ตอน 7
บทที่ 7 ไม่จ่ายเงินก็ตายไปด้วยกัน!
สิ้นเสียงของฉินอวี้ชิงความเงียบเข้าปกคลุมทั่วทั้งห้อง ไม่มีใครเอ่ยปากตอบรับสายตาที่ทุกคนมองมายังเธอนั้นทั้งเย็นชาและเต็มไปด้วยความเคียดแค้นราวกับว่าเธอเพิ่งทำเรื่องที่ฟ้าดินไม่ให้อภัย
คนทั้งหกที่นั่งอยู่รอบโต๊ะต่างสบตากันไปมา สุดท้ายเป็นชายชราแซ่ฉินที่ส่งเสียง "อืม" ออกมาเบาๆ เป็นเชิงรับรู้ ส่วนคุณย่าผู้แสนดีของเธอน่ะหรือ? อย่าว่าแต่จะพูดเลย แม้แต่หางตายังไม่แลเธอด้วยซ้ำ
ปู่กับย่าของเธอนั้นถือคติ 'รักลูกชายชังลูกสาว' มาแต่ไหนแต่ไร พร่ำด่าทอเธอว่าเป็นตัวซวยผลาญเงินทอง ถ้าไม่ใช่เพราะพ่อของเธอยังมีฝีมืออยู่บ้าง เธอกับแม่คงถูกกดดันจนตายไปนานแล้ว
ยิ่งหลังจากรู้ว่าแม่ของเธอไม่สามารถมีลูกได้อีก ทั้งสองก็ยิ่งทำตัวต่ำทรามใส่ไม่หยุดหย่อน มิหนำซ้ำยังคอยเป่าหูให้พ่อของเธอไปแต่งงานใหม่ ถ้าพ่อไม่ยืนกรานหนักแน่น ป่านนี้ชีวิตเธอคงต้องระหกระเหินไปเรื่อยเปื่อยแล้ว
คนพวกนี้เริ่มส่งสายตาเลี่ยงความรับผิดชอบ ซ่งซิ่วเหมยแสร้งปั้นหน้ายิ้ม
"ชิงชิง... กลับมาแล้วเหรอ หิวหรือเปล่าจ๊ะ?"
"หิวค่ะ ถ้าอย่างนั้นป้าสะใภ้ทำอะไรให้ทานหน่อยสิคะ?"
ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้ง มุกนี้ซ่งซิ่วเหมยมักใช้บ่อยๆ เวลาที่เธอกลับบ้านดึก คนบ้านฉินมักจะกินกันอิ่มหนำสำราญไปนานแล้ว หากถามเธอสักคำก็คงถามไปตามมารยาทเคุณั้น
ปกติเธอไม่ชอบรบกวนใครเลยมักจะลงมือทำเอง ส่วนซ่งซิ่วเหมยเต็มที่ก็แค่หยิบผักดองมาวางให้ กินแรงทางวาจาแต่ไม่เคยหยิบยื่นความช่วยเหลือจริงจัง
หากเป็นฉินเซิ่งลี่ลูกชายตัวดีกลับดึก ป้าสะใภ้คนนี้คงรีบปรี่เข้าครัวทันทีโดยไม่ต้องรอถาม นั่นคือความแตกต่างที่เธอเคยโง่เขลาจนมองไม่ออก แต่ในเมื่อวันนี้ถึงคราวต้องฉีกหน้ากัน เธอก็ไม่มีความจำเป็นต้องทำตัวเป็นคนดีอีกต่อไป
ฉินเซี่ยงตงถลึงตาใส่ภรรยาที่เอาแต่ทำเรื่องไร้สาระ ก่อนจะกระแอมไอออกมา
"ชิงชิง ที่ป้าสะใภ้พูดเรื่องเงินชดเชย... แกไปได้ยินมาจากไหน?"
พวกเขากันท่าปิดข่าวนี้ไว้อย่างดี แล้วยัยเด็กนี่ไปรู้เข้าได้ยังไง? แล้วเรื่องดันมาเกิดขึ้นในจังหวะที่พวกเขากำลังวางแผนจะขายออกเธอไปซะด้วย
ฉินอวี้ชิงมองฉินเซี่ยงตงด้วยรอยยิ้มที่ดูไม่ออกว่ากำลังคิดอะไร
"วันนี้ตอนเลิกงาน บังเอิญเจอผู้กำกับการเมืองซ่งที่หน่วยทหาร เขาเป็นคนบอกค่ะ"
ฉินเซี่ยงตงรู้สึกเสียวสันหลังวาบ เขาไม่ได้ซักไซ้ว่าฉินอวี้ชิงรู้จักคนในกองทัพได้อย่างไร เพราะรู้ดีว่าเรื่องนี้ปิดต่อไม่ได้แล้ว คนทั่วไปยังหลอกง่าย แต่คนในกองทัพนั้นไม่อาจหลอกได้ง่ายๆ โชคดีที่พวกเขาเตรียมหาทางหนีทีไล่ไว้แล้ว
ฉินเซี่ยงตงถอนหายใจเฮือกใหญ่
"เรื่องนี้โทษลุงเถอะที่ไม่ได้บอกรายละเอียดกับป้าสะใภ้ของแกให้ชัดเจน"
ฉินอวี้ชิงเลิกคิ้วขึ้น นี่คิดจะเหมาความผิดเข้าตัวงั้นหรือ?
