ตอน 6

บทที่ 6 : สิทธิพิเศษเพิ่มพูนทรัพย์


“หลินมี่ เธอ... แน่ใจแล้วเหรอ? ไม่คิดทบทวนดูอีกสักนิด? ใกล้จะถึงช่วงเวลาประเมินเพื่อบรรจุเป็นพนักงานประจำแล้วนะ”


เสี่ยวจางยังคงเอ่ยปากเตือนด้วยความหวังดี


อันที่จริง เรื่องพฤติกรรมและวิธีการทำงานของผู้จัดการหวงเธอก็พอจะได้ยินเข้าหูมาบ้าง การที่เด็กสาวตรงหน้าจะรู้สึกรับไม่ได้จนถึงกับต้องลาออกก็ถือเป็นเรื่องปกติ เพราะไฟแรงย่อมไม่กลัวเสือ


เด็กสาวที่เพิ่งก้าวเข้าสู่สังคมจะเคยเห็นความโหดร้ายของโลกการทำงานมาสักเท่าไหร่เชียว? เดี๋ยวพอเจอกำแพงกระแทกหน้าเข้าสักสองสามครั้ง เดี๋ยวก็คงเข้าใจโลกไปเอง


“ไม่เป็นไรค่ะ ขอบคุณนะคะ แต่ฉันตัดสินใจแล้ว”


หลินมี่ส่งจดหมายลาออกที่เตรียมไว้ล่วงหน้าให้


“รบกวนช่วยทำเรื่องให้เร็วที่สุดหน่อยนะคะ ฉันอยากให้เคลียร์เงินเดือนของเดือนที่แล้วและโบนัสผลงานให้จบภายในวันนี้เลย จะได้สบายใจกันทั้งสองฝ่ายค่ะ”


ตามปกติแล้ว ช่วงนี้ก็ถึงกำหนดจ่ายเงินเดือนและโบนัสของเดือนที่แล้วอยู่พอดี การที่เธอขอสรุปยอดตอนนี้จึงไม่ใช่เรื่องยุ่งยากอะไรท่าทีที่เด็ดขาดของเธอทำให้เสี่ยวจางไม่ซักไซ้ต่อ เธอรับจดหมายลาออกไปพลางถอนหายใจ


“ก็ได้ งั้นเธอรอสักครู่ ฉันต้องไปตรวจสอบบันทึกเวลาเข้างานและผลงานของเดือนที่แล้วก่อน”


“ได้ค่ะ รบกวนด้วยนะคะ”


ขั้นตอนการลาออกราบรื่นกว่าที่หลินมี่คิดไว้มาก บางทีอาจเป็นเพราะท่าทีที่มุ่งมั่นของเธอ หรือไม่เสี่ยวจางเองก็อยากให้เรื่องจบไวๆ ไม่ถึงครึ่งชั่วโมง เอกสารทุกอย่างก็เรียบร้อย


เงินเดือนและโบนัสโปรเจกต์ของเดือนที่แล้วถูกคำนวณออกมาอย่างชัดเจน หลังจากหักค่าใช้จ่ายส่วนที่ต้องชำระในช่วงทดลองงานแล้ว เงินจำนวน 5,600 หยวนก็ถูกโอนเข้าบัญชีธนาคารผ่านระบบบัญชีของบริษัท


แม้ตัวเลขนี้จะไม่ได้เป็นไปตามที่เธอหวังไว้ แต่ในสถานการณ์นี้เธอก็พอใจแล้ว อย่างน้อยก็ดีกว่าไม่ได้อะไรติดมือเลย


“เรียบร้อยแล้วหลินมี่ ขั้นตอนทั้งหมดเสร็จสิ้นแล้ว ขอให้โชคดีกับเส้นทางข้างหน้านะ”


เสี่ยวจางยื่นใบผ่านงานที่เซ็นชื่อเรียบร้อยแล้วให้


“ขอบคุณค่ะ”


หลินมี่รับเอกสารมา ก่อนจะหันหลังเดินจากไปโดยไม่คิดจะอาลัยอาวรณ์แม้แต่น้อย วินาทีที่ก้าวพ้นประตูบริษัทหวนอวี้ แสงแดดของเดือนกันยายนดูจะจ้าเกินไปสักหน่อย แต่เธอกลับรู้สึกเบาสบายอย่างประหลาด


เธอหันกลับไปมองตึกนั้นแวบหนึ่ง มุมปากยกยิ้มอย่างโล่งอก


ลาก่อน ผู้จัดการหวงผู้หน้าสะอิดสะเอียน


ลาก่อน อู๋เชี่ยน ที่พูดอย่างทำอย่าง


ลาก่อน งานที่ทำให้เธอต้องยอมก้มหัวให้คนอื่น


นับจากนี้ ทะเลกว้างให้ปลาว่าย ท้องฟ้าสูงให้นกบิน


หลินมี่ไม่ได้รีบกลับบ้าน แต่เลือกร้านกาแฟบรรยากาศเงียบสงบใกล้บริษัทแล้วนั่งลงที่ริมหน้าต่าง การไม่ต้องเป็นทาสรับใช้ใครนี่มันช่างดีจริงๆ!


