ตอน 35
บทที่ 35 : พละกำลัง 150 หน่วย! ก้าวข้ามขีดจำกัดของมนุษย์!!
“มานั่งนี่สิ” หลินฮุยตบที่ว่างข้างๆ ตัว “หนังกำลังเริ่มพอดีเลย”
บนจอโปรเจกเตอร์ขนาดยักษ์ กำลังฉายภาพยนตร์รักโรแมนติกสุดคลาสสิกเรื่องหนึ่ง
หลิวซีเดินเข้ามาอย่างเป็นธรรมชาติและนั่งลงทางฝั่งขวาของหลินฮุย กลิ่นหอมของกุหลาบที่ติดตัวเธอมาพุ่งเข้าจมูกของหลินฮุยทันที เธอไขว่ห้างเผยให้เห็นผิวพรรณที่ขาวผ่องจนแทบจะเรืองแสงภายใต้แสงไฟที่ส่องกระทบ
ซูชิงเฉี่ยนเหลือบมองหลิวซีเล็กน้อย ความรู้สึกไม่ปลอดภัยที่ไร้ที่มาที่ไปก็ผุดขึ้นมาในใจทันที พี่สาวหลิวซี... สวยจังเลยแฮะ แถมหุ่นก็ดี ฉลาด แถมยังใช้สไนเปอร์เป็น เมื่อกี้ตอนสู้กันก็ประสานงานกับบอสได้เข้าขากันสุดๆ...
บอสจะชอบคนแบบนั้นมากกว่าหรือเปล่านะ?
เมื่อคิดได้ดังนั้น ซูชิงเฉี่ยนก็กัดริมฝีปากตัวเองเบาๆ ก่อนจะรีบวิ่งเหยาะๆ เข้าไปนั่งแทรกทางฝั่งซ้ายของหลินฮุย แถมยังนั่งเบียดใกล้กว่าปกติจนต้นขาแทบจะชิดกับกางเกงของเขา
“บอสคะ ทานผลไม้หน่อยนะ”
ซูชิงเฉี่ยนรีบใช้ส้อมจิ้มเชอร์รี่หนึ่งลูกมาจ่อที่ปากของหลินฮุย พลางกะพริบตาปริบๆ
“อืม หวานดีนะ” หลินฮุยยิ้มแล้วงับเชอร์รี่เข้าปาก
หลิวซีเหลือบมองท่าทางของซูชิงเฉี่ยนแล้วก็ยิ้มมุมปากแต่ไม่ได้พูดอะไร เธอเพียงแค่แหงนหน้ามองจอด้วยสายตาเลื่อนลอย วินาทีนั้น ภายในห้องโดยสารเต็มไปด้วยความเงียบสงบและอบอุ่น มีเพียงเสียงบทสนทนาในหนังและเสียงลมหายใจแผ่วๆ ของทั้งสามคน
หลินฮุยกดื่มด่ำกับความสงบที่หาได้ยากนี้ แต่เขาก็ไม่ได้ปล่อยตัวจนลืมเลือน เพราะเขารู้ดีว่าความสงบสุขนี้ตั้งอยู่บนรากฐานของ 'พลัง' หากมุ่งหน้าไปถึงเมืองปูซานที่มีสัตว์ประหลาดสุดโหดและเหล่าผู้นำจากกิลด์ต่างๆ รออยู่ พลังในตอนนี้ยังไม่เพียงพอ
เมื่อหนังจบลง
“เอาล่ะ ดึกมากแล้วนะ” หลิวซีบิดขี้เกียจ เผยให้เห็นเส้นโค้งเว้าของเรือนร่างอย่างชัดเจน
“คืนนี้ฉันเข้าเวรเฝ้ายามเอง ถือโอกาสทำความคุ้นเคยกับอุปกรณ์ชั้นบนไปด้วยเลย”
เธอชี้ไปที่ห้องปฏิบัติการบนชั้นลอย ซึ่งตอนนี้ถูกปูด้วยเตียงสนามและกลายเป็นอาณาเขตส่วนตัวของเธอไปแล้ว
