ตอน 2
บทที่ 2 : ดอกไม้ร่ำรวยแห่งโลกมนุษย์ 2
รถยนต์คันหนึ่งแล่นมาจอดนิ่งสนิทที่หน้าประตูโรงแรมเมื่อประตูรถเปิดออก
จางยี่ในกางเกงขายาวรัดรูปสีดำสวมทับด้วยเสื้อแจ็กเก็ตยีนส์ปักลายดอกเดซี่ ก็รีบก้าวลงจากรถพร้อมกระเป๋าถือในมือ พลางสาวเท้าเดินเข้าไปในโรงแรมอย่างเร่งรีบและเอ่ยปากเร่งเร้า
“คุณเร็ว ๆ หน่อยได้ไหม อย่ามัวแต่ยืดอาดสิ”
เมื่อได้ยินภรรยาเอ่ยเช่นนั้น หยวนหงผู้ซึ่งไม่อยากมาที่นี่เลยแม้แต่น้อยได้แต่ขานรับอย่างจนใจ ก่อนจะเดินตามหลังภรรยาไป ไม่ใช่ว่าเขาเป็นคนไร้น้ำใจหรือเย็นชา
แต่เป็นเพราะเจียงอีเหรินเพื่อนสนิทสมัยเรียนและเป็นถึงราชินีแห่งวงการเพลงคนนี้ ถูกสามีทำร้ายร่างกายมาไม่ใช่แค่ครั้งสองครั้งแล้ว เจอสถานการณ์แบบนี้เข้าไปแล้วยังไม่ยอมหย่า
มันก็คงต้องโทษตัวเองแล้ว
ทว่าภรรยาของเขา... พอได้รับสายจากผู้จัดการส่วนตัวของเจียงอีเหริน ก็ยังคงรีบร้อนบึ่งมาเหมือนทุกครั้ง หยวนหงแทบไม่ต้องเดาเลยว่า ตราบใดที่เจียงอีเหรินไม่ยอมหย่า
ผลลัพธ์ก็ไม่มีวันเปลี่ยนแปลง สุดท้ายก็คงไม่พ้นสองพี่น้องกอดคอกันร้องไห้โฮไปพักหนึ่งตามเคย
ประตูห้องพักเปิดออกภาพที่ปรากฏสู่สายตาของจางยี่คือใบหน้าของหญิงวัยกลางคนเธอคือหานฮุ่ยผู้จัดการส่วนตัวของเจียงอีเหริน ในวงการบันเทิงเธอถือเป็นผู้จัดการมือทองระดับแนวหน้า
แต่กลับต้องมาเจอศิลปินในความดูแลอย่างเจียงอีเหรินที่ไม่เคยปล่อยให้เธอได้อยู่อย่างสงบใจเลยสักครั้ง
หานฮุ่ยส่งสัญญาณทางสายตาให้ จางยี่จึงรู้ได้ทันทีว่าครั้งนี้เพื่อนสนิทคงโดนสามีซ้อมมาไม่เบา เธอไม่ได้เอ่ยคำใดและรีบสาวเท้าเข้าไปในห้องทันที
ทว่าเมื่อได้เห็นสภาพอันน่าเวทนาของเพื่อนสนิท ต่อให้จางยี่จะเตรียมใจเอาไว้บ้างแล้ว แต่พอได้มาเห็นกับตาตัวเอง... ขอบตาของเธอก็พลันแดงระเรื่อ
หยาดน้ำตาไหลพรูลงมาเป็นสายในยามนี้เจียงอีเหริน ผู้เคยได้รับการยกย่องว่าเป็นราชินีเพลงที่งดงามที่สุด มีรอยแตกปริและคราบเลือดซึมที่มุมปาก
บนใบหน้าขาวนวลเนียนละเอียดปรากฏรอยฝ่ามือเด่นชัด หลังมือก็มีรอยเขียวช้ำเป็นจ้ำ
“อีเหริน”
จางยี่เช็ดน้ำตา พลางย่อตัวลงยื่นมือไปแตะมุมปากของเพื่อนสนิทเบา ๆ เพียงแค่ถูกสัมผัส เจียงอีเหรินที่ดวงตาเหม่อลอยไร้ความรู้สึกก็ครางซี้ดออกมาด้วยความเจ็บปวด จางยี่เอ่ยถามด้วยความห่วงใยระคนสงสาร
