ตอน 29
บทที่ 29 : การได้อาบน้ำอุ่นนี่มันช่างวิเศษจริงๆ!
แสงตะวันยามเย็นลอดผ่านรอยแยกของม่านกันกระสุนหนาพิเศษ ทาบลงบนหัวเตียงอย่างอ่อนโยน เมื่อหลิวซีตื่นขึ้นมา สมองของเธอขาวโพลนไปชั่วขณะ
ไม่มีเสียงลมหนาวที่บาดลึก ไม่มีเสียงเครื่องยนต์คำรามสนั่น และไม่มีกลิ่นเน่าเหม็นที่ติดจมูกมาตลอดช่วงวันสิ้นโลก สิ่งที่เข้ามาแทนที่คือกลิ่นหอมสะอาดจางๆ และสัมผัสที่อ่อนนุ่มราวกับนอนอยู่บนก้อนเมฆ
"ฉัน... อยู่ที่ไหน?"
เธอพยายามจะพลิกตัวตามสัญชาตญาณ แต่กลับพบว่ากระดูกสันหลังที่เคยแข็งทื่อและปวดเมื่อยจากการนอนขดตัวในรถสปอร์ตแคบๆ กลับผ่อนคลายอย่างน่าอัศจรรย์
หลิวซีเบิกตากว้างขึ้นทันที
สิ่งที่เห็นไม่ใช่เพดานรถที่บีบอัดจนน่าอึดอัด แต่เป็นเพดานกว้างขวางที่บุด้วยผ้าซับเสียงเกรดพรีเมียม ช่องแอร์ตรงกลางส่งเสียงทำงานแผ่วเบาพร้อมเป่าลมร้อนในอุณหภูมิคงที่ 26 องศา ส่วนเครื่องทำความชื้นข้างๆ ก็พ่นละอองสีขาวละเอียดออกมา
หลิวซีอึ้งไปนานถึงสามวินาที กว่าที่ความทรงจำจะไหลทะลักกลับเข้ามาเหมือนน้ำป่า
ถูกเชื้อไวรัสสีขาวโจมตี, ใกล้ตาย, การแลกเปลี่ยน, และการดื่ม [ยาปฏิชีวนะประสิทธิภาพสูง] ที่รักษาเชื้อไวรัสกลายพันธุ์...
"ฉัน... รอดมาได้จริงๆ เหรอ?"
เธอยกมือขึ้นดู แขนซ้ายที่เคยถูกกระดูกแหลมคมบาดจนติดเชื้อ ตอนนี้หายเป็นปลิดทิ้ง ความเจ็บปวดที่เคยฝังลึกมลายหายไป เหลือเพียงอาการคันยิบๆ ตามธรรมชาติของการสมานแผล
"ตื่นแล้วเหรอ?"
เสียงสดใสแว่วมา ซูชิงเฉี่ยนผลักประตูฉากกั้นห้องนอนเข้ามา ในมือถือเสื้อผ้าที่พับไว้อย่างเป็นระเบียบ
วันนี้เธอสวมเสื้อไหมพรมสีเบจทับด้วยกางเกงยีนส์ ดูเหมือนน้องสาวข้างบ้านแสนน่ารัก ไม่มีเค้าความโทรมของเหล่าผู้รอดชีวิตในวันสิ้นโลกแม้แต่น้อย
"ในเมื่อตื่นแล้ว ก็ไปอาบน้ำอุ่นเถอะ"
ซูชิงเฉี่ยนบุ้ยปากไปทางประตูห้องน้ำกระจกฝ้าที่มุมห้อง
"บอสบอกว่า เขาไม่อนุญาตให้ในรถมีกลิ่นไม่พึงประสงค์"
"อาบ... อาบน้ำ?"
ดวงตาที่เคยเย็นชาของหลิวซีปรากฏรอยร้าวขึ้นเป็นครั้งแรก เธอมองซูชิงเฉี่ยนอย่างไม่เชื่อสายตา ก่อนจะหันไปมองห้องอาบน้ำที่ดูหรูหราผิดกับสถานการณ์ภายนอกนั่น
"ที่นี่... มีน้ำ? ฉันหมายถึง ปริมาณน้ำที่ใช้สำหรับอาบน้ำจริงๆ น่ะนะ?"
ตอนที่เธออยู่กับ [สมาคมกุหลาบ] แม้จะเป็นถึงรองประธานสมาคม แต่ก็ไม่เคยฟุ่มเฟือยถึงขั้นใช้น้ำอาบชำระล้างร่างกาย ปกติแค่ใช้ทิชชู่เปียกชุบน้ำเช็ดตัวไปทีละนิดก็ต้องวางแผนกันอย่างรอบคอบแล้ว
อาบน้ำ? แถมยังเป็นน้ำอุ่นด้วย!
นั่นมันเป็นเรื่องฟุ่มเฟือยชนิดที่ในฝันยังไม่กล้าคิดเลยด้วยซ้ำ!
