ตอน 5
บทที่ 5 แม่จ๋า... หนูคิดถึงแม่เหลือเกิน
หลังจากใช้เวลาอยู่ในมิติอยู่นานเกือบชั่วโมง หลีลั่วก็ตัดสินใจจะออกไปหาอะไรกินข้างนอกเสียหน่อย
ทันทีที่ร่างของเธอวาร์ปออกมาจากมิติ เสียง “โฮ่ง!” ก็ดังขึ้น ร่างสีเหลืองนวลพุ่งเข้าหาเธอด้วยความเร็วสูง เจ้าตัวเล็กวนเวียนดมซ้ายดมขวาอย่างกระตือรือร้น
หลีลั่วรวบตัวมันขึ้นมาอุ้มไว้ในอ้อมแขน เจ้าตัวน้อยทำหน้ามึนงงด้วยความสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น แต่พอเห็นว่าหลีลั่วยังปลอดภัยดี มันก็เลิกสนใจแล้วซุกตัวลงในอ้อมกอดของเธออย่างสบายใจ พร้อมกับส่งเสียงครางครืดๆ ในลำคออย่างมีความสุข
หลีลั่วอุ้ม ทู่โต้วไปด้วยพลางหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเตรียมสั่งอาหารเดลิเวอรี แต่พอมองเวลาบนหน้าจอแล้วเธอก็ต้องชะงัก
“ห้าโมงสิบห้านาที?”
หลีลั่วถึงกับไปไม่เป็น! นี่เป็นไปไม่ได้... ตอนที่เธอกลับถึงบ้านคือห้าโมงตรงเป๊ะ จากนั้นก็นั่งพักบนโซฟาประมาณสิบนาที แล้วเข้ามิติไปจัดการของ ล้างผลไม้ แถมยังเสียเวลานั่งวิจัยน้ำในมิติอีกตั้งนาน
รวมแล้วอย่างน้อยก็ต้องห้าสิบนาทีขึ้นไป แล้วจะเป็นห้าโมงสิบห้านาทีได้ยังไง?
ในฐานะนักอ่านนิยายตัวยง หลีลั่วนึกถึงพล็อตเรื่องที่เคยผ่านตามา เธอเกาหัวแกรกๆ ก่อนจะพึมพำวิเคราะห์
“ต้องเป็นเพราะอัตราการไหลของเวลาในมิติกับข้างนอกไม่เท่ากันแน่ๆ นิยายที่เคยอ่านมักจะมีเขียนเรื่องแบบนี้ไว้!”
“คราวหน้าถ้าเข้ามิติไปอีก ต้องลองจับเวลาดูหน่อยแล้ว”
คิดได้ดังนั้น เธอก็เปิดแอปสั่งอาหารขึ้นมาทันที เมนูอาหารนานาชนิดที่เรียงรายอยู่ทำเอาตาลายไปหมด เธออยากกินไปเสียทุกอย่างและเมื่อคิดอะไรอย่างได้ เธอก็รีบสั่งทันที!
อะไรที่อยากกิน หลีลั่วกดสั่งรัวๆ แอปเดียวไม่พอ เธอยังเปิดอีกแอปขึ้นมาช่วยเลือกอีกแรง รวมเบ็ดเสร็จสั่งไปกว่ายี่สิบรายการ ไม่ว่าจะเป็นหม่าล่าเซียงกัว, ฉวนฉวนเซียง, เสี่ยวหลงเปา, ก๋วยเตี๋ยวข้ามสะพาน, เบอร์เกอร์, ไก่ทอด, พิซซ่า, หม่าล่าทั่ง, บูแดจิเก, ชาบู, ซูชิ, เจี้ยนปิ่ง, แป้งทอดใส่ไข่, ปิ้งย่าง, เป็ดย่าง, ปลาย่าง, หมูย่าง, ไก่อบถัง... สารพัดจะสรรหา
สั่งอาหารคาวแล้วจะขาดของหวานได้ยังไง? แม้ก่อนหน้านี้จะตุนเครื่องดื่มไว้ในบ้านเยอะแล้ว แต่ตอนนี้หลีลั่วโหยหาชานมเป็นที่สุด เธอจึงสั่งชานมจากร้านประจำที่กินบ่อยจนครบทุกเมนู และทำแบบเดียวกันกับร้านที่สองที่ชอบสั่งบ่อยๆ
