ตอน 4
บทที่ 4 ระบบร้านค้าปรากฏตัว
วันเวลาดำเนินไปอย่างราบรื่น หลินจินเซี่ยยังคงทำ "ศิลปะการแสดง" ของเธอทุกวัน จนเสิ่นอวิ๋นเช่อชินจนเป็นนิสัย เขารู้สึกว่าตนเริ่มจะเดาใจได้แล้วว่า พลังพิเศษของหลินจินเซี่ยต้องแลกมาด้วยการทำเรื่องน่าอายเพื่อแลกกับทรัพยากรใช่หรือไม่?
ถ้าเป็นแบบนั้นจริง... อืม ก็ถือว่าเป็นพลังที่โดดเด่นไม่เบา
พืชผลในมิติถูกเก็บเกี่ยวรอบแล้วรอบเล่า ในโกดังเริ่มมีของกองเป็นภูเขาเล็กๆ หลินจินเซี่ยเริ่มกุมขมับกับแปลงผักทั้งแปดแปลงนั้น พื้นที่ที่มีอยู่เริ่มจะไม่เพียงพอเสียแล้ว ยิ่งไปกว่านั้น โกดังเก็บของก็ใกล้จะเต็มเต็มที
เธอพยายามนึกในใจว่า "อัปเกรด" หรือ "ขยาย" แต่แผงควบคุมกลับไม่มีปฏิกิริยาใดๆ ดูท่าว่ามิตินี้คงขยายได้เพียงเท่านี้ หลินจินเซี่ยไม่ได้รู้สึกผิดหวังแต่อย่างใด ในโลกวันสิ้นโลกที่มีสถานที่เช่นนี้ก็นับว่าโชคดีมากแล้ว
ว่าไปแล้ว เวลาก็ผ่านไปนานพอสมควร เธอคงบอกข้อมูลแก่เสิ่นอวิ๋นเช่อได้บ้างแล้วกระมัง?
"เฮ้อ... ถ้ามีที่เก็บของกว้างกว่านี้ก็คงดี" เธอเปิดบทสนทนาขึ้นราวกับไม่มีอะไรในกอไผ่
เสิ่นอวิ๋นเช่อลืมตาขึ้นมองหลินจินเซี่ยโดยไม่พูดอะไร
"จริงๆ แล้ว... ฉันมีพื้นที่เก็บของเล็กๆ อยู่ที่หนึ่ง ช่วงนี้ของเยอะมากจนแทบจะยัดไม่ลงแล้ว"
หลินจินเซี่ยไม่ระบุว่าเป็นมิติ แต่ใช้คำกว้างๆ ว่า "ความสามารถในการเก็บของ"
เสิ่นอวิ๋นเช่อเงียบไปครู่หนึ่ง ในตอนที่หลินจินเซี่ยคิดว่าเขาคงไม่ตอบรับ ชายหนุ่มก็เอ่ยขึ้นว่า "บางที... ผมอาจจะช่วยได้"
หลินจินเซี่ย "!" หรือจะมีโชคหล่นทับ?
"ผมมีความสามารถช่วยขยายความจุของพลังพิเศษประเภทเก็บของได้นิดหน่อย" เสิ่นอวิ๋นเช่ออธิบายสั้นๆ
"แต่ต้องใช้พลังจิต และระดับพลังของผมยังต่ำมาก คงขยายให้ได้ไม่มากนัก"
หลินจินเซี่ย: "!!!" นี่มันโชคชะตาชัดๆ!
"ต้องให้ฉันทำยังไงบ้าง?" หลินจินเซี่ยจ้องมองเขาตาเป็นมัน "จับมือ? แตะหน้าผาก? หรือต้องมีพิธีกรรมอะไรไหม?"