“ลงมือหนักขนาดนี้ ต้องเจ็บมากแน่ ๆ”
กล่าวจบในขณะที่เจียงอีเหรินยังคงนิ่งเฉย ตัวเธอกลับสะอื้นไห้ออกมาอีกครั้ง จางยี่เอ่ยขึ้นว่า
“บอกให้หย่าก็ไม่ยอมหย่า ฉันรู้ว่าเธอเป็นคนรักศักดิ์ศรี ไม่อยากให้ใครเอาไปหัวเราะเยาะ แต่การที่เธอยอมทนแล้วทนเล่าซ้ำ ๆ สิ่งที่ได้กลับมาไม่ใช่ความห่วงใยจากไอ้ขยะบ้านเธอนะ แต่มันกลับยิ่งได้ใจและรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ อีกอย่างเรื่องที่เธอโดนทำร้ายร่างกายบ่อย ๆ น่ะ ในวงการเขารู้กันหมดตั้งนานแล้ว อีเหริน ฟังฉันนะ ในเมื่อโดนหัวเราะเยาะไปแล้ว ครั้งนี้ก็ปล่อยให้คนในวงการหัวเราะเยาะอีกสักตั้งจะเป็นไรไป พอผ่านครั้งนี้ไปได้ พวกเขาก็ไม่มีอะไรให้หัวเราะเยาะอีกแล้ว”
หยวนหงที่ยืนอยู่ด้านข้าง มองดูสภาพของเจียงอีเหรินในตอนนี้ ในใจพลันบังเกิดความรู้สึกซับซ้อนอย่างบอกไม่ถูก เขาหวนนึกถึงภาพเหตุการณ์ครั้งแรกที่ได้เจอผู้หญิงคนนี้เมื่อสิบปีก่อนขึ้นมาโดยมิได้ตั้งใจ
ในตอนนั้นเขาเพิ่งจะตกลงคบหาเป็นแฟนกับจางยี่ หากพูดตามค่านิยมในปัจจุบันก็คือ จางยี่ต้องการให้เพื่อนสนิทช่วยมาสแกนดูตัวแฟนนั่นเอง ทั้งสามคนจึงนัดเจอกันที่ร้านกาแฟแห่งหนึ่ง
เพียงแรกเห็นเจียงอีเหริน เขาก็รู้สึกราวกับได้พบหญิงงามหยาดฟ้ามาดินดวงตากลมโตเป็นประกาย แฝงไว้ด้วยความคมคายทว่าไม่ทิ้งความเย้ายวน ชั้นตาพับหลบในดูเป็นธรรมชาติและสดใส
ให้ความรู้สึกถึงความมีชีวิตชีวาที่บริสุทธิ์ ใบหน้าทรงรูปไข่ เส้นสายบนหน้าเรียวละมุนไร้ที่ติ และที่สำคัญที่สุดคือกลิ่นอายอันสูงส่งและเย็นชาของเธอ ต่อให้เวลาจะล่วงเลยมานานขนาดนี้
หยวนหงก็ยังคงจำความคิดแรกที่ผุดขึ้นมาในหัวยามเมื่อได้เห็นเจียงอีเหรินได้อย่างเลือนลาง
‘ผู้ชายแบบไหนกันหนอ ถึงจะคู่ควรกับผู้หญิงคนนี้!?’
คำเปรียบเปรยที่ว่า ‘ดอกไม้ร่ำรวยแห่งโลกมนุษย์’ ก็คงประมานนี้เอง
ทว่าในวันหนึ่งหลังจากนั้นจางยี่ซึ่งตอนนั้นเป็นแฟนของเขาแล้วได้มาบอกว่า เจียงอีเหรินกำลังคบหากับพนักงานรักษาความปลอดภัยคนหนึ่ง ความคิดแรกของเขาก็คือ แฟนของเธอคงเป็นเจ้าของบริษัทรักษาความปลอดภัยหรือไม่ก็ผู้บริหารระดับสูง
จนกระทั่งจางยี่ต้องอธิบายซ้ำอยู่หลายรอบ หยวนหงถึงได้เข้าใจความหมายของคำว่าพนักงานรักษาความปลอดภัยอย่างแท้จริง...