ในฐานะอดีตซีอีโอสาว แม้เธอจะเพลิดเพลินกับความสะดวกสบายในตอนนี้ แต่เธอก็รู้ดีว่าควรทำตัวอย่างไร เธอรู้ว่าเมื่อไหร่ควรเดินหน้าและเมื่อไหร่ควรถอยหลัง อีกอย่าง เธอต้องพิสูจน์คุณค่าของตัวเอง ไม่ใช่แค่เป็นเพียงแจกันประดับรถ
“ฝันดีค่ะบอส ฝันดีนะชิงเฉี่ยน”
หลิวซีก้าวขึ้นบันไดไปด้วยเรียวขายาว ทิ้งแผ่นหลังที่ชวนให้จินตนาการไว้เบื้องหลัง
“ฝะ...ฝันดีค่ะ” ซูชิงเฉี่ยนตอบกลับเบาๆ
ในห้องนั่งเล่นเหลือเพียงหลินฮุยกับซูชิงเฉี่ยน
“เธอเองก็ไปนอนเถอะ ฉันปูโซฟาไว้ให้แล้ว” หลินฮุยลูบหัวซูชิงเฉี่ยนพลางชี้ไปที่โซฟาหนังตัวกว้างที่ยาวพอจะใช้เป็นเตียงได้
“พรุ่งนี้ยังมีเศษเหล็กต้องแยกส่วนอีกเยอะ อย่าหักโหมนักล่ะ”
“อื้อ... ฝันดีค่ะบอส”
ซูชิงเฉี่ยนพยักหน้าอย่างว่าง่าย ก่อนจะมุดเข้าไปในผ้าห่มนวมนุ่มบนโซฟา เหลือไว้เพียงดวงตาคู่สวยที่เฝ้ามองหลินฮุยเดินเข้าห้องนอนใหญ่ไป
หลินฮุยปิดไฟหลัก เหลือเพียงไฟสีส้มสลัวๆ ไว้หนึ่งดวง เขาเดินตรงไปยังห้องนอนใหญ่ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ปลอดภัยและสะดวกสบายที่สุดในรถ และเป็นพื้นที่ส่วนตัวเพียงหนึ่งเดียวของเขา
เมื่อปิดประตูห้องนอนสีหน้าที่ดูผ่อนคลายของหลินฮุยก็เลือนหายไป แทนที่ด้วยแววตาอันเย็นชา เขานั่งลงบนเตียงแล้วพลิกมือขึ้น สิ่งของสองสามอย่างก็ปรากฏขึ้นในอุ้งมือ
มันคือไอเทมที่ยึดมาจากถังชวนเป็นลูกแก้วคริสตัลใสขนาดเท่าลูกตา ภายในผนึกหนอนสี่ปล้องเอาไว้【ดวงตาแห่งการโยนบาป】
【ชื่อ : ดวงตาแห่งการโยนบาป】
【ประเภท : ไอเทมเหนือธรรมชาติ (วิชาเวท)】
【คุณภาพ : หายาก】
【เอฟเฟกต์ : ถ่ายโอนความเกลียดชังของสิ่งมีชีวิตที่ตนเองกำลังเผชิญ ไปยังเป้าหมายที่กำหนดภายในรัศมี 500 เมตร จำกัดการใช้ 1 ครั้งต่อวัน คงเหลือครั้งที่ใช้ได้ 2】
【ผลข้างเคียง : หลังจากใช้งานไอเทมนี้ 1 ชั่วโมง ผู้ใช้จะสูญเสียความสามารถในการพูดชั่วคราวเป็นเวลา 24 ชั่วโมง】
มิน่าล่ะ ตอนนั้นเจ้าตัวไวท์ธอร์น ระดับ 3 ถึงจู่ๆ ก็เลิกโจมตีถังชวนแล้วหันมาเล่นงานเขาแทน! ถ้าตอนนั้นพาหนะของเขาอ่อนแอกว่านี้ เขาคงโดนถังชวนลอบกัดตายไปแล้ว
พลังของไอเทมเหนือธรรมชาตินี่มันน่ากลัวจริงๆ ยากจะป้องกันตัวได้ทันท่วงที!
