ตอน 14
บทที่ 14 อัปเกรดบ้านไม้ กับคลังเก็บของสุดประหลาด
“ระบบ ใช้งานใบอัปเกรดบ้านไม้ขั้นต้น”
ขณะที่ยังคงยืนอยู่ในตัวบ้าน เยี่ยอวี่เฟยรู้สึกได้ทันทีว่าพื้นที่โดยรอบกำลังขยายตัวและจัดสรรแบ่งโซนอย่างเห็นได้ชัด เพียงชั่วครู่ระบบก็แจ้งเตือนว่าการอัปเกรดเสร็จสิ้นลงแล้ว
เยี่ยอวี่เฟยพบว่าตอนนี้บ้านไม้ของเธอเปลี่ยนสภาพกลายเป็นที่อยู่อาศัยขนาด 30 ตารางเมตร ประกอบไปด้วยหนึ่งห้องนอน หนึ่งห้องนั่งเล่น และหนึ่งห้องน้ำ เมื่อเปิดดูโมเดล 3D พบว่าบ้านมีโครงสร้างรวม 5x6 เมตร ตั้งตระหง่านอยู่กึ่งกลางแพพอดี ไม่จำเป็นต้องขยับเขยื้อนที่ไหนอีก
ด้วยหลังคากันฝนความกว้าง 2.5 เมตรที่พอดีกับขอบแพฝั่งหนึ่ง เมื่อรวมกับความกว้างของตัวบ้านอีก 5 เมตร ทำให้ฝั่งที่เหลือของแพมีพื้นที่เหลืออีก 2.5 เมตรพอดี ส่วนความยาวของบ้านคือ 6 เมตร ซึ่งเว้นระยะจากหัวและท้ายแพด้านละ 2 เมตร
ทว่าปัญหาตอนนี้คือ รั้วไม้เดิมที่มีอยู่ 15 เมตรนั้นไม่เพียงพอที่จะล้อมรอบแพทั้งลำเสียแล้ว เพราะตอนนี้ต้องใช้รั้วรวม 40 เมตร โดยรั้วไม้หนึ่งเมตรต้องใช้ไม้ 2 ท่อนในการผลิต หากไม่รีบทำตอนนี้ เธอคงรู้สึกไม่ปลอดภัยแน่ ดังนั้นช่องว่างที่ขาดไป 25 เมตร จึงต้องใช้ไม้ถึง 50 ท่อน
หลังจากสั่งผลิตผ่านโต๊ะทำงานแล้ว เยี่ยอวี่เฟยก็สามารถติดตั้งรั้วไม้เข้ากับโมเดลแพผ่านทางหน้าจอโปร่งแสงได้ทันที เมื่อจัดการเรื่องภายนอกเรียบร้อย เธอจึงเริ่มออกแบบผังภายในห้อง
พื้นที่ห้องนอน 10 ตารางเมตร ห้องน้ำ 5 ตารางเมตร และส่วนที่เหลือคือห้องนั่งเล่น ตำแหน่งเตาผิงยังคงอยู่ที่เดิมตรงซ้ายมือของประตูทางเข้า เธอจึงย้ายโต๊ะทำงานไปไว้ระหว่างเตาผิงกับผนังห้องนอน ห้องนอนถูกจัดให้อยู่ด้านในสุด ซึ่งตอนนี้ภายในยังว่างเปล่าไม่มีอะไรนอกจากเตียงเพียงหลังเดียว ส่วนห้องน้ำก็ติดตั้งไว้ตรงข้ามกับโต๊ะทำงาน
เยี่ยอวี่เฟยตบหน้าผากตัวเองเบาๆ นึกขึ้นได้ว่าเธอยังมีหินมิติสองก้อนและพิมพ์เขียวสร้างคลังเก็บของเก็บไว้อยู่ เงื่อนไขของการสร้างคลังเก็บของคือต้องมีที่พักอาศัย ซึ่งตอนนี้บ้านไม้ของเธอก็ผ่านเกณฑ์เรียบร้อยแล้ว
เพียงแต่พิมพ์เขียวใบนี้ได้มาจากหีบสมบัติเงินในดันเจี้ยน เธอจำเป็นต้องหารือกับเผ่ยเจิ้งเหอเรื่องกรรมสิทธิ์เสียก่อน จะใช้พลการไม่ได้ ถึงแม้ว่าเผ่ยเจิ้งเหอจะไม่รู้ว่าเธอเปิดได้อะไรมาบ้าง และเคยบอกว่าหากได้กระบี่เลิศล้ำไปแล้ว ของอย่างอื่นจะยกให้เธอก็ตาม
แต่เยี่ยอวี่เฟยไม่ใช่คนโลภมาก การรักษาความสัมพันธ์อันดีต่อกันนั้นสำคัญยิ่งกว่าผลประโยชน์ตรงหน้า อีกอย่าง โลกแห่งการเอาชีวิตรอดที่แสนเฮงซวยนี้ เธอยังต้องพึ่งพาเขาอีกนาน
ในเมื่อคลังเก็บของยังสร้างไม่ได้ แต่พิมพ์เขียวขยายช่องเก็บของ x10 ที่มีวัสดุครบแล้วนั้นสามารถใช้ได้ทันที!
