ตอน 11

บทที่ 11 : สงสัยว่าเธอก็ย้อนเวลากลับมาเช่นกัน


ฝูงชนแตกตื่นขึ้นมาในทันที ซ่งซิ่วเหมยฟังคำวิพากษ์วิจารณ์รอบข้างแล้วใบหน้าก็ซีดเผือดลงทันตา ขณะที่ฉินอวี้ชิงเพียงก้มหน้าลงเล็กน้อยโดยไม่ปริปากพูดอะไร


ซ่งเจียงกั๋วกวาดสายตามองฝูงชนที่เริ่มหนาตาขึ้นเรื่อยๆ


“รองหัวหน้าหลิว นำตัวคนไปก่อน ให้เสี่ยวอู๋ตามไปช่วยสอบสวน เขาถือหลักฐานสำคัญอยู่ในมือ ส่วนฉันจะพาสหายฉินอวี้ชิงไปโรงพยาบาลก่อน”


“แยกย้ายกันไปได้แล้ว!”


ไม่ต้องรอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสั่ง ทหารที่มากับซ่งเจียงกั๋วก็เริ่มกันฝูงชนออกไป เมื่อรู้ว่ากำลังจะไม่มีอะไรให้ดูต่อแถมยังไม่รู้ผลลัพธ์แน่ชัด ชาวบ้านก็เริ่มทยอยแยกย้ายกันไป แต่สิ่งที่ทุกคนได้รับรู้คือครอบครัวของฉินเซี่ยงตงนั้นเน่าเฟะถึงแก่นและชื่อเสียงป่นปี้ไม่มีชิ้นดี


ฉินอวี้ชิงจำเป็นต้องไปทำแผลจริงๆ เลือดที่ไหลออกไปนั้นเป็นเลือดของเธอเอง หลายปีมานี้เพื่อใช้หนี้ แม่ของเธอคอยประหยัดอดออมจนแทบจะกินแค่พอตาย ร่างกายของเธอจึงบอบบางและขาดสารอาหาร


หากปล่อยไว้แบบนี้ต่อให้เธอกินหมูเข้าไปทั้งตัวก็คงไม่สามารถฟื้นฟูร่างกายได้


การที่เจ้าหน้าที่ตำรวจและกองทัพร่วมมือกันจัดการเรื่องนี้ถือว่าวางใจได้ในระดับหนึ่ง ฉินอวี้ชิงถอนหายใจอย่างโล่งอก เธอหันไปมองจางอวี่เฟยในฝูงชนพร้อมส่งสัญญาณบอกว่าไม่ต้องห่วง


ซ่งเจียงกั๋วมองแขนของหญิงสาวที่ขาวซีดจนน่าตกใจแล้วขมวดคิ้วแน่นขึ้น


“รีบไปโรงพยาบาลเถอะ!”


ฉินอวี้ชิงพยักหน้า ขณะที่กำลังเดินตามซ่งเจียงกั๋วออกจากประตูบ้าน เธอยังได้ยินเสียงตะโกนด่าทอของชายแก่ด้านหลังว่า ‘จับฉันทำไม? ฉันไม่ไป...’ เมื่อขึ้นรถฉินอวี้ชิงจึงกล่าวขอบคุณซ่งเจียงกั๋ว


“ท่านผู้กำกับซ่ง ขอบคุณท่านมากนะคะที่ต้องลำบากมาในยามค่ำคืนเช่นนี้”


เธอไม่นึกเลยว่าเรื่องราวจะดำเนินไปรวดเร็วถึงเพียงนี้ ส่วนหนึ่งก็เป็นความผิดของเธอเองที่เห็นสองคนแก่สารเลวนั้นแล้วระงับโทสะไม่อยู่


ซ่งเจียงกั๋วตรวจสอบหลักฐานอย่างละเอียดมาตั้งแต่ช่วงบ่ายและตั้งใจจะมาดูสถานการณ์ในวันรุ่งขึ้น แต่ยังไม่ทันก้าวออกจากค่ายทหารก็มีเด็กสาวถือเหรียญกล้าหาญมาขอความช่วยเหลือที่หน้าประตู


“นี่เป็นสิ่งที่ฉันควรทำอยู่แล้ว ก่อนหน้านี้ฉันน่าจะจัดการให้เรียบร้อยกว่านี้”


ใครจะไปคิดว่าจิตใจของฉินเซี่ยงตงจะดำมืดถึงขั้นฮุบเงินบำนาญของน้องชายตัวเอง แถมเมื่อถูกจับได้ยังคิดจะใช้มีดปิดปากพยาน เขามองดูเด็กสาวที่ใบหน้าซีดเซียวแล้วถอนหายใจยาว เข้าใจในที่สุดว่าทำไมเบื้องบนถึงกำชับนักหนาให้ดูแลเธอเป็นพิเศษ


หากวันนี้พวกเขามาไม่ทัน เรื่องคงบานปลายใหญ่โต


“วางใจเถอะ ครั้งนี้จะจัดการให้ถึงที่สุด เงินก้อนนั้นไม่มีใครหน้าไหนเอาไปได้หรอก”


แม้แต่ลุงแท้ๆ ก็ไม่ควรได้ไป ในเมื่อทำตัวเป็นลุงที่ชั่วช้าขนาดนี้ ย่อมไม่มีสิทธิ์ดูแลเด็กคนนี้


ระหว่างทางซ่งเจียงกั๋วสอบถามถึงชีวิตและการทำงานของฉินอวี้ชิง เขาไม่รู้ว่าตระกูลเสิ่นได้ติดต่อหางานให้เธอไว้แล้ว เขาจึงตั้งใจว่าจะคอยจับตาดูเพื่อหางานที่มั่นคงให้เธอเป็นการรับประกันชีวิต


“สหายฉินอวี้ชิง อนาคตหลังจากนี้เธอวางแผนไว้อย่างไร?”