หลินฮุยรู้สึกเสียวสันหลังวาบ ความรู้สึกถึงอันตรายผุดขึ้นมาอีกครั้ง ความดีใจจากการอัปเกรดรถบ้านเลเวล 4 ในวันนี้หายไปจนหมดสิ้น
“เหลืออีกสี่วันก็จะถึงภารกิจที่เมืองปูซาน!”
หลินฮุยเก็บ【ดวงตาแห่งการโยนบาป】แล้วหยิบเซรั่มออกมา 5 หลอด
ยาเสริมพลังยีนระดับต้นสีฟ้าอ่อน 3 หลอด, ยาเสริมพลังยีนระดับกลางสีฟ้าเข้ม 1 หลอด และยาเสริมพลังจิตระดับต้นสีทองจางๆ อีก 1 หลอด ของพวกนี้สะสมมาจากการแลกเปลี่ยนและการล่าสัตว์ประหลาดตลอดสองวันที่ผ่านมา
หลินฮุยมองเซรั่มเหล่านั้นด้วยสายตาเป็นประกาย ตอนนี้ค่าความแข็งแกร่งของเขาอยู่ที่ 25 หากฉีดยาเสริมพลังยีนระดับต้นอีก 3 หลอด ก็จะแตะระดับ 50 ซึ่งเป็นเงื่อนไขในการใช้งานยาเสริมพลังยีนระดับกลาง...
เมื่อถึงตอนนั้น ร่างกายของเขาจะพัฒนาไปถึงระดับไหนกัน? เขาตั้งตารอคอยจริงๆ
หลินฮุยสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะหยิบปืนฉีดยาเสริมพลังยีนระดับต้นขึ้นมาจ่อที่ต้นแขน
ฉีด!
น้ำยาสีเย็นเยียบถูกฉีดเข้าไปในร่างกาย ตามมาด้วยความรู้สึกร้อนแรงดั่งไฟที่แล่นพล่านไปทั่วทุกอณู!
ยี่สิบนาทีต่อมา
หลินฮุยนั่งขัดสมาธิอยู่บนเตียง ข้างๆ มีหลอดเปล่าของ【ยาเสริมพลังยีนระดับต้น】วางอยู่สามหลอด
“ฟู่ว...”
เขาสูดลมหายใจออกช้าๆ ลมที่พุ่งออกจากปากแรงเหมือนลูกธนูจนเกิดรอยจางๆ ในอากาศ และทำให้ผ้าม่านที่ห่างออกไปสองเมตรไหวไปมา
【ความแข็งแกร่ง : 50 (ขีดจำกัดของมนุษย์)】
【คำเตือน : ร่างกายของคุณถึงขีดจำกัดการเสริมพลังด้วยยาเสริมพลังยีนระดับต้นแล้ว การฉีดเพิ่มจะไม่ได้รับผลลัพธ์ใดๆ เพิ่มเติม】
“ในที่สุดก็ถึงสักที”
หลินฮุยกำหมัดแน่น สัมผัสได้ถึงพลังที่อัดแน่นอยู่ภายในร่างกายเหมือนเขื่อนที่กักเก็บน้ำจนเต็มเปี่ยม ความแข็งแกร่ง 50 หน่วย ในโลกเดิมนี่คือจุดสูงสุดที่แม้แต่ยอดฝีมือทางทหารหรือแชมป์โอลิมปิกยังยากจะเอื้อมถึง
ไม่ว่าจะเป็นความหนาแน่นของกล้ามเนื้อ ความแข็งแกร่งของกระดูก หรือความเร็วในการตอบสนองของประสาทสัมผัส ทั้งหมดได้พุ่งทะยานสู่เพดานสูงสุดของเผ่าพันธุ์มนุษย์แล้ว
แต่แค่นี้ยังไม่พอ ในโลกวันสิ้นโลกที่เต็มไปด้วยสายพันธุ์ประหลาด ความแข็งแกร่ง 50 หน่วยก็เป็นได้แค่เพียงมนุษย์ที่แข็งแรงกว่าคนทั่วไปนิดหน่อยเท่านั้น
สายตาของหลินฮุยจับจ้องไปที่ยาเสริมพลังยีนระดับกลางที่เปล่งแสงสีฟ้าเข้มบนเตียง
【ยาเสริมพลังยีนระดับกลาง】
【ผลลัพธ์ : ความแข็งแกร่ง +100】
【เงื่อนไขการใช้งาน : ความแข็งแกร่งต้องถึง 50 หน่วย】
“นี่คือรางวัลจากการพิชิตบอสระดับ 3 ล่าสุด หายากกว่าเซรั่มระดับต้นเป็นร้อยเท่า...”
