ตอน 27

บทที่ 27 : โฉมใหม่ที่น่าตะลึง


พื้นที่พักผ่อนยังคงกว้างขวางและสว่างไสวเช่นเคย ทว่าบรรยากาศกลับดูแปลกพิกล พนักงานขายสาวกลุ่มหนึ่งจับกลุ่มซุบซิบพลางเหลือบมองไปทางหวังอวิ๋นเป็นระยะ โบราณว่าไว้ 'หญิงสามคนย่อมเป็นละครโรงใหญ่'


เมื่อเห็นหวังอวิ๋นยังคงนั่งนิ่งสงบ จางเยี่ยนก็อดไม่ได้ที่จะเหน็บแนมออกมา


"แหม... เมื่อวานนึกว่าใครดวงดีเก็บตกได้ลูกค้ากระเป๋าหนัก ที่ไหนได้ สุดท้ายก็น่าจะแห้ว! นี่ก็สายป่านนี้แล้วยังไม่เห็นหัว สงสัยแม่สาวคนเมื่อวานคงทำเป็นเก่งอวดรวยไปงั้น พอกลับไปนอนคิดคงเสียดายเงินจนไม่กล้าโผล่มาแล้วมั้ง พรุ่งนี้คงได้ยินข่าวว่ายกเลิกการจอง"


หวังอวิ๋นขมวดคิ้วอย่างหงุดหงิด บางครั้งเธอก็รู้สึกว่าสมองของจางเยี่ยนคงมีน้ำเข้าไปขังอยู่บ้าง ถึงได้พูดจาไม่ผ่านการกลั่นกรองแบบนี้ การที่อีกฝ่ายรักษาตำแหน่งงานนี้มาได้นานขนาดนี้ คงเป็นเพราะความสามารถในการประจบสอพลอล้วนๆ


"พี่จางคะ พูดแบบนั้นไม่ได้หรอกค่ะ คนที่ควักเงินจองสองล้านออกมาได้ง่ายๆ เขาดูเหมือนคนไม่มีเงินตรงไหน? ลูกค้าเขามีธุระส่วนตัว เราทำหน้าที่ของเราไปเถอะค่ะ อย่าไปวิจารณ์เรื่องของคนอื่นเลย"


หวังอวิ๋นตอบกลับด้วยน้ำเสียงไม่สบอารมณ์ เธอเริ่มทนพฤติกรรมของจางเยี่ยนไม่ไหวเต็มที ภาพที่หลินมี่ควักเงินสองล้านวางมัดจำอย่างเด็ดขาดเมื่อวานยังติดตาอยู่เลย คนที่กล้าเปย์หนักขนาดนั้นจะมีใครทำไปเพราะแค่อยากอวดรวยกัน? อย่างน้อยเธอก็ไม่เชื่อแน่ๆ


"แหม ทำเป็นปกป้อง? เป็นสุนัขรับใช้ที่ขยันขันแข็งดีนี่นา"


จางเยี่ยนถูกคำพูดหวังอวิ๋นตอกกลับจนหน้าชา กำลังจะพ่นวาจาเผ็ดร้อนต่อ แต่จู่ๆ ก็เกิดความโกลาหลที่หน้าประตู


"มาแล้ว! มาแล้ว! มีรถหรูมาจอดหน้าโครงการ!" พนักงานขายคนหนึ่งตาไวตะโกนบอกด้วยความตื่นเต้น


ทุกคนหยุดซุบซิบและหันไปมองหน้าประตูทันที ใครที่ขับรถราคาแพงขนาดนั้นมาได้ ต้องเป็นลูกค้ารายใหญ่แน่นอน ต่างฝ่ายต่างรีบจัดแจงเสื้อผ้าและปั้นหน้ายิ้มแย้มแบบมืออาชีพ เพื่อต้อนรับ 'แขกวีไอพี' คนนี้


เมอร์เซเดส-เบนซ์ CLS ที่มีเส้นสายโฉบเฉี่ยวและสีสันอันเป็นเอกลักษณ์ค่อยๆ เคลื่อนเข้ามาจอดหน้าสำนักงานขาย ภายใต้แสงแดดมันดูส่องประกายหรูหราแบบเรียบหรู ประตูรถเปิดออก


