ตอน 3
บทที่ 3 : การหย่าร้าง 1
เมื่อเดินออกจากโรงแรมกลับขึ้นมาบนรถหยวนหงก็เห็นภรรยาของตัวเองเริ่มร้องไห้อีกครั้ง เมื่อเห็นท่าทางของภรรยา หยวนหงก็ไม่รู้จะพูดอะไรดีภรรยาของเขาและเจียงอีเหรินเรียนจบมาจากสถาบันเดียวกัน
ตอนแรกภรรยาของเขาเรียนเอกร้องเพลงเหมือนกัน แต่หลังจากปล่อยซิงเกิลออกมาสองสามเพลงแล้วกระแสตอบรับในตลาดกลับเงียบสนิท ทางบริษัทจึงป้อนโอกาสให้เธอไปเล่นเป็นตัวละครสมทบลำดับที่สามในละครโทรทัศน์
ทว่าใครจะไปคาดคิดว่าหลังจากละครออนแอร์กระแสตอบรับกลับล้นหลามเกินคาด เธอจึงตัดสินใจย้ายเบนเข็มการทำงานมาทางด้านภาพยนตร์และละครโทรทัศน์โดยตรง
ตามความคิดเดิมของเขาต่อให้เป็นเพื่อนสนิทกันแค่ไหน พอเข้าสู่สังคมวัยทำงานแล้วก็คงต้องค่อย ๆ ห่างเหินกันไปตามกาลเวลา แต่คาดไม่ถึงว่าภรรยาของเขาจะยังคงมีความรู้สึกที่มั่นคงต่อเจียงอีเหรินไม่เคยเปลี่ยน
สาเหตุหลัก ๆ ดูเหมือนจะเป็นช่วงตอนเรียนอยู่ปีหนึ่งมีนักศึกษาหญิงในห้องคนหนึ่งแอบชอบนักศึกษาชายคนหนึ่ง แต่ผู้ชายคนนั้นกลับมีใจให้จางยี่ภรรยาของเขา ด้วยความอิจฉาริษยาที่เข้าตา ผู้หญิงคนนั้นจึงกุเรื่องใส่ร้ายจางยี่ว่าไปอ่อยผู้ชายคนนั้นก่อน
แน่นอนว่าภรรยาของเขาไม่ใช่คนที่จะยอมทนอยู่เฉยๆ เธอจึงตรงเข้าไปตบหน้าผู้หญิงคนนั้นฉาดใหญ่ เรื่องราวหลังจากนั้นก็เดาได้ไม่ยากผู้หญิงคนนั้นพาพวกมาหลายคนเพื่อหวังจะแก้แค้นและในวินาทีวิกฤตนั้นเอง เจียงอีเหรินก็ได้ก้าวเข้ามาปกป้องเธอเอาไว้
จากนั้นทุกอย่างก็เป็นไปตามทำนองคลองธรรม ทั้งสองคนกลายมาเป็นเพื่อนสนิทที่ดีที่สุดของกันและกัน
หากไม่ใช่เพราะเจียงอีเหรินเป็นผู้หญิง หยวนหงมักจะคิดอยู่บ่อย ๆ ว่า คนที่ได้ลงเอยกับภรรยาของเขาจะต้องเป็นเจียงอีเหริน หญิงสาวผู้มีรูปโฉมงดงามล่มเมืองคนนี้อย่างแน่นอน
ช่วยไม่ได้จริงๆ แม้ว่าพล็อตเรื่อง 'วีรบุรุษช่วยหญิงงาม' จะดูเชยและน้ำเน่าไปหน่อย
แต่เมื่อได้เผชิญกับเหตุการณ์ที่มีคนยอมเสี่ยงชีวิตมาช่วยเข้าจริงๆ มันย่อมสร้างความประทับใจอันตราตรึงอย่างรุนแรง และอาจเป็นเพราะเหตุนี้ความรู้สึกบางอย่างที่ภรรยาของเขามีต่อเจียงอีเหริน จึงทำให้คนเป็นสามีอย่างเขาอดที่จะอิจฉาไม่ได้ในบางครั้ง