เสิ่นอวิ๋นเช่อดูประหม่าเล็กน้อย เขาหลบสายตาที่จริงจังของเธอ "แค่จับมือ... ก็พอแล้ว"
"ง่ายขนาดนั้นเลยเหรอ?" หลินจินเซี่ยรีบยื่นมือขวาออกไปทันที
เสิ่นอวิ๋นเช่อกุมปลายนิ้วของเธอไว้เบาๆ "หลับตา แล้วสัมผัสถึงมิติของเธอ"
หลินจินเซี่ยทำตามอย่างว่าง่าย ช่วงแรกเธอไม่รู้สึกอะไร แต่ค่อยๆ สัมผัสได้ถึงกระแสพลังงานเย็นๆ ที่ไหลผ่านปลายนิ้วเข้าสู่ร่างกาย เธอรู้สึกได้ว่าขอบเขตของมิติที่เคยชัดเจนเริ่มเลือนลางและขยายออกไปทีละน้อย แม้จะเพียงไม่กี่ตารางนิ้ว แต่นั่นก็ถือว่าล้ำค่ามากแล้ว
ผ่านไปเพียงหนึ่งนาที เสิ่นอวิ๋นเช่อก็ปล่อยมือ สีหน้าของเขาซีดเผือดกว่าปกติ เสียงของเขาก็แฝงไปด้วยความเหนื่อยล้าที่ปิดบังไม่มิด
"เรียบร้อยแล้ว"
"คุณโอเคไหม?" หลินจินเซี่ยดีใจ แต่เมื่อเห็นสภาพของเสิ่นอวิ๋นเช่อ ความดีใจก็ถูกแทนที่ด้วยความกังวล
"ไม่เป็นไร" เสิ่นอวิ๋นเช่อตอบ การใช้พลังของเขาเป็นเช่นนี้เสมอ คนอื่นเริ่มต้นความจุที่ 100 แต่เขาเริ่มต้นแค่ 50 หรือน้อยกว่านั้น การทำอะไรแต่ละอย่างจึงสิ้นเปลืองพลังงานมหาศาล
หลังจากเหตุการณ์นี้ หลินจินเซี่ยถือว่าเสิ่นอวิ๋นเช่อเป็นคนกันเองอย่างแท้จริง ยิ่งไปกว่านั้น พอมีพื้นที่เพิ่มขึ้น การกินอยู่ก็ดีขึ้น หรือพูดให้ถูกคือ หลินจินเซี่ยเริ่มมีอารมณ์อยากทำ "เมนูอาหาร"
เมื่อไม่มีแป้ง เธอจึงนำมันฝรั่งย่างมาบดผสมกับเส้นหัวไชเท้า แล้วนำไปนาบบนแผ่นโลหะร้อนจนกลายเป็น "แพนเค้กมันฝรั่งหัวไชเท้า" สูตรไร้น้ำมัน ผิวด้านนอกกรอบเกรียม ด้านในนุ่มหนึบ รสชาติดีเกินคาด
บางครั้งเธอยังได้รับภารกิจพิเศษที่ให้รางวัลเป็น "ไข่ไก่" ทำให้เธอรังสรรค์เมนูได้หลากหลายขึ้น
เมื่อกินอิ่มนอนหลับ หลินจินเซี่ยก็เริ่มคิดถึงการพัฒนาตัวเอง เธอไม่มีทักษะในการป้องกันตัว หากวันไหนไม่มีเสิ่นอวิ๋นเช่อ หรือเจอศัตรูที่เก่งกาจกว่า เธอคงลำบากแน่ๆ อุตส่าห์รอดมาถึงตอนนี้แล้ว ถ้าต้องตายแบบงงๆ เธอจะไปทวงความเป็นธรรมกับใครได้? ท่านยมบาลหรือ?
"เสิ่นอวิ๋นเช่อ..." เธอขยับเข้าไปใกล้พลางมองเขาด้วยสายตาจริงใจ "ปรึกษาเรื่องหนึ่งสิ?"
"หือ?" เสิ่นอวิ๋นเช่อส่งเสียงในลำคอ
"สอนฉันต่อสู้หน่อย!" หลินจินเซี่ยพูดด้วยความตื่นเต้น
เสิ่นอวิ๋นเช่อหรี่ตามองเธอ ราวกับกำลังประเมินว่าเธอได้รับภารกิจเพี้ยนๆ มาอีกหรือเปล่า "ทำไม?"