หญิงสาวคนหนึ่งก้าวลงมาในชุดเสื้อเชิ้ตผ้าไหมสีขาวครีม กางเกงทรงกระบอกเอวสูง สวมทับด้วยคาร์ดิแกนถักสีเทาอ่อน บนศีรษะสวมหมวกเบเรต์ดีไซน์ประณีต ดวงตาซ่อนอยู่หลังแว่นกันแดดทรงแคทอาย ท่วงท่าการเดินของเธอแผ่ซ่านด้วยกลิ่นอายของหญิงสาวผู้มีความมั่นใจและสง่างาม


เนื่องจากแสงแดดภายนอกค่อนข้างจ้า หลินมี่จึงยังไม่ถอดแว่นกันแดดออก ทันทีที่เห็นกลุ่มพนักงานยืนรอรับอยู่ที่หน้าสำนักงาน เธอก็ยกยิ้มที่มุมปากเล็กน้อยก่อนจะค่อยๆ ถอดแว่นออก


(○д)


เมื่อทุกคนเห็นชัดว่าหญิงสาวคนนั้นคือหลินมี่คนเดิมจากเมื่อวาน รอยยิ้มบนใบหน้าก็แข็งค้าง โดยเฉพาะจางเยี่ยนที่รอยยิ้มดูราวกับถูกแช่แข็งเอาไว้ หลินมี่ในวันนี้อยู่ในชุดแบรนด์เนมทั้งตัว สลัดคราบเด็กสาวท่าทางเรียบง่ายเมื่อวานไปจนหมดสิ้น ราวกับเป็นคุณหนูจากตระกูลดังไม่มีผิด


"..." ในวินาทีนั้น จางเยี่ยนรู้สึกหน้าชาเหมือนถูกตบฉาดใหญ่


หลินมี่ไม่ได้สนใจสายตาของคนรอบข้าง เธอเดินตรงไปหาหวังอวิ๋นแล้วยิ้มบางๆ


"ขอโทษด้วยนะคะ พอดีมีธุระนิดหน่อยเลยมาช้า"


หวังอวิ๋นอึ้งไปครู่หนึ่งก่อนจะตั้งสติได้


"ไม่เป็นไรค่ะคุณหลิน มาถึงก็ดีแล้วค่ะ"


ทั้งสองเดินเข้าห้องเซ็นสัญญา ทิ้งให้คนที่เหลือยืนอ้าปากค้างด้วยความตกตะลึง


นี่แม่คุณหนูคนนี้เมื่อวานแกล้งปลอมตัวมาเหรอ? ตั้งใจแต่งตัวธรรมดาๆ เพื่อลองใจคนหรือไง?! รวยขนาดนี้จะแกล้งทำตัวเป็นคนธรรมดาไปทำไมกัน?! หากเป็นพวกเธอ ต่อให้รวยขนาดไหนก็คงต้องจัดเต็มให้ดูมีระดับไปแล้ว ไม่มีทางทนอดใจไหวแน่!


"คุณหลินคะ ยอดคงเหลือทั้งหมดห้าล้านหกแสนแปดหมื่นหยวนค่ะ" หวังอวิ๋นนำสัญญาซื้อขายที่เตรียมไว้มาวาง


"รูดบัตรเลยค่ะ" หลินมี่พยักหน้า หยิบบัตรธนาคารออกจากกระเป๋าแล้วยื่นให้หวังอวิ๋นด้วยน้ำเสียงราบเรียบและเด็ดขาดโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย


เมื่อทำธุระเสร็จสิ้นจนได้กุญแจบ้านมาไว้ในมือ ความรู้สึกของหลินมี่ในตอนนี้ช่างเบิกบานยิ่งกว่าตอนไปซื้อรถเสียอีก นี่จะเป็น 'บ้าน' ของเธอจริงๆ ต่อจากนี้ไปจะเป็นพื้นที่เล็กๆ ที่เป็นของเธอเพียงคนเดียว


"ทำเรื่องเรียบร้อยแล้วค่ะคุณหลิน ช่วงเช้าวันนี้เราให้แม่บ้านเข้าไปทำความสะอาดใหญ่เรียบร้อยแล้ว คุณสามารถย้ายเข้าอยู่ได้เลยนะคะ"


"ได้ค่ะ ขอบคุณมากนะคะ"


หลินมี่ถือกุญแจบ้านใหม่ไปยังอาคาร V-2 ลิฟต์ค่อยๆ เลื่อนขึ้นไปจนถึงชั้นบนสุด เธอไขประตูห้องออก สิ่งที่ปรากฏแก่สายตาคือพื้นที่อันกว้างขวางและสว่างไสว