หลินฮุยหายใจเข้าลึกๆ แววตามุ่งมั่น เขาไม่รอช้า หยิบเซรั่มระดับกลางขึ้นมา เข็มฉีดยาทิ่มทะลุผิวหนังแล้วกดลงไปสุดแรง
ฉีด ของเหลวสีฟ้าเข้มพุ่งเข้าสู่เส้นเลือด ไม่มีความรู้สึกเย็นสบายเหมือนครั้งก่อน ตรงกันข้าม มันกลับรู้สึกเหมือนลาวาที่กำลังเดือดพล่านไหลเข้าสู่ร่าง!
“อึก!!”
หลินฮุยครางต่ำ กล้ามเนื้อทั่วร่างเกร็งเขม็ง เส้นเลือดปูดโปนขยับเขยื้อนใต้ผิวหนังราวกับหนอนยั้วเยี้ย
เจ็บ! เจ็บลึกไปถึงกระดูก เจ็บเหมือนเซลล์กำลังถูกฉีกกระชาก! เหมือนมีมือล่องหนคู่หนึ่งกำลังทุบกระดูกของเขาทุกชิ้นแล้วประกอบใหม่ พร้อมกับฉีกเส้นใยกล้ามเนื้อทุกมัดแล้วถักทอขึ้นมาใหม่
“กร๊อบ! กร๊อบ! กร๊อบ!”
เสียงกระดูกลั่นดังสนั่นไปทั่วห้องราวกับเสียงคั่วถั่ว เลือดเสียสีดำปนแดงซึมออกมาตามผิวหนัง อุณหภูมิร่างกายพุ่งสูงจนอากาศรอบๆ บิดเบี้ยวไปด้วยคลื่นความร้อน
การทรมานราวกับไม่ใช่คนนี้ผ่านไปนานถึงสิบนาที
ในที่สุดความรู้สึกร้อนดั่งไฟเผาก็ค่อยๆ หายไป แทนที่ด้วยความรู้สึกเบาสบายและทรงพลังอย่างที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อน ราวกับได้เกิดใหม่ หลินฮุยลืมตาขึ้นฉับพลัน ในดวงตาที่เคยดำมืดมีประกายแสงสีฟ้าแวบผ่านชั่วครู่
เขาลุกขึ้นยืน สะเก็ดเลือดเสียร่วงกราวลงพื้น เผยให้เห็นผิวพรรณที่เนียนละเอียดราวกับหยกทว่าแฝงไว้ด้วยพลังทำลายล้างที่ระเบิดออกมาได้ทุกเมื่อ
หุ่นของเขาไม่ได้ล่ำสันเหมือนนักเพาะกาย แต่กลับดูปราดเปรียวและสมส่วน ทุกมัดกล้ามเนื้อลงตัวราวกับผลงานชิ้นเอกของธรรมชาติ
【ติ๊ง! เสริมพลังความแข็งแกร่งสำเร็จ!】
【ความแข็งแกร่ง : 150】 (50 → 150)
“150 หน่วย...”
