอร์เน็ต ก่อนจะก้าวเดินไปตามเส้นทางท่ามกลางความมืดมิดเพื่อกลับบ้าน