นี่คือห้องชุดขนาดสามร้อยตารางเมตรที่ตกแต่งแบบพร้อมอยู่สไตล์มินิมอลยุโรปตะวันตก พื้นไม้สีอ่อนให้ความรู้สึกอบอุ่นเป็นธรรมชาติ ผสมผสานกับการตกแต่งด้วยสีครีมและเทา สร้างบรรยากาศที่เงียบสงบและผ่อนคลาย


ห้องนั่งเล่นมีหน้าต่างบานใหญ่จากพื้นจรดเพดานที่ปล่อยให้แสงแดดส่องผ่านเข้ามาจนห้องดูโปร่งตา ยืนอยู่ตรงนั้นสามารถมองเห็นทิวทัศน์ของเมืองได้ทั่วทั้งบริเวณ


ชุดโซฟาผ้าสไตล์เรียบง่ายวางตัวอยู่อย่างนุ่มนวล โต๊ะน้ำชาที่ออกแบบด้วยเส้นสายสะอาดตาประดับด้วยของตกแต่งสุดประณีต ห้องครัวแบบเปิดถูกออกแบบมาอย่างทันสมัยและใช้งานได้จริง โดยเฉพาะไอส์แลนด์กลางห้องที่ช่วยเพิ่มสีสันให้กับการใช้ชีวิต


ห้องนอนกว้างขวางและอบอุ่น มาพร้อมกับหน้าต่างบานใหญ่ที่รับแสงได้อย่างเต็มที่ สิ่งที่สำคัญที่สุดคือห้องแต่งตัวในห้องนอนหลักนั้นใหญ่พอที่จะเก็บเสื้อผ้าทั้งหมดของหลินมี่ได้ มันคือห้องแต่งตัวในฝันที่เธอถวิลหามาตลอด และห้องน้ำที่ออกแบบอย่างประณีตด้วยท็อปหินอ่อนและสุขภัณฑ์แบรนด์ดัง ทุกรายละเอียดล้วนบ่งบอกถึงความหรูหราอย่างมีระดับ


หลินมี่เดินสำรวจทุกซอกทุกมุมของห้องด้วยความตื่นเต้น เธอหยิบมือถือขึ้นมาจดรายการของใช้จำเป็นที่ต้องซื้อเพิ่ม เช่น ชุดเครื่องนอน เครื่องครัว และต้นไม้ประดับ


ในเมื่อจะเริ่มชีวิตใหม่ ทุกอย่างก็ควรจะเป็นของใหม่ที่เธอพึงพอใจ เพื่อเป็นจุดเริ่มต้นของชีวิตใหม่ที่แท้จริง


หลินมี่นำเสื้อผ้าที่เพิ่งซื้อมาวันนี้เข้าไปจัดในห้องแต่งตัว พอมองเห็นชั้นวางที่ยังว่างเปล่า เธอก็ตั้งปฏิญาณกับตัวเองในใจว่าจะต้องเติมเต็มห้องแต่งตัวแห่งนี้ให้เต็มให้ได้!


หลังจากตรวจสอบความเรียบร้อย หลินมี่ก็ขับรถกลับไปยังหอพักเก่าที่เธอเช่าอยู่ เธอไม่ได้มีข้าวของอะไรมากมายเพราะเพิ่งย้ายมาอยู่ได้ไม่กี่เดือน ของเก่าหรือของที่ล้าสมัยเธอคัดออกเพื่อเตรียมนำไปทิ้งทั้งหมด


นอกจากของใช้ส่วนตัวที่จำเป็นแล้ว เธอก็ไม่ได้คิดจะขนอะไรไปที่บ้านใหม่ ของอะไรที่ขาดก็ค่อยไปซื้อใหม่เอา


หลังจากเก็บของส่วนตัวเรียบร้อย เวลาก็ล่วงเลยไปถึงหนึ่งทุ่มแล้ว หลินมี่มองห้องแคบๆ ที่อาศัยอยู่มาหลายเดือนนี้ด้วยความรู้สึกเฉยชา ไม่มีแม้แต่ความอาลัยอาวาส เธอมีบ้านของตัวเองแล้ว... อนาคตที่เต็มไปด้วยความหวังและเป็นของเธออย่างแท้จริงกำลังรอคอยอยู่


หลินมี่ส่งข้อความบอกเจ้าของหอพัก แล้ววางกุญแจไว้บนโต๊ะ ก่อนจะลากกระเป๋าเดินทางใบเล็กเดินออกไปอย่างมาดมั่น