ที่แท้มันคือ รปภ. จริง ๆ พับผ่าสิ ไม่ใช่เจ้าของบริษัทและไม่ใช่ผู้บริหารระดับสูง แต่ความเป็น รปภ. ของเขาคนนี้เต็มร้อยเปอร์เซ็นต์ เป็น รปภ. แท้ ๆ ประเภทที่คอยกดรีโมตเปิดไม้กั้นให้รถแล่นผ่านเวลาลูกบ้านจะเข้าหมู่บ้านนั่นแหละ
เมื่อได้รับรู้ความจริง หยวนหงถึงกับตกตะลึงจนกรอบความคิดและมุมมองชีวิตแทบจะแตกสลายเป็นเสี่ยง ๆ ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน... ที่อาชีพพนักงานรักษาความปลอดภัยมันเนื้อหอมขนาดนี้!?
เรื่องราวหลังจากนั้นยิ่งทำให้เขาเหลือเชื่อหนักเข้าไปอีก เจียงอีเหรินซึ่งกำลังรุ่งโรจน์ถึงขีดสุดในวงการเพลง ได้ประกาศกลางคอนเสิร์ตของตัวเองว่าเธอกำลังจะแต่งงาน... และในเวลาไม่นาน
ตัวตนของสามีเธอก็ถูกขุดคุ้ยออกมา เขาก็คือ รปภ. ที่ชื่อ จางโหย่วคนนั้นนั่นเอง
ด้วยเหตุนี้กรอบความคิดของหยวนหงที่ยังไม่ทันได้ประกอบกลับคืนดี ก็ถูกซ้ำเติมด้วยหมัดฮุคหมัดเด็ดอีกครา เรื่องราวหลังจากนั้นยิ่งไม่ต้องพูดถึง อาชีพพนักงานรักษาความปลอดภัยน่ะร้ายกาจมาก ตัวอาชีพนี้มันก็แย่พออยู่แล้ว
ทั้งทำร้ายร่างกายลูกบ้าน บังคับให้พนักงานส่งอาหารคุกเข่า ผู้ปกครองนักเรียนถอยรถช้าไปหน่อยก็เอาของฟาดหัวผู้ปกครองทันที และ รภป. คนนี้ก็สมกับเป็น ‘ยอดฝีมือ’ ที่ออกมาจากวงการนี้จริง ๆ
แต่งงานกันได้ไม่ถึงปี เขาก็เริ่มลงไม้ลงมือ
นอกจากนี้ ยังติดเหล้า สูบบุหรี่ และที่สำคัญที่สุดคือเล่นการพนัน... ตลอดหลายปีที่ผ่านมาเท่าที่หยวนหงรู้มา เงินที่เสียไปก็เกือบสองร้อยล้านหยวนแล้ว ช่วงก่อนหน้านี้ยิ่งหนักหน่วง แอบหนีไปเล่นในคาสิโนขนาดใหญ่ในต่างประเทศ
เพื่อจะล้างหนี้ให้เขา เจียงอีเหรินต้องตัดใจขายบ้านหลังที่เหลืออยู่ ขายรถหรูของที่บ้าน และยังบากหน้ามายืมเงินภรรยาของเขาไปอีกสี่สิบกว่าล้านหยวน ถึงจะสามารถอุดรอยรั่วที่ไอ้ รปภ. คนนั้นก่อไว้ได้สำเร็จ
บางครั้ง หยวนหงก็อยากจะถามเจียงอีเหรินจริง ๆ ว่าเธอคิดอะไรอยู่กันแน่!?
คนพรรค์นี้ มีความจำเป็นอะไรที่ต้องยอมทำเพื่อเขาขนาดนี้!?
