ตอน 39

บทที่ 38 ขอให้ออกไปซื้อกับข้าวแล้วเจอราคาขึ้นทุกวัน!


ยามเช้าตรู่


หลินฮ่าวลืมตาตื่นขึ้นมองเพดานห้องด้วยความรู้สึกปลอดโปร่งหัวใจ ไม่ต้องตั้งนาฬิกาปลุก ไม่ต้องกังวลเรื่องเบียดเสียดบนรถไฟใต้ดิน ไม่ต้องกลัวว่าจะเข้างานสาย


ความรู้สึกของการได้นอนเต็มอิ่มจนตื่นขึ้นมาเองตามธรรมชาติเช่นนี้ มันช่างยอดเยี่ยมเหลือเกิน หลินฮ่าวชอบความรู้สึกสดชื่นหลังจากตื่นนอนแบบนี้เป็นที่สุด


เขาลุกจากเตียงเดินตรงไปยังห้องน้ำ คว้าแก้วน้ำ บีบยาสีฟัน แล้วเริ่มแปรงฟัน


"เช็คอิน!" ในขณะที่กำลังแปรงฟัน หลินฮ่าวก็ไม่ลืมที่จะเช็คอินกับระบบประจำวัน


"ยินดีด้วย คุณได้ทำการเช็คอินสำเร็จ รางวัลที่ได้รับคือรถสปอร์ตแลมโบกินี่หนึ่งคัน โปรดตรวจสอบข้อมูล"


โอ้โห!? แลมโบกินี่...รถสปอร์ตงั้นเหรอ?


เมื่อเห็นรางวัลจากการเช็คอิน หลินฮ่าวก็อดแปลกใจไม่ได้เรื่องรถสปอร์ตสำหรับหลินฮ่าวไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่ เขาก็เคยเห็นวิ่งผ่านไปผ่านมาในเมืองเจียงไห่อยู่หลายครั้ง


แต่หากจะบอกว่ารู้จักลึกซึ้งก็คงไม่ใช่ อย่างมากเขาก็แค่พอจะจำชื่อยี่ห้อได้บ้าง หรือเคยเห็นตัวจริงผ่านตาเท่านั้น จะให้ลงรายละเอียดลึกกว่านั้นเขาเองก็ไม่ค่อยสันทัด


หลินฮ่าวในอดีตไม่เคยคิดฝันมาก่อนเลยว่า วันหนึ่งตัวเองจะมีโอกาสได้ครอบครองรถสปอร์ต เพราะสำหรับคนธรรมดาส่วนใหญ่แล้ว รถสปอร์ตเป็นของฟุ่มเฟือยที่แค่จะนึกฝันยังไม่กล้าเลยด้วยซ้ำ


ตั้งแต่ได้รับระบบมา แม้เขาจะเคยคิดเรื่องซื้อรถอยู่บ้าง แต่เป้าหมายของเขาก็ไม่เคยพุ่งไปที่รถสปอร์ตเลยแม้แต่น้อย ก่อนหน้านี้เขาก็มีแค่รถสามล้อคันเล็กๆ ที่เป็นของตัวเองเท่านั้น หลังจากล้างหน้าแปรงฟันเสร็จหลินฮ่าวกลับเข้ามาในห้องนอนแล้วเดินหาทั่วห้องแต่ก็ไม่พบร่องรอยของรถสปอร์ตคันดังกล่าวเลย


สิ่งนี้ทำให้เขาเริ่มรู้สึกหงุดหงิด ปกติแล้วของรางวัลที่ได้จากการเช็คอิน ระบบมักจะจัดวางเอกสารหรือสิ่งของที่เกี่ยวข้องไว้ในที่ที่เขาเข้าถึงได้ง่าย แต่วันนี้กลับไม่มีอะไรเลย หรือว่าจะอยู่ที่ห้องทำงานหรือห้องนั่งเล่นกันนะ?


ในขณะที่เขากำลังตั้งข้อสงสัย ก็มีสายโทรศัพท์เรียกเข้าเบอร์แปลกๆ หลินฮ่าวลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะกดรับ


"สวัสดีครับ ไม่ทราบว่าใช่คุณหลินฮ่าวใช่ไหมครับ?"


"ใช่ครับ"


"คือทางเราได้รับคำสั่งให้มาส่งรถที่คุณสั่งจองไว้ครับ ตอนนี้เอกสารและหลักฐานต่างๆ จัดการเรียบร้อยหมดแล้ว ไม่ทราบว่าวันนี้คุณสะดวกรับรถช่วงไหนครับ ทางเราจะนำไปส่งให้ถึงที่ตามที่อยู่ที่คุณระบุไว้"


"งั้นตอนนี้เลยแล้วกันครับ!"


"ได้ครับคุณหลินฮ่าว เดี๋ยวจะมีเจ้าหน้าที่ติดต่อกลับไปอีกครั้ง ขอให้มีความสุขกับวันนี้นะครับ!"