พอรู้ว่าเจียงอีเหรินเป็นหนี้เพราะช่วย รปภ. นั่นใช้หนี้พนันจนขัดสน เธอก็เต็มใจให้ยืมเงินถึงสี่สิบล้านหยวนโดยไม่มีแม้แต่สัญญาเงินกู้สักใบ พอรู้ว่าเพื่อนต้องขายบ้านประทังชีวิต เธอก็ยกบ้านของตัวเองที่มีมูลค่ากว่าสิบสองล้านหยวนให้เพื่อนเข้าไปอยู่อาศัยทันที
เรียกได้ว่าอยากได้เงินก็ให้เงิน... ดีนะที่เจียงอีเหรินไม่สามารถครอบครองตัวภรรยาของเขาได้ไม่อย่างนั้น... แทบไม่ต้องคิดเลยพอปิดประตูห้องปุ๊บ บนหัวของเขาคงได้มีสีเขียวเพิ่มมาแน่นอน
แต่ก็นะหากไม่มีเขาเข้ามาแทรกกลางในตอนนั้น บางทีเรื่องของไอ้ รปภ. คนนั้นก็อาจจะไม่เกิดขึ้นด้วยซ้ำ หมอนั่นหล่อมากจริงๆ แต่ต่อให้ผู้ชายจะหล่อลากดินขนาดไหน ก็ไม่มีทางเข้าใกล้ผู้หญิงที่มีคนคอยเกาะติดแจอยู่ตลอดเวลาได้หรอก
“ที่ฉันพูดกับคุณเมื่อกี้ ได้ยินเข้าหูบ้างไหม!?” เสียงของภรรยาดังขึ้นข้างหู หยวนหงลังเลอยู่ครู่หนี่งก่อนจะเอ่ยว่า
“คุณไม่สังเกตบ้างเหรอ! เจียงอีเหรินเขาไม่ได้อยากหย่าจริง ๆ หรอก ในฐานะคนนอกคุณจะห่วงใยหรือปลอบใจเธอก็ได้ แต่คนที่จะตัดสินใจจริง ๆ ก็คือตัวเธอเองอยู่ดี”
มีประโยคหนึ่งที่หยวนหงกระดากปากเกินกว่าจะพูดออกไป นั่นก็คือ ‘เพื่อนสนิทของคุณน่ะ หาเรื่องใส่ตัวแท้ ๆ’ หน้าตาสะสวยปานนั้น เรื่องผู้ชายมาตามจีบไม่มีทางขาดแคลนแน่ แต่กลับเลือก รปภ. ตัวเปล่าเล่าเปลือยคนหนึ่ง
ต่อให้จางโหย่วจะมีหน้าตาที่หล่อเหลาไม่แพ้ดาราระดับท็อปในวงการบันเทิง แต่หล่อแค่ไหนก็เปลี่ยนความจริงที่ว่าเขาเป็นแค่ รปภ. กระจอก ๆ ไม่ได้...แถมตอนนี้แม้แต่งาน รปภ. ก็ไม่มีทำ กลายเป็นคนว่างงานตีกินไปวัน ๆ
“คุณพูดแบบนี้หมายความว่ายังไง!?” จางยี่เอ่ยอย่างโมโห
“หมายความว่าเรื่องที่ฉันสั่งให้คุณทำ คุณจะไม่ทำใช่ไหม!?”
“คุณรอฟังผลที่หานฮุ่ยไปคุยกับจางโหย่วก่อนเถอะ” หยวนหงถอนหายใจยาว
“ผู้ชายมันไม่มีดีสักคน”
จางยี่นึกถึงเรื่องที่เพื่อนสนิทต้องเผชิญ จึงหลุดปากบ่นออกมาประโยคหนึ่ง หยวนหงเหลือบมองเธอแวบหนึ่ง ในใจพลันรู้สึกอยากจะหันไปซัดเธอสักหมัดอย่างห้ามไม่ได้
ถ้าบอกว่าไอ้สารเลวจางโหย่วไม่ใช่คนดี หยวนหงไม่คัดค้านเลยสักคำ แต่สำหรับเขาล่ะ!?
เขาต้องตรากตรำถ่ายละครหาเงินงกๆ พอมีเวลาว่างก็นึกถึงเธอ อุตส่าห์ลงครัวทำอาหารเต็มโต๊ะไว้รอทว่าสิ่งที่ได้รับกลับมา... คือคำตราหน้าว่า ‘ผู้ชายมันไม่มีดีสักคน’ ผู้หญิงพวกนี้เนี่ยนะ!