ในตอนนั้นเอง จางยี่ที่ร้องไห้อยู่พักหนึ่งก็หันมาสนใจจางจื่อซานลูกสาวตัวน้อยที่นั่งอยู่บนตักของเพื่อนสนิท เธอเอื้อมมือไปลูบหัวเด็กหญิงเบา ๆ พลางเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
“จื่อซาน ถ้าแม่กับพ่อหย่ากัน หนูจะอยู่กับใครจ๊ะ!?”
“หนูจะอยู่กับแม่ค่ะ” เด็กหญิงตัวน้อยกอดเอวของเจียงอีเหรินไว้แน่น
แววตาของเจียงอีเหรินสั่นไหวไปวูบหนึ่ง ก่อนที่เธอจะกอดลูกสาวของตัวเองแน่นขึ้นราวกับได้ตัดสินใจในความเชื่อมั่นบางอย่างอย่างแน่วแน่แล้วเช่นกัน
“มีคำพูดนี้ของหนูก็พอแล้ว”
จางยี่พยักหน้า ก่อนจะหันไปพูดกับหานฮุ่ยผู้จัดการส่วนตัวของเจียงอีเหรินว่า
“พี่หาน ในเมื่ออีเหรินตกลงแล้ว เรื่องหลังจากนี้รบกวนพี่ช่วยไปคุยกับไอ้สารเลวจางโหย่วนั่นที ขอแค่แก้ปัญหานี้ได้ เรื่องเงินไม่ใช่ปัญหา แต่ถ้ามันบังอาจอ้าปากสิงโตเรียกราคาแบบหน้าเลือดล่ะก็... หยวนหง คุณเคยบอกไม่ใช่เหรอว่าคุณมีน้ำยา!? ดีเลย ถ้าไอ้หมอนั่นมันเล่นแง่หัวหมอ คุณก็หาคนไปขับรถชนมันให้ตาย ๆ ไปเลย”
กล่าวจบ จางยี่ก็หันไปมองเจียงอีเหรินด้วยสีหน้าจริงจัง
“อีเหริน ครั้งนี้พูดอะไรฉันก็จะไม่ยอมอยู่เฉยแน่ ๆ เพื่อผู้ชายพรรค์นั้น มันไม่คุ้มค่าเลยสักนิด”
“...”
หยวนหงรู้สึกโกรธขึ้นมาบ้างแล้วภรรยาของเขาไม่ได้อยู่เฉยจริง ๆ นั่นแหละ แต่กลับอ้าปากสั่งให้เขาไปหาคนมาเก็บคนอื่น เรื่องแบบนี้อย่าว่าแต่ทำไม่ได้เลย
ต่อให้ทำได้หยวนหงก็ไม่มีความกล้าขนาดนั้นเรื่องยืมเงินน่ะยังพอว่า แต่จะให้เอาตัวเองไปเสี่ยงคุกเสี่ยงตารางเพราะเรื่องในครอบครัวของคนอื่น มันไม่คุ้มค่าเอาเสียเลย
อีกอย่าง... เรื่องนี้มันเป็นเพราะเจียงอีเหรินยอมทนเองทั้งนั้น หยวนหงไม่เชื่อหรอกว่าต่อให้ไอ้หมอนั่นมันจะหน้าด้านไร้ยางอายแค่ไหน ทันทีที่เจียงอีเหรินคิดจะหย่ากับมันอย่างเด็ดขาด
ลำพังด้วยน้ำมือของ รปภ. ตัวเล็ก ๆ ที่ไม่มีทั้งเงินไม่มีทั้งเส้นสายอย่างมัน จะไปก่อคลื่นลมใหญ่อะไรได้ ก็แค่เจียงอีเหรินยังต้องห่วงภาพลักษณ์ของตัวเอง ไม่อย่างนั้นลำพังแค่สภาพความบอบช้ำจากการถูกทำร้ายร่างกายอย่างทารุณในครั้งนี้
จ้างทนายเก่ง ๆ สักคน ส่งมันเข้าไปนอนคุกสักไม่กี่ปีก็ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้