หลังจากสั่งลาเต้วานิลลามาแก้วหนึ่ง หลินมี่ก็นำโทรศัพท์มือถือกลายพันธุ์ที่เปลี่ยนโชคชะตาของเธอออกมาด้วยความใจจดใจจ่อ เมื่อปลดล็อกหน้าจอ อินเทอร์เฟซแอป 'ร่ำรวยทางลัด' ที่คุ้นตาก็ปรากฏขึ้น


เธอสูดลมหายใจเข้าลึกๆ แล้วกดเข้าไปที่ [แถบภารกิจ] จริงอย่างที่คิด ปุ่ม ‘เช็คอินรายวัน’ กำลังกะพริบแสงเชิญชวน เธอไม่รอช้ากดลงไปทันที


[ติ๊ง! เช็คอินสำเร็จ! ได้รับเงินสด 2,000 หยวน โอนเข้ากระเป๋าระบบเรียบร้อย! ค่าพลังงาน +10!]


เกือบจะในเวลาเดียวกัน ยอดเงินใน [กระเป๋าเงิน] ส่วน [ตัวฉัน] ก็เปลี่ยนจาก 8,675 เป็น 10,675 หยวน ส่วนค่าพลังงานที่เคยเป็นเลขศูนย์ก็เพิ่มขึ้นมาเป็น 10


เมื่อเห็นตัวเลขในกระเป๋า หัวใจของหลินมี่ก็สงบลงในทันที ในเมื่อมีระบบซอฟต์แวร์ที่โกงขนาดนี้ เธอคงไม่ต้องกังวลเรื่องชีวิตหลังจากลาออกอีกต่อไป


นึกถึงเงินห้าพันกว่าหยวนที่เพิ่งเข้าบัญชีมาเมื่อครู่ หลินมี่ก็นำมันเติมเข้ากระเป๋าระบบโดยไม่ลังเล นี่คือเงินที่จะงอกเงยเป็นเท่าตัวเชียวนะ ขืนชักช้าแม้แต่วันเดียวก็คงเสียดายแย่ ถ้าผ่านคืนนี้ไป...


“หนะ...หนึ่งแสนหกหมื่น?!” หลินมี่เบิกตากว้าง หัวใจเต้นรัวไม่เป็นจังหวะ


ยอดเงินหนึ่งหมื่นหกพันหยวน พอผ่านคืนนี้ไปก็จะกลายเป็นเงินก้อนโตถึงหนึ่งแสนหกหมื่นเชียวหรือ? ขออภัยที่เธอทำตัวเป็นคนไม่มีวาสนา เพราะตั้งแต่เกิดมาเธอยังไม่เคยถือเงินจำนวนมหาศาลขนาดนี้ นี่มันไม่ใช่เงินก้อนโตแล้วจะเป็นอะไรไปได้!


ความเร็วในการผลิตเงินของมันช่างเร็วยิ่งกว่าเครื่องบินเสียอีก


ก่อนหน้านี้เธอยังกังวลว่าการลาออกกะทันหันจะทำให้ไม่มีเงินจ่ายค่าเช่าบ้านในไตรมาสถัดไป เพราะในบัญชีเธอมีเหลืออยู่แค่สามพันกว่าหยวน ส่วนการหางานใหม่ก็ต้องใช้เวลา แถมเดือนที่เริ่มงานใหม่ก็คงยังไม่มีเงินเดือน


แต่ตอนนี้ไม่ต้องกังวลแล้ว ในเมื่อกระเป๋าระบบทำเงินให้เธอได้วันละเป็นแสน ชีวิตหลังจากนี้จะมีอะไรต้องห่วง เดี๋ยวก่อน! ในเมื่อมีระบบสร้างความรวยแบบนี้ เธอจะหางานไปทำไมกัน?


แค่เก็บเงินกินดอกผลอยู่บ้านทุกวันมันไม่ดีกว่าหรือ?


แม้ตอนนี้เธอจะมีเงินแค่หมื่นกว่าหยวน แต่วันพรุ่งนี้ก็จะกลายเป็นแสน แล้วถ้าอัปเดตไปอีกวัน มันก็จะกลายเป็นล้าน! ถ้าผ่านไปอีกสองวัน ก็คงเป็นสิบล้าน...