หลินฮุยพึมพำกับตัวเอง พลางคว้าแก้วเก็บอุณหภูมิสแตนเลสบนโต๊ะขึ้นมาแล้วบีบเบาๆ
“ปึก”
แก้วสแตนเลสเกรดทหารที่ขึ้นชื่อเรื่องความทนทาน ถูกบีบจนบี้แบนกลายเป็นก้อนเศษเหล็กราวกับทำจากกระดาษ! แม้แต่แรงต้านนิดเดียวยังแทบไม่รู้สึก!
“พลังนี้น่ะเหรอ...”
หลินฮุยดูฝ่ามือตัวเองด้วยแววตาตื่นตะลึง นี่ไม่ใช่แค่พลังที่เพิ่มขึ้น แต่เขายังลองเงี่ยหูฟัง
ผ่านแผ่นประตูเก็บเสียงที่หนาเตอะ เขาได้ยินเสียงลมหายใจของซูชิงเฉี่ยนในห้องนั่งเล่นอย่างชัดเจน และได้ยินเสียงเสื้อผ้าของหลิวซีที่ขยับตัวอยู่บนชั้นสอง
แม้แต่เสียงกระพือปีกของแมลงกลายพันธุ์ที่อยู่ห่างออกไป 50 เมตรนอกรถ เขายังได้ยิน!
สายตาของเขาเปลี่ยนไป ทุ่งร้างที่เคยดำมืดกลับแจ่มชัดขึ้น ราวกับช่วงเช้ามืดในฤดูหนาวที่มีแสงสลัว การมองเห็นในที่มืดซึ่งเคยเป็นความสามารถเฉพาะของสัตว์ตระกูลแมว ตอนนี้เขาก็ครอบครองมันแล้ว
มุมปากของหลินฮุยกระตุกยิ้ม หากตอนนี้ต้องเผชิญหน้ากับไวท์ธอร์นระดับ 3 อีกครั้ง ต่อให้ไม่ใช้รถบ้านเหยียบหรือปืนกล แค่ร่างกายนี้กับมีดสั้นเล่มเดียว เขาก็มั่นใจว่าจะเด็ดหัวมันได้สบายๆ
เขาปรับอารมณ์ให้สงบลง ก่อนจะหยิบ【เซรั่มพลังจิตระดับต้น】สีทองจางๆ ขึ้นมา
“ในเมื่อร่างกายก้าวข้ามขีดจำกัดมนุษย์แล้ว พลังจิตก็ต้องไม่น้อยหน้า”
เขากระดกมันเข้าปาก!
ครั้งนี้ให้ความรู้สึกอ่อนโยนเหมือนสายน้ำเย็นๆ ไหลผ่านสมอง ประสาทสัมผัสที่เหนื่อยล้าจากความเจ็บปวดกลับมาตื่นตัวอีกครั้ง
【ติ๊ง! เสริมพลังพลังจิตสำเร็จ!】
【พลังจิต : 15】 (5 → 15)
แม้จะไม่พุ่งพรวดเหมือนความแข็งแกร่ง แต่หลินฮุยสัมผัสได้ว่าความคิดของเขาชัดเจนขึ้น และการรับรู้ต่อสิ่งแวดล้อมรอบข้างก็เฉียบคมขึ้นมาก
“ดูท่าต้องรีบหายาเสริมพลังจิตมาเพิ่มซะแล้วสิ”
หลินฮุยลุกขึ้นเดินเข้าห้องน้ำเพื่อล้างคราบสกปรกออกจากร่างกาย มองเงาของตัวเองในกระจกที่ดูสง่าและแววตาสุขุมลุ่มลึก เขารู้ดีว่าตั้งแต่วินาทีนี้ไป เขาได้โบกมือลาความเป็นมนุษย์ธรรมดาทั่วไปอย่างถาวรแล้ว