"วางใจเถอะ น้ำมีเหลือเฟือ" ซูชิงเฉี่ยนวางเสื้อผ้าไว้ที่หัวเตียง แววตามีความเหนือกว่าเล็กน้อยในฐานะคนมาก่อน
"รถคันนี้เรื่องไฟฟ้ากับน้ำน่ะ บอสไม่เคยให้ฉันต้องประหยัดเลยสักครั้ง"
หลิวซีกืนน้ำลายลงคอ ในฐานะผู้หญิงที่รักสะอาดเข้าขั้นรุนแรง ความรู้สึกเหนียวตัวและคราบเลือดที่ติดอยู่ตลอดหลายวันมานี้มันทรมานยิ่งกว่าตายเสียอีก
เธอคว้าเสื้อผ้าแล้วพุ่งเข้าห้องน้ำทันทีราวกับคนอดอยาก
"ซ่า!"
ทันทีที่สายน้ำอุ่นไหลผ่านศีรษะลงมา ประสาทที่ตึงเปรี๊ยะของหลิวซีก็ขาดผึงลง เธอพิงหลังกับผนังกระเบื้อง ปล่อยให้น้ำอุ่นชะล้างร่างกาย พร้อมกับน้ำตาที่ไหลปนไปกับสายน้ำ
สบายเหลือเกินมันสบายจนแทบไม่อยากเชื่อ
ฟองสบู่จากครีมอาบน้ำขจัดความมันเหนียวและกลิ่นคาวเลือดออกไป ไอระเหยอบอวลจนเธอรู้สึกราวกับกลับไปเป็นหญิงสาวผู้บริหารที่นั่งอยู่ในห้องพักริมแม่น้ำ คอยมองดูแสงไฟของเมืองใหญ่ในยามค่ำคืนอีกครั้ง
"แค่พนักงานชั่วคราว... สวัสดิการดีขนาดนี้เชียวเหรอ?"
หลิวซีหลับตาลง สัมผัสถึงอุณหภูมิของน้ำ ป้อมปราการที่เรียกว่า 'ความทะนงตัว' ในใจเริ่มสั่นคลอนลงอย่างเงียบเชียบ ไม่แปลกใจเลยที่สาวน้อยซูชิงเฉี่ยนจะดูพึงพอใจ
ถ้าการทำงานได้สวัสดิการระดับนี้...งั้นงานนี้ ก็ดูเหมือนจะไม่ขาดทุนเท่าไหร่แฮะ?
แต่ถึงอย่างนั้น ที่นี่ก็ไม่ใช่จุดหมายปลายทางสุดท้ายของเธอ!
ยี่สิบนาทีผ่านไป ประตูห้องน้ำเปิดออก ไอชื้นจางๆ ลอยฟุ้งออกมา
หลินฮุยนั่งอยู่บนโซฟาห้องโถง จิตใจกำลังจดจ่ออยู่กับการจัดรายการของรางวัลในมิติลับ เมื่อได้ยินเสียงเขาจึงเงยหน้าขึ้นตามสัญชาตญาณ
ทันใดนั้น สายตาของเขาก็หยุดชะงักไปเล็กน้อย หลิวซียืนอยู่หน้าประตูห้องน้ำ กำลังใช้ผ้าเช็ดผมที่เปียกชื้น เธอไม่ได้เลือกชุดกีฬาสบายๆ แต่กลับเลือกชุดที่เน้นบุคลิกของเธอที่สุดออกมาจากกองของรางวัล
ชุดสูททำงานสีดำพอดีตัว เสื้อตัวในเป็นสายเดี่ยวผ้าไหมสีขาว กระโปรงทรงสอบสีดำที่ขับเน้นบั้นท้ายกลมกลึงและที่เด็ดที่สุดคือ ถุงน่องสีดำที่เธอยังอุตส่าห์หามาได้
เรียวขาทั้งสองข้างถูกห่อหุ้มด้วยถุงน่องกึ่งโปร่งแสง เผยให้เห็นความเงางามที่ชวนให้รู้สึกวาบหวามแต่ก็ดูสงบนิ่งในเวลาเดียวกัน ปลายเสื้อถูกเก็บเข้าในขอบกระโปรง เผยให้เห็นเอวที่คอดกิ่วจนน่าตื่นตะลึง
เธอเชิดคางขึ้นเล็กน้อย จัดปกคอเสื้อพลางก้าวเท้าด้วยรองเท้าส้นสูงเตี้ยๆ เดินเข้ามาหา
แม้จะอยู่บนรถ แต่เธอยังคงรักษาความสง่างามและความคล่องตัวแบบผู้บริหารระดับสูงเอาไว้ได้ นั่นคือนิสัยที่ฝังลึกอยู่ในกระดูก และเป็นความทะนงตนสุดท้ายของเธอต่อให้เป็นแค่ลูกจ้าง ก็ต้องเป็นลูกจ้างระดับเกรดพรีเมียม
"เจ้านาย"
หลิวซีเดินมาตรงหน้าหลินฮุย ก้มศีรษะลงเล็กน้อย ผมยาวที่ดัดลอนอ่อนๆ ทิ้งตัวลงมาที่หน้าอก ส่งกลิ่นหอมของน้ำหอมจางๆ หลินฮุยเลิกคิ้ว สายตากวาดมองเรียวขาของเธออย่างไม่เกรงใจก่อนจะหยอกล้อ
"นี่เตรียมตัวจะไปดีลโปรเจกต์ระดับพันล้านเหรอ?"