หลีลั่วพิมพ์โน้ตกำกับทุกออเดอร์ว่า “ช่วยเคาะประตูแล้ววางไว้ที่ชั้นวางหน้าประตูนะคะ ขอบคุณค่ะ”
เนื่องจากเธอเป็นผู้หญิงที่อยู่ตัวคนเดียว จึงค่อนข้างให้ความสำคัญกับความเป็นส่วนตัว เธอไม่เคยเปิดประตูรับของจากพนักงานส่งของโดยตรง แต่จะให้พวกเขาเอาไปวางไว้ที่ชั้นวางของบริเวณทางเข้าห้องแทน
หลังจากจัดการทุกอย่างเรียบร้อย หลีลั่วก็นั่งรออาหารด้วยใจจดจ่อ เวลาผ่านไปทีละนาทีจนอาหารเริ่มทยอยมาส่ง ทันทีที่ได้รับของ เธอก็ใช้อำนาจจิตเคลื่อนย้ายพวกมันเข้าไปเก็บใน ‘เวิร์กชอปอาหาร’ ในมิติ
เวิร์กชอปอาหารจะสร้างเมนูขึ้นมาอัตโนมัติตามอาหารที่นำเข้าไปวางไว้ หลีลั่วลองนำชานมเข้าไปใส่บ้าง และผลปรากฏว่าทำได้เหมือนกัน! เธอดีใจมาก! แบบนี้ต่อให้วันข้างหน้าหาวัตถุดิบได้ เธอก็อยากกินอะไรก็ได้กิน อยากดื่มอะไรก็ได้ดื่มแล้ว!
หลังจากจัดการเก็บเมนูอาหารและชานมเรียบร้อย หลีลั่วก็เริ่มมองหาเมนูสำหรับมื้อเย็น เธอจ้องมองอาหารละลานตาตรงหน้าจนเลือกไม่ถูก จนสุดท้ายต้องใช้วิธีเดิมคือ “จิ้มสุ่ม” จิ้มโดนอะไรก็กินอันนั้น
หลีลั่วหลับตาแล้วใช้นิ้วจิ้มลงไปบนหน้าจอ พอลืมตาขึ้นมาก็พบว่านิ้วจี้อยู่ที่เมนู “ปลาย่าง”
“โอเค! ลุย!”
ปลาย่างที่เธอสั่งมาเป็นชุดสำหรับ 3-4 คน ซึ่งเยอะเกินไปสำหรับเธอมื้อเดียว หลีลั่วจึงรีบแกะห่อแล้วแบ่งออกมาครึ่งหนึ่ง พร้อมกับข้าวสวยอีกสองกล่อง ส่วนที่เหลือเธอก็ปิดฝาแล้วเก็บเข้าโกดังในมิติเพื่อคงความสดเอาไว้ ประหยัดอาหารเป็นหน้าที่ของทุกคน!
ล้างมือเสร็จ หลีลั่วก็นั่งลงที่โต๊ะอาหาร เริ่มจัดการปลาย่างรสเลิศตรงหน้าด้วยความเอร็ดอร่อย
หลังจากอิ่มแปล้ หลีลั่วมองนาฬิกาที่ผนังห้องนั่งเล่น เห็นว่าตอนนี้หนึ่งทุ่มตรงแล้ว เธอเดินไปนั่งที่โซฟาแล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา เตรียมจะโทรหาแม่ เพราะเธออยู่ตัวคนเดียวแม่จึงเป็นห่วงมาก ทุกเย็นหลังกินข้าวเสร็จเธอจะต้องโทรคุยกับแม่เสมอ
หลีลั่วกดโทรหาแม่ตามปกติ แต่มือของเธอกลับสั่นเทาเล็กน้อย
“ตื๊ด... ตื๊ด... ฮัลโหล ลั่วลั่วเหรอ?” เสียงทุ้มหวานของแม่ดังขึ้นหลังจากเสียงรอสายเพียงไม่กี่ครั้ง
ทันทีที่ได้ยินเสียงที่คุ้นเคย หลีลั่วก็รู้สึกขอบตาร้อนผ่าว เธอพยายามควบคุมอารมณ์ไม่ให้แม่จับผิดได้
“ฮัลโหล... แม่คะ...”