บางทีก็เสวยสุขจนเคยตัวจนมองไม่เห็นความโชคดีของตัวเอง เธอโชคดีแค่ไหนที่ได้แต่งงานกับสามีอย่างเขา
หากเธอไปแต่งกับจางโหย่ว ขนาดเจียงอีเหรินที่ทั้งสวยและนิสัยดีขนาดนั้นยังโดนซ้อมปางตาย ถ้าเปลี่ยนเป็นเธอล่ะก็...มีหวังคงได้เกิดเรื่องใหญ่โตจนตำรวจต้องบุกมาเคาะประตูบ้านกลางดึกในคืนใดคืนหนึ่งไปนานแล้ว
หลังจากที่สองสามีภรรยาจางยี่กลับไปแล้ว หานฮุ่ยก็ทรุดตัวลงนั่งที่ขอบเตียง พลางจ้องมองเจียงอีเหริน หญิงสาวที่แม้แต่เธอผู้เป็นผู้จัดการส่วนตัวที่มองมาหลายปีก็ยังคงรู้สึกว่างดงามอย่างไม่เสื่อมคลาย เธอเอ่ยถามอย่างหยั่งเชิง
“ตัดสินใจแบบนี้แน่แล้วใช่ไหม!?”
ในฐานะผู้จัดการส่วนตัว หานฮุ่ยจำไม่ได้แล้วว่าตัวเองเคยเตือนเจียงอีเหรินไปกี่ครั้งต่อกี่ครั้งแต่ทว่าทุกที... ทั้งที่ตกลงกันดิบดีตั้งแต่แรก สุดท้ายก็ลงเอยแบบเดิม...
บางครั้งหานฮุ่ยก็ไม่เข้าใจความคิดของเจียงอีเหรินจริงๆ ถ้าจางโหย่วเป็นมหาเศรษฐีหรือบิ๊กบอสจากไหน การที่เจียงอีเหรินจะยอมทนกล้ำกลืนฝืนทนขนาดนี้ก็พอจะเข้าใจได้ แต่นี่เขาก็เป็นแค่ รปภ. กระจอก ๆ ความสามารถไม่มี ติดเหล้า ติดพนัน
ผู้ชายพรรค์นี้ นอกจากหน้าตาที่ดูดีแล้ว เขามีดีอะไรคู่ควรกัน!?
“ช่วยร่างสัญญาหย่าให้ทีค่ะ” แววตาของเจียงอีเหรินสั่นไหวเล็กน้อย ก่อนที่ในที่สุดเธอจะยอมเอ่ยปากออกมา
“ได้จ้ะ พรุ่งนี้ฉันจะไปหาเขาให้เซ็นชื่อทันที”
เมื่อได้ยินเจียงอีเหรินพูดเช่นนั้น หานฮุ่ยก็ลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก ในที่สุดก็คิดได้เสียที ช่างยากเย็นแสนเข็ญเหลือเกิน
ราตรีคืบคลานเข้ามาเยือนโดยไม่รู้ตัว เจียงอีเหรินเอนกายพิงหัวเตียงในห้องพักของโรงแรม ลูกสาวที่อยู่ข้างกายหลับสนิทไปแล้ว ไม่รู้ว่าเป็นเพราะหวาดกลัวกับการกระทำของคนเป็นพ่อในวันนี้หรือเปล่า
แม้จะจมดิ่งสู่ห้วงนิทราร่างกายเล็กๆ นั้นก็ยังสะดุ้งไหวเป็นพักๆ เธอคอยตบหลังลูกสาวเบา ๆ เพื่อมอบความรู้สึกปลอดภัยให้ ภายใต้การปลอบโยนอันอ่อนโยนร่างกายของเด็กหญิงค่อย ๆ สงบลงและส่งเสียงกรนเบา ๆ ออกมา
เจียงอีเหรินผู้ซึ่งกักเก็บน้ำตาเอาไว้ไม่ยอมร้องไห้ต่อหน้าเพื่อนสนิทเมื่อตอนกลางวัน ในเวลานี้เมื่อเอนกายอยู่บนหัวเตียงขอบตาของเธอกลับเอ่อล้นไปด้วยหยาดน้ำตา
จากนั้นน้ำตาก็ค่อยๆ ไหลรินลงมาตามร่องแก้มอย่างไร้เสียงในความเงียบสงัดอันเยือกเย็น เธอดึงทิชชู่ออกมาแผ่นหนึ่งเพื่อเช็ดคราบน้ำตาบนใบหน้าให้สะอาด ก่อนจะวางหมอนลงและเอนตัวนอนราบบนเตียง
ไม่มีอะไรต้องเสียดายอีกแล้วในฐานะภรรยา เธอทำหน้าที่ของตัวเองอย่างดีที่สุดแล้ว แต่กลับไม่ได้ผลลัพธ์ที่ดีตอบแทนมา หากยังขืนดันทุรังอยู่ด้วยกันต่อไป...