วางแผนอะไรอย่างนั้นหรือ? ตั้งแต่วินาทีที่ย้อนเวลากลับมา ฉินอวี้ชิงได้ตัดสินใจไว้หมดแล้ว


“ถ้าท่านผู้กำกับไม่รังเกียจที่จะฟัง หลังจากพ่อแม่เสียชีวิตไป ฉันก็คิดได้ว่าต้องหาวิชาชีพติดตัวไว้เพื่อเลี้ยงชีพ ฉันอยากเรียนหมอค่ะ”


ฉินอวี้ชิงรู้ดีว่าอีกสองปีการสอบเข้ามหาวิทยาลัยจะกลับมาจัดใหม่ แม้คณะนาฏศิลป์จะเป็นงานที่ดีแต่เธอไม่ชอบความสัมพันธ์ในนั้น มันยุ่งยากเกินไป ในชาติที่แล้วเธอเจอเรื่องเลวร้ายมามากที่นั่น การเรียนหมอคือสิ่งที่เธอไตร่ตรองมาอย่างดี


ชาติก่อนเธอต้องไปโรงพยาบาลอยู่บ่อยครั้ง จนความเจ็บป่วยยาวนานทำให้เธอเรียนรู้เรื่องยาไปโดยปริยาย ยิ่งบวกกับ 'มิติ' ที่เธอมี ซึ่งในนั้นมีน้ำพุวิญญาณที่ช่วยเธอได้อีกแรง ต่อให้ในอนาคตลำบากไปเป็นหมอในชนบทก็คงมีชีวิตที่ไม่เลว


เธอเคยคิดเรื่องทำธุรกิจ แต่สถานะเด็กกำพร้าคืออุปสรรคชิ้นใหญ่ การจะทำภารกิจพลิกชีวิตในยุคสมัยนี้นั้นยากลำบากเกินไป ไม่มีสถานะ ไม่มีอำนาจ ไม่มีเบื้องหลัง


ขนาดลุงของเธอยังต้องพึ่งพาพลังภายนอกถึงจะจัดการได้ แล้วถ้าเธอรวยขึ้นมาจริงๆ เธอจะรักษาทรัพย์สินนั้นไว้ได้หรือ? นโยบายเปิดประเทศยังต้องรออีกหลายปี ระหว่างนี้เธอต้องเอาตัวรอดให้ได้ก่อน


เธอไม่ได้ทะเยอทะยานอยากร่ำรวยมหาศาล เพียงแค่ต้องการความมั่นคงและชีวิตที่สงบสุข เธอเป็นเพียงคนธรรมดาคนหนึ่ง ถ้าไม่ใช่เพราะพ่อเสียสละชีวิต ใครจะรู้จักเธอ?


ชาติก่อนเธอใช้ชีวิตราวกับตกนรกในแต่ละวัน ชีวิตที่สงบและเรียบง่ายเป็นสิ่งที่ล้ำค่าที่สุดสำหรับเธอ


“เป็นความคิดที่ดี แต่เธอมีลู่ทางหรือเปล่า?”


ยุคนี้การเรียนวิชาชีพ โดยเฉพาะการแพทย์ ไม่ใช่เรื่องง่าย แค่จะหาอาจารย์ก็ลำบากมากแล้ว


ฉินอวี้ชิงไม่กลัวเสียหน้า ในเมื่อท่านผู้กำกับซ่งมีน้ำใจ ก็ต้องรีบฉกฉวยโอกาสนี้ไว้ บางทีในอนาคตอาจไม่มีโอกาสได้พบกันอีก หากเขาช่วยเธอ เธอก็จะจดจำน้ำใจนี้ไว้ตอบแทนภายหลัง หากไม่ช่วยเธอก็ไม่ได้สูญเสียอะไร


“นี่แหละค่ะที่ฉันอยากจะขอความช่วยเหลือจากผู้กำกับ พอจะช่วยดูอาจารย์ที่เหมาะสมให้ฉันสักคนได้ไหมคะ?”