หลินมี่สูดลมหายใจเข้าลึกๆ ไม่ไหวแล้ว! คิดต่อไปอีกคงได้เป็นลมเพราะความดีใจแน่ๆ เมื่อมีเงินมากมายขนาดนี้ จะเอาไปลงทุนอะไรก็ดีทั้งนั้น จะต้องไปเป็นทาสรับใช้ใครอีกทำไม? ฝันจะเป็นเศรษฐีพันล้านก็ไม่ไกลเกินเอื้อม!


หลินมี่จิบกาแฟเพื่อสงบสติอารมณ์ที่กำลังพลุ่งพล่าน ใช่แล้ว หัวใจของเธอกำลังสั่นไหวอย่างรุนแรง ความรู้สึกตอนนี้ไม่สามารถบรรยายออกมาได้ด้วยคำว่าตื่นเต้นเพียงอย่างเดียว


ในเมื่อมีระบบสุดเทพอยู่ในมือ หากเธอไม่รู้จักนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์และสร้างความสำเร็จ คงจะเสียเปล่าต่อฟ้าดินที่ประทานโอกาสนี้มาให้!


ดังนั้น เธอต้องเริ่มวางแผนอย่างจริงจังว่า จะใช้ระบบวิเศษนี้ทำเงินให้กลายเป็น 'มหาเศรษฐี' อย่างไร? สายตาของเธอจับจ้องไปที่ส่วน [กระแสยอดนิยม] อีกครั้ง


[#เกิดอุบัติเหตุรถชนรุนแรงบนทางยกระดับทางใต้ช่วงเช้าวันนี้# เวลา: 17 กันยายน]


[#ข่าวเศรษฐกิจ: เฟิงหัวเทคโนโลยี (รหัส XXXXX) มีแนวโน้มพุ่งแตะเพดานในวันพรุ่งนี้# เวลา: 17 กันยายน]


[#ตั้งแต่วันที่ 18 กันยายนเป็นต้นไป เมืองหรงเฉิงจะมีอุณหภูมิสูงต่อเนื่องสามวัน#]


[#เปิดเผยตัวตนสามีของหลินอิ่ง! ที่แท้เป็นนักแสดงสมทบโจวหมิงเซวียน# เวลา: 19 กันยายน]


อุบัติเหตุรถชน, พยากรณ์อากาศร้อน ข้อมูลพวกนี้อาจมีประโยชน์ต่อคนทั่วไป แต่ดูเหมือนจะช่วยเรื่องทำเงินไม่ได้มากนัก แถมถ้าไปยุ่งกับเรื่องอุบัติเหตุอาจเสี่ยงต่อการ ‘เปลี่ยนผลลัพธ์ของกระแสเชิงลบ’ อีก


ส่วนเรื่องซุบซิบดาราอย่างสามีหลินอิ่ง ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเลย ไม่เกี่ยวกับการหาเงินสักนิด


“เฟิงหัวเทคโนโลยีพุ่งแตะเพดานในวันพรุ่งนี้”


หลินมี่พึมพำกับข่าวการเงินบนหน้าจอมือถือ สายตาพร่าเลือนไปชั่วขณะ การแตะเพดานนั่นหมายถึงผลตอบแทน 10% เลยเชียวนา!! ถ้าข้อมูลนี้แม่นยำ นี่คือโอกาสทำกำไรระยะสั้นที่ยอดเยี่ยมที่สุด!


เมื่อคิดได้ดังนั้น หลินมี่ก็รีบลงมือทันที เธอเปิดแอปบัญชีหลักทรัพย์ที่เคยสมัครไว้อย่างนึกสนุกตามเพื่อนร่วมงานเมื่อเดือนก่อน ตอนนั้นเห็นเพื่อนร่วมงานโม้โอ้อวดนักหนาว่าการลงทุนนั้นดีอย่างนั้นอย่างนี้ เธอเลยสมัครตามเพื่อไม่ให้ทำตัวแตกต่าง


ไม่นึกเลยว่าจะได้หยิบมาใช้ประโยชน์เร็วขนาดนี้


เงินทุนทั้งหมดที่เธอมีตอนนี้คือหนึ่งหมื่นหกพันหยวน หากลงทุนไปทั้งหมด ต่อให้พรุ่งนี้ราคาพุ่งแตะเพดานจริง เธอก็จะได้กำไรมาแค่หนึ่งพันหกร้อยหยวน ซึ่งสำหรับเธอในอดีตอาจเป็นเงินพิเศษที่น่ายินดี แต่สำหรับคำว่า ‘มหาเศรษฐี’ แล้วนั้นยังห่างไกลนัก


ทว่าหลินมี่ก็นึกถึงกุญแจสำคัญได้ทันที นั่นคือ... สิทธิพิเศษเพิ่มพูนทรัพย์ของ [กระเป๋าเงิน]!


นี่สิ ถึงจะเป็นเครื่องยนต์ “สร้างความรวย” ของจริง!