"ชินน่ะค่ะ" หลิวซีตอบด้วยสีหน้าเรียบเฉย พลางปัดเศษผมข้างหู
"ในเมื่อเป็นลูกจ้างของคุณ การจัดการภาพลักษณ์ก็ถือเป็นส่วนหนึ่งของงาน ฉันไม่ชอบแต่งตัวเหมือนผู้ลี้ภัยหรอกนะ"
"เหอะ มีคาแรคเตอร์ดีนี่"
หลินฮุยหัวเราะเบาๆ แล้วชี้ไปที่โซฟาฝั่งตรงข้าม "นั่งสิ รับอะไรดี? กาแฟหรือชา?"
"กาแฟ ไม่ใส่น้ำตาล ขอบคุณค่ะ" หลิวซีตอบกลับตามความเคยชิน
ไม่นานนัก ซูชิงเฉี่ยนก็ยกถาดกาแฟอเมริกาโน่ร้อนๆ มาให้ กลิ่นหอมฟุ้งกระจายไปทั่วห้อง เธอเหลือบมองชุดสุดเนี้ยบระดับประธานของหลิวซี แล้วก้มมองเสื้อไหมพอมกางเกงยีนส์ของตัวเอง พลางเบะปากเล็กน้อย
'เชอะ แต่งตัวเซ็กซี่ขนาดนี้จะโชว์ใคร...' ซูชิงเฉี่ยนบ่นอุบในใจ แต่ก็ยังยิ้มแล้ววางกาแฟลงตรงหน้าหลิวซีอย่างสุภาพ
"ขอบคุณค่ะ"
หลิวซีจิบกาแฟรสขมปลายลิ้นที่หวานกลับมา นี่มันเมล็ดอาราบิก้าของแท้ชัดๆ ภายใต้คำสั่งของหลินฮุย ซูชิงเฉี่ยนเดินไปที่เบาะคนขับเพื่อสตาร์ทรถและมุ่งหน้าสู่จุดหมายถัดไป
รถแล่นไปบนทางหลวงที่ขรุขระผ่านดินแดนรกร้าง วิวข้างนอกหน้าต่างเคลื่อนผ่านไปด้วยความเร็วสูง แต่หลิวซีกลับต้องประหลาดใจ เมื่อพบว่ากาแฟในแก้วนั้นนิ่งสนิทราวกับผิวกระจก ไม่มีแรงกระเพื่อมแม้แต่นิดเดียว!
"ระบบช่วงล่างนี่มัน..."
หลิวซีตกใจอยู่ในใจ
ในฐานะคนที่หลงใหลในรถยนต์ เธอรู้ดีว่าเรื่องนี้หมายความว่าอย่างไร นี่แสดงว่าเทคโนโลยีช่วงล่างของรถคันนี้ก้าวข้ามเทคโนโลยีปัจจุบันไปไกลมาก หรืออาจเป็นเทคโนโลยีล้ำยุคที่โลกไม่รู้จักเสียด้วยซ้ำ
แถมยัง...เธอกวาดสายตามองไปรอบๆ
เครื่องปรับอากาศยังคงทำงาน เครื่องฟอกอากาศยังคงหมุนเวียน ตู้เย็น เตาแม่เหล็กไฟฟ้า เครื่องทำน้ำอุ่น... อุปกรณ์กินไฟพวกนี้เปิดใช้งานเต็มพิกัด แต่เข็มน้ำมันของรถกลับเต็มอยู่ตลอด และไม่เห็นสัญญาณว่าเครื่องยนต์กำลังแบกรับภาระหนักเลยแม้แต่น้อย
"น้ำมันนี่... เป็นแบบไม่จำกัดงั้นเหรอ?"
หลิวซีวางแก้วกาแฟลงแล้วสูดหายใจลึกความลับของผู้ชายคนนี้ มีมากกว่าที่เธอคิดไว้หลายเท่าตัวนัก
"จริงสิ"
หลิวซีวางถ้วยกาแฟ จัดกระโปรงให้เรียบร้อยท่านั่งดูสง่างาม สายตาจับจ้องไปที่หลินฮุยที่กำลังง่วนอยู่กับการบังคับโดรน
"ในเมื่อฉันเข้าทำงานแล้ว ถึงจะเป็นแค่พนักงานชั่วคราว แต่มีข้อมูลบางอย่างที่ฉันคิดว่าเราควรแลกเปลี่ยนกัน"
"แต่ก่อนหน้านั้น..."
เธอเว้นจังหวะ สายตาแฝงไปด้วยความใคร่รู้
"เจ้านายคะ ฉันยังไม่รู้จักชื่อของคุณเลย?"