"ถามได้!" หลินจินเซี่ยเชิดหน้า "ฉันจะพึ่งพาให้คุณปกป้องอยู่ตลอดไม่ได้หรอก ฉันต้องดูแลตัวเองได้ด้วย"
"...ได้" ในที่สุดเสิ่นอวิ๋นเช่อก็ยอมตกลง
สไตล์การสอนของเสิ่นอวิ๋นเช่อนั้นเรียบง่าย ตรงไปตรงมา และไร้ความปราณี หลินจินเซี่ยถูกจับทุ่มจนเนื้อตัวเขียวช้ำไปหมด พอจบวันแรก ตื่นมาอีกวันร่างกายก็ปวดร้าวไปทุกส่วน แต่เธอก็ยอมกัดฟันอดทนโดยไม่ปริปากบ่น
เสิ่นอวิ๋นเช่อมองหลินจินเซี่ยด้วยสายตาที่ชื่นชม แล้วยิ่งสอนหนักมือขึ้นกว่าเดิม
วันเวลาหมุนเวียนไปกับการฝึกฝน ทำนา และทำภารกิจแปลกๆ หลินจินเซี่ยรู้สึกเหมือนร่างกายจะแยกเป็นชิ้นๆ แต่ผลลัพธ์ก็น่าพอใจ อย่างน้อยตอนนี้เธอก็สามารถจัดการคนธรรมดาได้แล้ว
โลกภายนอกยังคงโหดร้าย อุณหภูมิภายนอกลดต่ำลงเรื่อยๆ จนตอนนี้ภายในห้องติดลบเกือบสี่สิบองศา เสิ่นอวิ๋นเช่อจะใช้พลังไฟสร้างลูกไฟดวงเล็กๆ เพื่อให้ทั้งคู่ใช้คลายหนาว
มิติของหลินจินเซี่ยมีแค่เธอที่เข้าได้ ซึ่งบางทีก็เป็นเรื่องดี แต่บางครั้งเธอก็อดคิดไม่ได้ว่า ถ้าพาเสิ่นอวิ๋นเช่อเข้าไปด้วยได้ อย่างน้อยเขาก็คงอบอุ่นขึ้นบ้าง
เช้าวันหนึ่ง หลังจากเก็บสตรอว์เบอร์รีรอบใหม่เสร็จ หลินจินเซี่ยพบว่าแผงระบบสั่นไหวเล็กน้อย ก่อนจะมีไอคอนใหม่ปรากฏขึ้น...
【ร้านค้า】
"เอ๊ะ?" เธอเปิดดูด้วยความตื่นเต้น หน้าจอเรียบง่ายแบ่งเป็นสองฝั่งคือ 【ขาย】 และ 【ซื้อ】 ในช่องซื้อมีทุกอย่างตั้งแต่เมล็ดพันธุ์ อุปกรณ์สร้างอาคาร ไปจนถึงของตกแต่งที่มีคุณสมบัติพิเศษ
【โคมไฟตั้งโต๊ะ: ราคา 150 เหรียญทอง / เอฟเฟกต์: ช่วยฟื้นฟูพลังจิตให้สิ่งรอบข้างอย่างช้าๆ】
【หุ่นไล่กาพื้นเมือง】
【สปริงเกอร์อัตโนมัติ】
...
หลินจินเซี่ยตาวาว การฟื้นฟูพลังจิตที่เร็วขึ้นหมายความว่าเธอจะอยู่ในมิติได้นานขึ้นและปลูกผักได้มากขึ้น เธอจึงรีบนำหัวไชเท้าและผักกาดขาวที่เหลือขายทิ้งทันที ส่วนมันฝรั่งเธอยังไม่ขายเพราะมันเป็นของที่ทำให้อิ่มท้องได้ดีที่สุด
เมื่อเห็นเหรียญทองในบัญชีที่มีอยู่เพียงน้อยนิด หลินจินเซี่ยก็ถอนหายใจ "หนทางยังอีกยาวไกล..."
แต่พอมีเป้าหมายใหม่ หลินจินเซี่ยก็มีกำลังใจขึ้นมาก เธอเริ่มวางแผนว่าพืชชนิดไหนโตไว ราคาดี หรือชนิดไหนควรเก็บไว้กินเอง จนกระทั่งซื้อโคมไฟตั้งโต๊ะมาได้สำเร็จ ทำให้เธออยู่ในมิติได้นานขึ้นเรื่อยๆ
อาจเป็นเพราะรางวัลจากการทำงานหนัก ในร้านค้าจำกัดเวลาที่รีเฟรชทุกวัน ก็มี "โม่หิน" และ "เครื่องกะเทาะเปลือกขั้นต้น" ปรากฏขึ้นข้างๆ เมล็ดข้าวสาลีและเมล็ดข้าวเจ้าที่ราคาแพงลิ่ว
หลินจินเซี่ยพุ่งออกจากมิติไปหาเสิ่นอวิ๋นเช่อแล้วเขย่าแขนเขาอย่างตื่นเต้น "เรามีความหวังแล้ว!"
เสิ่นอวิ๋นเช่อถูกเขย่าจนมึนงง แต่เมื่อสายตาเหลือบเห็นมือที่จับแขนเขาไว้ เขาก็หยุดนิ่งไปครู่หนึ่ง ไม่ได้สะบัดออก เพียงแค่ตอบรับสั้นๆ ว่า "อืม"
"คอยดูเถอะ วันนี้เราจะได้กินข้าวสวยกัน!" ทิ้งท้ายไว้แค่นั้นเธอก็วิ่งหายไปอีกครั้ง
เสิ่นอวิ๋นเช่อมองตามหลังเธอไปพลางถอนหายใจ นี่ผ่านมานานแค่ไหนแล้วนะ
ความระมัดระวังตัวขั้นพื้นฐานที่เธอเคยมีกลับหายไปจนหมดสิ้นเสียแล้ว