หลังจากยืนยันการใช้พิมพ์เขียว เสื้อผ้าที่ห่อหุ้มร่างกายของเยี่ยอวี่เฟยก็หายวับไปทันที ซึ่งทำเอาเธอพูดไม่ออก แต่โชคดีที่เวลาผ่านไปนานพอสมควรแล้ว ชุดเดิมของเธอจึงแห้งสนิท เธอจึงสวมชุดนั้นอย่างใจเย็น ก่อนจะนั่งลงบนกล่องไม้หน้าเตาผิงแล้วส่งข้อความหาเผ่ยเจิ้งเหอ
“พี่เผ่ยคะ ของที่เปิดได้จากหีบสมบัติเงินนอกจากกระบี่และบัตรกลุ่มแชทที่พี่ได้ไปแล้ว ยังมีพิมพ์เขียวโรงงานผลิต 1 ใบ, พิมพ์เขียวสร้างคลังเก็บของ 1 ใบ, สูตรยาถอนพิษ 1 ใบ, ไข่มุกราตรี 2 เม็ด และไข่มุกเลี่ยงน้ำ 1 เม็ดค่ะ ส่วนซากงูยักษ์ที่ชำแหละออกมาได้มี ดีงู 1 ถุง, เนื้องูที่เต็มไปด้วยพลังงาน 20 ชิ้น, กระดูกงู 4 ชิ้น, หนังงูแข็ง 3 ชิ้น, หนังงูเสียหาย 2 ชิ้น, เลือดงู 500 มล., เขี้ยวพิษ 2 เล่ม, ป้ายขึ้นเกาะทั่วไป 1 ป้าย ของจุกจิกอื่นอย่างเหล็กหรือไม้คุณภาพสูงยังไม่ได้แบ่ง พี่มีความเห็นยังไงบอกมาได้เลยนะคะ”
รอสักพักอีกฝ่ายจึงตอบกลับมาว่า
“พี่ได้กระบี่กับบัตรกลุ่มแชท และได้รับแต้มส่วนใหญ่ไปแล้ว ที่เหลือทั้งหมดเธอจะเก็บไว้เองก็ไม่เป็นไร”
ต้องเข้าใจว่าในช่วงเริ่มแรกนี้ เพื่อนในระบบจำกัดเพียง 10 คน และแชทคุยกันได้แค่ตัวต่อตัวเท่านั้น ถึงบัตรกลุ่มแชทจะมีสมาชิกได้แค่ 10 คน แต่การได้คุยปรึกษาหารือกันโดยตรงช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานได้มหาศาล
ส่วนกระบี่ที่ระบบเรียกว่า ‘กระบี่เลิศล้ำ’ นั้นเป็นอาวุธที่ร้ายกาจจริงๆ แถมเขายังใช้แต้ม 3,000 แต้มแลกของดีๆ มาได้อีกมากมาย หากมองตามความเป็นจริงแล้ว ในบรรดาพี่น้องที่ร่วมดันเจี้ยนกันมา ครั้งนี้เขาถือเป็นผู้ที่ได้รับประโยชน์สูงสุดแล้ว
ผลคือเยี่ยอวี่เฟย น้องสาวคนนี้ซื่อตรงเกินไป ในสายตาเขา แค่ของในหีบเงินสองอย่างที่เขาถืออยู่ก็ถือว่าคุ้มสุดๆ แล้ว ไม่นึกเลยว่าจะมีของเหลือมาให้แบ่งอีกเยอะขนาดนี้
การได้สานสัมพันธ์กับ 'แม่สาวดวงดี' เอาไว้นั้นย่อมเป็นเรื่องดี และหากน้องสาวคนนี้ไม่ได้มีดีแค่ดวง แต่ฝีมือยังเก่งกาจอีก... วันหน้าเขาคงแทบไม่ต้องออกแรงอะไรเลย เยี่ยอวี่เฟยอ่านข้อความแล้วทำปากมุ่ย “หึ” ออกมาเบาๆ ก่อนจะเริ่มแบ่งของ
ในเมื่อเขาเกรงใจขนาดนี้ งั้นแบ่งกันคนละครึ่งก็คงไม่น่าเกลียดเกินไปสินะ?