แค่พูดออกมาได้สามคำ หลีลั่วก็ไปต่อไม่ถูก เธอรีบเอามือปิดไมค์ไว้ พยายามกลั้นสะอื้น แต่สุดท้ายน้ำตาก็ไหลพรากออกมาอยู่ดี
หลีชิงผู้เป็นแม่รับรู้ได้ทันทีว่ามีความผิดปกติเกิดขึ้นจึงรีบถาม
“เป็นอะไรไปลั่วลั่ว? ลูกเจอเรื่องอะไรมาหรือเปล่า? ไม่ต้องกลัวนะ แม่อยู่นี่ บอกแม่มาได้เลย”
“ไม่มีอะไรค่ะแม่... หนูแค่... หนูคิดถึงแม่ คิดถึงแม่เหลือเกินค่ะ” หลีลั่วสูดจมูกพลางตอบด้วยน้ำเสียงอู้อี้
“คนเก่งของแม่ ไม่เป็นไรนะ! พรุ่งนี้แม่ก็จะกลับแล้ว ลูกรอนะ เดี๋ยวแม่กลับไปทำของอร่อยให้กิน!”
หลีชิงรู้ว่าลูกสาวของเธอมีเรื่องในใจแน่นอน ลั่วลั่วเป็นเด็กแบบนี้มาตั้งแต่เด็ก มีอะไรก็ชอบเก็บไว้คนเดียว ถามก็ไม่ค่อยยอมบอก เหมือนกับกระปุกออมสินทึบแสงไม่มีผิด
หลีชิงคิดว่าจะรอให้ถึงพรุ่งนี้ค่อยถามต่อหน้าดีกว่า ทั้งสองคุยกันอีกสองสามคำจนตกลงนัดแนะกันได้แล้วจึงวางสายไป หลีลั่วขยี้ตาที่บวมช้ำแล้วเดินไปล้างหน้าในห้องน้ำเพื่อให้ใจเย็นลง
“พรุ่งนี้ก็จะได้เจอแม่แล้ว ดีจังเลย!”
เมื่อเดินออกจากห้องน้ำ เธอเห็นทู่โต้วกำลังนั่งรออยู่หน้าห้องน้ำอย่างเรียบร้อย ความอบอุ่นก็เอ่อล้นเข้ามาในหัวใจ เจ้าตัวเล็กนี้เป็นเหมือนเงาตามตัว ไม่ว่าเธอจะเดินไปไหนมันก็ตามไปด้วยทุกที่
หลีลั่วอุ้มมันขึ้นมาแล้วคิดในใจว่า ‘ทู่โต้วจะเข้าไปในมิติกับเราได้ไหมนะ?’ พอนึกปุ๊บ ร่างของเธอกับมันก็วาร์ปเข้าไปในมิติทันที
หลีลั่วตกใจจนเหงื่อซึม รีบตรวจสอบอาการเจ้าตัวเล็กทันที พอเห็นว่ามันแค่ตกใจเล็กน้อยแต่ไม่ได้มีอาการผิดปกติอะไร เธอก็โล่งอก นึกขอบคุณในใจที่มิตินี้ไม่เหมือนในนิยายเรื่องอื่นๆ ที่สิ่งมีชีวิตอื่นเข้ามิติไปแล้วจะต้องตาย
ฟู่... โล่งอกไปที!
เธอวางทู่โต้วลงพื้นเพื่อให้มันค่อยๆ ปรับตัว เจ้าตัวเล็กได้กลิ่นของเจ้าของไปทั่วทุกที่จึงเริ่มลดความระแวงลงและออกเดินสำรวจไปรอบๆ หลังจากปล่อยให้มันสำรวจมิติ หลีลั่วก็เปิดดูเมนูอาหารที่เก็บได้ในวันนี้ เธอรู้สึกพอใจมาก
พรุ่งนี้ถ้าแม่มาถึง เธอจะชวนแม่มาทำอาหารเยอะๆ แล้วค่อยเอาไปเข้าเครื่องเก็บไว้ในเมนู หลังจากตรวจเช็กเวิร์กชอปอาหาร หลีลั่วก็รู้สึกกระหายน้ำ เธอจึงเดินไปที่ห้องครัวเพื่อจะกด ‘น้ำพุวิญญาณ’ มาดื่มเพิ่มอีกสักหน่อย
เธอจัดการดื่มจนหมดแก้ว ครั้งนี้เธอสัมผัสได้ชัดเจนเลยว่ามีกระแสความอบอุ่นไหลเวียนไปทั่วร่างกาย ไม่นานก็รู้สึกถึงพละกำลังที่เอ่อล้นออกมา นี่มันน้ำวิญญาณชัดๆ!