"คุณลุง งั้นก็แปลว่ามีเงินชดเชยจริงๆ ใช่ไหมคะ? แล้วเงินอยู่ที่ไหน?"
ฉินเซี่ยงตงทำหน้าเศร้า
"ลุงเองก็ไม่รู้ว่านั่นคือเงินชดเชย รู้แค่ว่ามีเงินก้อนหนึ่งส่งมา ในเมื่อพ่อแม่ของแกจากไปหมดแล้ว ลุงก็คิดว่าแกคงไม่มีปัญญาดูแลผู้ใหญ่ได้ ลุงจึงมอบมันให้ปู่กับย่าของแก เก็บไว้เป็นค่าเลี้ยงดูยามแก่เฒ่า"
เข้ากระเป๋าปู่กับย่าก็ไม่ต่างอะไรกับเข้ากระเป๋าฉินเซี่ยงตงนั่นแหละ ก็แค่ย้ายจากมือซ้ายไปมือขวา นี่คือเหตุผลที่พาคนแก่สองคนนี้มาอยู่ที่นี่ด้วยสินะ
ใบหน้าของฉินอวี้ชิงเย็นชาลงทันที
"ลุง หมายความว่าอย่างไรคะ? ลุงก็รู้ว่าครอบครัวเราตัดขาดกับปู่ย่ามานานแล้ว ตอนนั้นพ่อฉันจ่ายเงินไปตั้งห้าร้อยหยวนเพื่อแลกกับการไม่เกี่ยวข้องกันอีก"
นั่นแทบจะเรียกว่าตัดญาติกันไปแล้ว แม้จะยังไม่มีเอกสารทางกฎหมายชัดเจน แต่ชาวบ้านแถบนั้นต่างรู้เห็นกันหมด ตอนที่ย่าพยายามบังคับให้พ่อมีลูกชายถึงขั้นเอาเธอไปทิ้งไว้บนเขา ถ้าไม่ได้คนตัดฟืนมาพบแล้วส่งตัวไปที่สถานีตำรวจ ป่านนี้ชีวิตเธอคงจบสิ้นไปแล้ว
"นั่นคือเงินที่พ่อแลกมาด้วยชีวิต ลุงมีสิทธิ์อะไรมาตัดสินใจแทนเขา?"
ชายชราแซ่ฉินตบโต๊ะเสียงดังสนั่น แววตาขุ่นมัวฉายแววดุร้าย นิ้วมือที่แห้งกรังเหมือนเปลือกไม้ชี้มาที่จมูกของเธอ
"หุบปาก! เว่ยเฉียนคือลูกชายฉัน สิ่งของของเขาก็คือของฉัน แกมันเป็นเพียงลูกผู้หญิง วันหน้าก็ต้องแต่งงานออกเรือนไปเป็นของคนอื่น แกมีสิทธิ์อะไรมาทวง!"
ฉินอวี้ชิงไม่มีท่าทีเกรงกลัวแม้แต่น้อย
"นั่นเป็นสมบัติที่พ่อทิ้งไว้ให้ฉัน พวกคุณฉวยโอกาสยึดไปโดยพลการ นี่มันผิดกฎหมาย!"
ชายชราตบโต๊ะอีกครั้ง "แกเป็นใครกัน กล้าดียังไงมาซักไซ้พวกเรา?"
"ที่นี่ไม่ใช่ที่ของแก!" ย่าของเธอเอ่ยเสริม แววตาขุ่นเคืองเต็มไปด้วยความร้ายกาจ
"ตอนเว่ยเฉียนยังมีชีวิตอยู่ก็ไม่รู้จักกตัญญู ตายไปแล้วยังจะให้ลูกสาวมาสร้างความรำคาญให้พวกเราอีก เงินก้อนนั้นแหละที่เป็นค่าเลี้ยงดูพวกเรา!"
ฉินอวี้ชิงโกรธจนตัวสั่น เล็บจิกเข้าที่ฝ่ามือจนเลือดซิบ เธอหันไปมองครอบครัวของคุณลุงที่เอาแต่ก้มหน้าแสร้งทำเป็นไม่ได้ยิน แม้แต่ฉินเซิ่งลี่ลูกพี่ลูกน้องยังเผยยิ้มเยาะเย้ย
เขาย่อมดีใจอยู่แล้ว เพราะเงินก้อนนี้ครึ่งหนึ่งจะถูกนำไปเป็นสินสอดแต่งงานของเขาในชาตินี้ เหมือนกับที่เขาเคยทำในชาติก่อนที่แต่งเมียด้วยความหรูหราอลังการ
ถ้าไม่ใช่เพราะเงินก้อนนั้น มีหรือที่ครอบครัวข้าราชการระดับสูงจะยอมยกลูกสาวให้? นี่หรือคือญาติพี่น้องกัน? นี่มันฝูงเหลือบไรชัดๆ!