เธอจึงส่งพิมพ์เขียวโรงงาน, สูตรยาถอนพิษ, ไข่มุกราตรี 1 เม็ด, เนื้องู 10 ชิ้น, กระดูกงู 2 ชิ้น, หนังงูเสียหาย 2 ชิ้น, เลือดงู 500 มล., เขี้ยวพิษ 1 เล่ม และไข่มุกงูอีก 2 ใบเข้าไปในซองแดงให้เผ่ยเจิ้งเหอ ส่วนวัสดุอื่นๆ ก็แพ็กส่งไปให้เขาอีกจำนวนหนึ่ง แม้เธอจะเก็บไว้กับตัวไม่น้อย แต่ที่สำคัญที่สุดคือใบพิมพ์เขียวคลังเก็บของนั้นตกเป็นของเธอคนเดียว (*^▽^*)
“ระบบ ใช้งานพิมพ์เขียวสร้างคลังเก็บของ”
【พิมพ์เขียวสร้างคลังเก็บของ: ต้องมีที่พักอาศัยส่วนตัว, ไม้ 26/50, คริสตัล 3/2, หินมิติ 1/1 วัสดุไม่เพียงพอ ไม่สามารถดำเนินการได้】
เอ๊ะ ขาดไม้ชะมัด! โชคยังดีที่มีตลาดซื้อขาย เยี่ยอวี่เฟยจึงนำเนื้อปลาและเนื้องูทะเลที่ตกได้ไปแลกไม้มาจนครบ เมื่อวัสดุพร้อม การสร้างก็เริ่มขึ้น
【โปรดเลือกตำแหน่งวางคลังเก็บของ】
เยี่ยอวี่เฟยคิดอยู่ครู่หนึ่งจึงเลือกวางไว้ที่ผนังห้องด้านขวามือของโต๊ะทำงาน ทันใดนั้น ตู้ไม้สีธรรมชาติสูง 3 เมตร กว้าง 1 เมตร ยาว 2 เมตร ก็ปรากฏขึ้น
“เดี๋ยวนะ นี่มันดูเหมือนตู้เก็บของมากกว่าคลังเก็บของอีก ทำไมถึงเรียกว่าคลังล่ะ?”
พอเปิดตู้ดูก็พบว่าพื้นที่ภายในกว้างขวางกว่าที่คิดมาก แถมระบบยังแจ้งเตือนว่าสิ่งของที่เก็บในนี้จะไม่เน่าเสียอีกด้วย
“หา? หมายความว่ายังไงนะ? แล้วอาหารที่ฉันเก็บไว้ในเป้สะพายหลังมันจะเน่าเสียเหรอ?”
【ยินดีด้วย ผู้เล่นตอบถูก】
เยี่ยอวี่เฟย : “...”
เอาเถอะ อย่างน้อยก็ได้รู้อะไรที่ไม่เคยรู้มาก่อน ก็ถือว่าไม่ได้เสียเปล่า แถมเธอยังพบว่าตราบใดที่อยู่ในบ้าน ไม่จำเป็นต้องเปิดตู้ เธอก็สามารถโอนย้ายของจากเป้เข้าคลัง หรือหยิบของจากคลังออกมาได้ผ่านระบบโดยตรง สะดวกสบายสุดๆ!
หลังจากเก็บของที่อยู่ในซองแดงเสร็จ เยี่ยอวี่เฟยก็เริ่มคัดแยกของ สิ่งไหนแบ่งครึ่งได้ก็แบ่ง สิ่งไหนแบ่งไม่ได้เธอก็ขอหยิบเพิ่มมาหนึ่งชิ้น ฮ่าๆ รู้สึกเหมือนได้กำไรก้อนโต ดีใจจัง~
เธอจัดการย้ายไม้แดงคุณภาพสูง, ไม้ระดับกลาง, ไม้สนคุณภาพสูง และหนังงูแข็งๆ เข้าคลังไป ส่วนเนื้องูที่เต็มไปด้วยพลังงานนั้น เธอเก็บไว้ชิ้นหนึ่ง ตั้งใจว่าจะทำฉมวกออกมาแล้วเสียบย่างไฟ เพื่อสัมผัสถึงรสชาติที่อัดแน่นไปด้วยพลังงานสักหน่อย
จากนั้นก็เป็นรางวัลค่าสถานะ 2 แต้มจากการกำจัดบอสระดับ 2 เยี่ยอวี่เฟยตั้งใจว่าจะรอดูว่าหลังจากกินยาเสริมกายขั้นต้นจนหมดแล้ว ค่าสถานะไหนยังขาดตกบกพร่องค่อยเติมเพิ่มลงไป
แต่ว่า... การจะกินยาเสริมกายเนี่ย เธอควรจะถอดเสื้อที่เพิ่งใส่ไปเมื่อกี้ออกก่อนดีไหมนะ?
เยี่ยอวี่เฟยถอนหายใจ ก่อนจะเดินไปที่โต๊ะทำงานเพื่อทำฉมวก รอกินยาเสริมกายเอาไว้ทีหลังแล้วกัน เพราะดูจากค่าความอิ่มที่ลดลงเหลือ 42 แล้ว การกินยาในสภาพร่างกายแบบนี้อาจส่งผลต่อการดูดซับได้