แต่เนื่องจากในมิติไม่มีแหล่งน้ำพุ เธอจึงตั้งชื่อน้ำนี้ว่า 'น้ำประปาซุปเปอร์' เรียกสั้นๆ ว่า 'น้ำวิเศษ' ก็แล้วกัน! โอเค ตามนี้แหละ!
เมื่อคิดถึงสรรพคุณของน้ำนี้ หลีลั่วก็อยากให้ทู่โต้วลองดื่มดูบ้าง เธอคิดถึงมันในใจแล้ววาร์ปไปหาทันที ทู่โต้วดูเหมือนจะคุ้นเคยกับความรวดเร็วของเจ้าของแล้ว ตอนนี้มันอยู่ริมสระว่ายน้ำใหญ่ เห็นมันใช้เท้าหน้าแตะน้ำในสระแล้วเอามาเลียเล่น
หลีลั่วตระหนักว่าจริงๆ แล้วมันไม่ได้เล่นน้ำ แต่มันกำลังดื่มน้ำอยู่ต่างหาก เพียงแต่มันไม่กล้าเข้าใกล้ขอบสระเพราะกลัวตกน้ำ เลยใช้วิธีแตะน้ำแล้วเอามาเลียกินแบบนั้น
ภาพความน่าเอ็นดูของเจ้าตัวเล็กทำเอาเธออดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมา
“เจ้าเด็กนี่ฉลาดจริงๆ รู้ว่าน้ำนี่ดีเลยดื่มเองเสียด้วย”
ถึงตอนนี้ หลีลั่วนึกขึ้นได้ว่าลืมจับเวลาตอนเข้ามิติมา เลยอยากจะทดสอบเรื่องความต่างของเวลาเสียหน่อย เธอเปิดแผงควบคุมมิติแล้วหาฟังก์ชันบันทึกเวลา จนกระทั่งไปเจอมันเข้าที่มุมซ้ายบนของหน้าจอหลัก
หน้าจอบันทึกไว้ว่า
ระยะเวลาที่ผู้ใช้งานอยู่ในมิติครั้งนี้: 20 นาที 36 วินาที
ระยะเวลาที่ผู้ใช้งานอยู่ในมิติวันนี้รวม: 7 ชั่วโมง 09 นาที 32 วินาที
ตัวเลขวินาทีขยับอยู่ตลอดเวลา ดูเหมือนจะเป็นเวลาจริง หลีลั่วหยิบมือถือมาดู เวลาคือ 09:06 น. เธอจำได้ว่าคุยกับแม่เสร็จตอน 09:00 น. และวาร์ปเข้ามาตอนประมาณ 09:01 น. เมื่อคำนวณดูแล้ว...
เวลาในมิติเร็วกว่าข้างนอกถึงห้าเท่า! อยู่ในมิติ 5 ชั่วโมง ข้างนอกเพิ่งผ่านไปแค่ 1 ชั่วโมง! นี่มันยอดเยี่ยมไปเลย! แบบนี้แปลว่าหลีลั่วจะมีเวลาเหลือเฟือ!
แต่ไม่ทันไร ความกังวลก็แทรกเข้ามา เธอคิดในใจ “ถ้าฉันเข้ามาในมิติเรื่อยๆ แบบนี้ เวลาของฉันก็จะผ่านไปเร็วกว่าคนอื่นข้างนอกน่ะสิ?”
คิดได้ดังนั้น หลีลั่วจึงดูคำอธิบายที่หน้าแผงควบคุมต่อ ซึ่งมีเขียนไว้ว่า:
การไหลของเวลาภายในมิติเป็นอิสระต่อกัน ไม่มีความเกี่ยวข้องกับเวลาในโลกภายนอก ทั้งสองฝั่งจะไม่ส่งผลกระทบซึ่งกันและกัน
เห็นดังนั้นหลีลั่วก็วางใจ เธอตัดสินใจว่าจากนี้ไปทั้งการออกกำลังกาย การนอนหลับ และการพักผ่อน จะทำในมิติให้หมด! แบบนี้จะได้ผลลัพธ์คูณสองอย่างแน่นอน!