"พวกคุณอย่าลืมสิ! เมื่อสิบห้าปีก่อนที่พวกคุณทิ้งฉันไว้บนเขาหลังบ้านเพียงเพื่อจะบีบให้พ่อมีลูกชาย ตอนนั้นพวกคุณก็หมดสิทธิ์ที่จะเป็นญาติผู้ใหญ่แล้ว พ่อฉันซื้อขาดความเป็นญาติด้วยเงินห้าร้อยหยวน ผู้เฒ่าผู้แก่ในหมู่บ้านต่างเป็นพยานได้!"
ทำไมแม่ของเธอถึงสุขภาพไม่ดี ทำไมต้องใช้ชีวิตอย่างอดออม ก็เพราะเงินห้าร้อยหยวนนั่นแหละ ตอนที่พ่อแยกบ้านออกมา พ่อต้องยืมเงินเพื่อนร่วมรบไปทั่วกว่าจะรวบรวมได้ครบ
ชายชราสีหน้าเปลี่ยนไปทันที เขาคว้าแก้วชาบนโต๊ะขว้างใส่ฉินอวี้ชิงเพื่อสยบความไม่พอใจ เธอหลบไม่พ้น น้ำชาร้อนๆ สาดใส่แขนจนแดงเถือก แก้วเคลือบกลิ้งไปกับพื้นจนหยุดลงข้างตู้
"ยัยเด็กนรก ยังจะกล้าพูดถึงเรื่องนี้อีก!" ย่าของเธอแผดเสียงด่า
"ถ้าไม่ใช่เพราะเจ้าตัวซวยนี่ พ่อของเจ้าคงไม่สิ้นไร้ไม้ตอก! ตายไปแล้วยังไม่มีคนส่งวิญญาณ เงินแค่นั้นยังไม่พอชดเชยความแค้นของข้าด้วยซ้ำ!"
ฉินอวี้ชิงเดือดดาลจนคุมอารมณ์ไม่อยู่ ความแค้นเก่าใหม่ประดังเข้ามา เธอเตะโต๊ะจนคว่ำก่อนจะพุ่งตัวเข้าครัว คว้ามีดทำครัววิ่งออกมาไล่ฟันคนพวกนั้น แม้จะรู้ว่าฟันไปจริงๆ อาจจะงานเข้า แต่การที่คมมีดเฉียดไปมาก็ทำให้คนพวกนั้นขวัญเสียได้
เธอฟาดมีดลงใกล้ๆ ตัวพวกนั้นไม่หยุดหย่อน ใครอยู่ใกล้คนนั้นแหละเป้าหมาย เธอไม่ได้ทำให้นองเลือด แต่ก็ทำเอาพวกนั้นแตกตื่นวิ่งหนีกันอลหม่าน ฉินซูเหยาจอมกะล่อนพอเห็นฉินอวี้ชิงคลุ้มคลั่งก็รีบวิ่งเข้าห้องไปล็อคประตูขังตัวเองทันที เห็นแก่ตัวเหมือนเคย
ฉินอวี้ชิงตะโกนก้อง
"นี่คือบ้านของฉัน พวกคุณไม่มีสิทธิ์อยู่ เข้ามาทางไหนก็ไสหัวไป!"
"ชิงชิง ใจเย็นๆ ก่อน วางมีดลงเถอะ" ฉินเซี่ยงตงแสร้งทำเป็นไกล่เกลี่ย
"พวกคุณก็ต้องไสหัวออกไปให้หมด! นอกจากจะคอยจ้องแต่จะสูบเลือดพ่อฉัน พวกคุณเป็นตัวอะไรกันแน่?" ฉินอวี้ชิงตวาด
"ถ้ากตัญญูนัก ทำไมไม่หาเงินมาเลี้ยงเองล่ะ? ทำไมไม่เอาไปเลี้ยงที่บ้านพวกคุณ? วันนี้ถ้าไม่คายเงินก้อนนั้นออกมา ก็อย่าหวังว่าใครจะได้อยู่อย่างสงบสุข!"
เธอเงื้อมีดฟันเข้าที่ตู้ข้างๆ หูของฉินเซี่ยงตงจนเขาตัวสั่นเป็นเจ้าเข้า
"นี่ถือเป็นคำเตือนสุดท้าย เงินอยู่ที่ไหน? ส่งมันมาเดี๋ยวนี้" ฉินอวี้ชิงถือมีดจ้องมองคนเหล่านั้นด้วยแววตาดุร้าย
"ชีวิตห่วยๆ ของฉันแลกกับชีวิตพวกคุณไม่กี่คนมันคุ้มยิ่งกว่าคุ้ม ถ้าไม่ให้เงิน งั้นเราก็ไปตายด้วยกันให้หมด!"