ดูจากการกระทำของสามีเธอในวันนี้ หากเธอไม่รีบอุ้มจางจื่อซานหนีออกจากบ้านมาได้ทันท่วงที สามีของเธอคงลงมือทำร้ายแม้กระทั่งลูกสาวแท้ ๆ ของตัวเองเป็นแน่ และนี่คือสิ่งที่เจียงอีเหรินไม่มีวันยอมทนอย่างเด็ดขาด
ผู้ชายคนหนึ่งต่อให้จะเลวร้ายแค่ไหนก็ควรจะมีขีดจำกัด แต่การกระทำทั้งหมดของสามีเธอในวันนี้มันเกินกว่าขอบเขตของความเป็นมนุษย์ไปแล้ว ไม่มีสิ่งใดจะน่ารังเกียจและน่าสิ้นหวังไปกว่าคนเป็นพ่อที่ลงมือทุบตีลูกสาวของตัวเองได้อีกแล้ว
เช้าวันต่อมา เจียงอีเหรินสวมหน้ากากอนามัยมิดชิดเพื่อไปส่งลูกสาวที่หน้าประตูโรงเรียน ชีวิตแต่งงานที่ล้มเหลวเพราะความรั้นของเธอเองกลายเป็นความจริงที่ไม่อาจแก้ไขได้แล้ว แต่เธอไม่ต้องการให้ลูกสาวต้องพลอยถูกดึงให้จมดิ่งลงไปด้วย
โรงเรียนเปิดเทอมเมื่อเดือนก่อนและในเดือนนี้มีการสอบเก็บคะแนนประจำเดือน ผลสอบของลูกสาวออกมาย่ำแย่อย่างเหลือเชื่อ หากลูกสาวของเธอเป็นเด็กหัวช้าก็คงพอทำใจได้ แต่เจียงอีเหรินไม่คิดเช่นนั้น
ลูกสาวของเธอเป็นเด็กที่ฉลาดมากแม้แต่คุณครูยังบอกเลยว่าแกไม่ใช่เด็กไม่ฉลาด เพียงแต่เวลาเรียนมักจะไม่มีสมาธิและเหม่อลอยอยู่บ่อยๆ เจียงอีเหรินรู้ดีว่าทั้งหมดนี้มีสาเหตุมาจากปัญหาภายในครอบครัว
ครั้งนี้... เพื่อตัวเธอเองและเพื่อลูกสาวของเธอ เธอจำเป็นต้องตัดตอนยุติชีวิตคู่ที่แสนทุกข์ทรมานนี้ลงให้จงได้
จางโหย่วได้รับโทรศัพท์ตอนแปดโมงเช้า เมื่อเขาเดินทางมาถึงร้านกาแฟที่นัดหมายไว้ ก็ได้พบกับหานฮุ่ย ผู้จัดการส่วนตัวของภรรยาที่เป็นราชินีเพลงของเขา
หลังจากที่เธอเลื่อนเอกสารสัญญาหย่ามาตรงหน้า จางโหย่วเปิดอ่านดูคร่าวๆ แวบแรก จากนั้นโทสะก็พลันปะทุขึ้นมาอย่างรุนแรงตอนที่เจ้าของร่างเดิมยังอยู่ ราชินีเพลงยอมทนมาตั้งนานก็ไม่ยอมหย่า
แต่พอเขาเพิ่งจะมาถึงปุ๊บกลับจะมาขอหย่าทันที นี่มันหยามน้ำหน้ากันชัด ๆ !