การอยู่กับอาจารย์อวี้ในตอนนี้ไม่ใช่วิธีแก้ปัญหาในระยะยาว ชาติที่แล้วหน่วยงานของเขาจะถูกยุบในอีกสองปีข้างหน้า แม้แต่อาจารย์อวี้เองก็ต้องเกษียณอายุ


“ได้ ถ้ามีโอกาสฉันจะช่วยดูให้”


เมื่อได้รับคำมั่น ฉินอวี้ชิงก็ผ่อนคลายลง “ขอบคุณท่านผู้กำกับค่ะ”


เมื่อถึงโรงพยาบาล ฉินอวี้ชิงถูกพยาบาลพาไปทำแผลและเย็บไปห้าเข็ม ก่อนจะได้รับคำแนะนำเรื่องการดูแลแผล


“อีกสามวันค่อยกลับมาเปลี่ยนแผลนะ”


“เข้าใจแล้วค่ะ”


ฉินอวี้ชิงรับยาแล้วนั่งรถกลับ เมื่อถึงปากซอย ซ่งเจียงกั๋วสั่งให้ทหารเสี่ยวอู๋ไปส่งเธอถึงบ้าน


“ผู้กำกับ ถึงหน้าบ้านแล้วจริงๆ ไม่ต้องลำบากหรอกค่ะ”


ซ่งเจียงกั๋วยิ้ม “รีบเข้าบ้านไปเถอะ ถ้ายังชักช้าฉันต้องรอนานกว่าเดิมอีกนะ”


ใบหน้าของฉินอวี้ชิงแดงระเรื่อขึ้น “ขอบคุณผู้กำกับและขอบคุณ คุณทหารที่มาส่งค่ะ”


เมื่อปิดประตูรั้ว เธอมองดูเงาร่างที่รีบเดินจากไปแล้วแหงนหน้ามองท้องฟ้า เมฆดำผ่านพ้นไป แสงจันทร์กำลังสวยงาม พรุ่งนี้เธอต้องไปสถานีตำรวจอีกครั้ง เมื่อจัดการพวกสวะพวกนั้นออกไปได้ เธอถึงจะได้ใช้ชีวิตอย่างสงบสุขเสียที


ฉินอวี้ชิงถอนหายใจยาวแล้วเดินเข้าบ้าน เห็นสภาพห้องโถงที่เละเทะก็ไม่มีแรงจะจัดการ ขณะที่กำลังจะเดินเข้าห้องนอน สายตาก็เหลือบไปเห็นประตูที่ปิดสนิท ห้องของซ่งซิ่วเหมยเปิดอ้าไว้ แต่ห้องของฉินซูเหยากลับปิดแน่นหนา


เธอกดเปิดประตูเข้าไปดู ปรากฏว่าประตูล็อกอยู่จากด้านใน ฉินซูเหยายังคงอยู่ในห้อง เธอไม่ได้ถูกตำรวจพาตัวไป คิดดูแล้วก็ไม่แปลกเพราะตลอดเรื่องนี้เธอไม่ได้ปรากฏตัวออกมาเลย


แม้เรื่องเงินบำนาญหากเธอจะยืนกรานว่าไม่รู้เห็น ก็ไม่มีใครเอาผิดเธอได้ เพราะเงินที่ใช้จ่ายไปไม่ได้ผ่านมือเธอโดยตรง เธอเป็นเพียงผู้ได้รับประโยชน์ทางอ้อมเท่านั้น


“ปัง ปัง!” ฉินอวี้ชิงทุบประตูที่ปิดสนิทเสียงดัง “ฉินซูเหยา ฉันรู้ว่าเธออยู่ในนั้น เลิกแสร้งทำเป็นตายได้แล้ว”


ฉินซูเหยายังไม่นอน เธอเฝ้าคิดวนเวียนอยู่ว่าทำไมทุกอย่างถึงผิดพลาด เธอเพิ่งย้อนเวลากลับมาได้แค่วันเดียว ทำไมเหตุการณ์ถึงเปลี่ยนไปได้ขนาดนี้? ชาติที่แล้วไม่มีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้น พ่อแม่และพี่ชายของเธอไม่เคยถูกตำรวจจับตัวไป


เธอไม่รู้ว่าต้องไปขอความช่วยเหลือจากใคร ชาติก่อนตอนเธอแต่งเข้าตระกูลเสิ่น มีเรื่องอะไรเธอก็มักให้เสิ่นอวี้เฉิงเป็นคนจัดการ แม้ชายคนนั้นจะเย็นชาใส่เธอ แต่ทุกสิ่งที่เขารับปากก็จะทำให้เสมอ


ตอนนี้เธอยังไม่ได้แต่งงานกับเสิ่นอวี้เฉิง และชาตินี้เธอก็ไม่คิดจะแต่งกับเขาด้วย ชาติก่อนเพราะเขาเธอถึงต้องเสียชื่อเสียงและถูกผู้คนรังเกียจไปทั่ว เหตุใดฉินอวี้ชิงที่แต่งงานกับพวกนักเลงหัวไม้ถึงกลายเป็นเศรษฐีได้? ชาตินี้เธอจะต้องพลิกเกมกลับมาชนะให้ได้


ตอนนี้เธอเริ่มสงสัยแล้วว่า ฉินอวี้ชิงเองก็ย้อนเวลากลับมาเช่นกัน พวกเธอสองคนตายไปพร้อมกัน ในเมื่อเธอสามารถย้อนเวลาได้ แล้วทำไมฉินอวี้ชิงจะทำไม่ได้?