วางสายเสร็จหลินฮ่าวก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก มิน่าล่ะถึงหาไม่เจอที่แท้ระบบก็ใช้วิธีจัดส่งแบบนี้เพื่อให้สมเหตุสมผลและลดความยุ่งยากให้เขานี่เอง


ส่วนระบบจะทำได้อย่างไรนั้น ไม่ใช่เรื่องที่หลินฮ่าวต้องเก็บมาใส่ใจ ในเมื่อเขามีระบบที่มหัศจรรย์ขนาดนี้ได้ เรื่องอื่นก็ไม่ใช่ประเด็นที่ต้องตั้งคำถามอีกต่อไป


คาดว่าเจ้าหน้าที่คงยังไม่ถึงในทันที หลินฮ่าวจึงตัดสินใจหาอะไรทานรองท้องก่อน เขาขี้เกียจทำอะไรยุ่งยาก จึงเพียงแค่ทอดไข่หนึ่งฟอง อุ่นนมหนึ่งแก้วแล้วหยิบขนมปังออกมาจากตู้เย็น นับว่าเป็นมื้อเช้าที่เรียบง่ายแต่ก็ถือว่าดีเยี่ยม เพราะสมัยที่ยังต้องทำงานประจำ เขาแทบไม่มีโอกาสได้กินดีขนาดนี้เลย


หลังจากจัดการมื้อเช้าและเปลี่ยนชุด ไม่นานนักก็มีสายโทรเข้าบอกว่ารถมาถึงหน้าโครงการที่พักแล้วหลินฮ่าวบอกให้รอสักครู่ก่อนจะเดินลงไปด้านล่าง ความตื่นเต้นเริ่มก่อตัวขึ้นในใจเมื่อนึกถึงว่าเขากำลังจะมีรถเป็นของตัวเอง แถมยังเป็นรถสปอร์ตราคาแพงลิ่วอีกด้วย


ยังไม่ทันจะถึงหน้าทางเข้าโครงการ หลินฮ่าวก็เห็นผู้คนกลุ่มใหญ่ยืนมุงดูกันอยู่ เมื่อเดินเข้าไปใกล้ เขาก็เห็นรถสปอร์ตสีเงินที่มีดีไซน์ล้ำสมัยจอดเด่นอยู่ตรงกลาง โดยมีพนักงานในชุดเครื่องแบบสีดำสองคนยืนคุมเชิงอยู่ข้างๆ ไม่ต้องถามก็รู้ว่าสองคนนี้คือพนักงานส่งรถนั่นเอง


พวกเขาดูระมัดระวังเป็นพิเศษ แม้จะไม่ปฏิเสธให้คนมุงดู แต่ก็ไม่ยอมให้ใครเข้าใกล้ตัวรถมากเกินไป หากเกิดรอยขีดข่วนขึ้นมาคงเป็นเรื่องใหญ่และอาจถึงขั้นตกงานได้


"ไม่รู้ใครกันนะที่รวยขนาดนี้ รถซูเปอร์คาร์ราคาสองสิบล้านกว่า!"


"นี่ไม่ใช่แค่เรื่องเงินแล้ว ถ้าจำไม่ผิดรุ่นนี้เพิ่งเปิดตัวในงานที่ต่างประเทศเมื่อไม่นานมานี้เอง ไม่นึกว่าจะถูกสั่งซื้อเข้ามาในประเทศเร็วขนาดนี้"


"ยังไม่เคยได้ยินข่าวเลยนะเนี่ย สงสัยจะเป็นคันแรกในประเทศแน่ๆ"


"โฮ่... เจ้าของรถคนนี้เส้นสายและเบื้องหลังต้องไม่ธรรมดาแน่ๆ"


"โครงการที่เราอยู่เนี่ย มังกรซ่อนตัวอยู่จริงๆ ด้วย..."


เมื่อเห็นรถสปอร์ตสีเงินคันนั้น หลินฮ่าวก็ตื่นตะลึงไปชั่วขณะ แต่พอได้ยินเสียงวิพากษ์วิจารณ์รอบข้าง เขาก็ถึงกับกลืนน้ำลาย

รถราคาสองสิบล้าน?


เขารู้อยู่ว่ามันต้องแพง แต่ไม่คิดว่าจะสูงลิ่วขนาดนี้ บางทีบ้านที่เขาอยู่อาจจะราคาไม่ถึงครึ่งของราคารถคันนี้ด้วยซ้ำ ประมาทไปแล้ว... สงสัยเขาจะยังไม่เข้าใจโลกของคนรวยจริงๆ


ในขณะที่หลินฮ่าวกำลังทอดถอนใจ พนักงานที่เฝ้ารถอยู่ก็สังเกตเห็นเขาที่เดินเข้ามาในกลุ่มคนพอดี หนึ่งในนั้นฝากรถไว้กับเพื่อน แล้วเดินตรงดิ่งมาหาเขาทันที การกระทำของพนักงานทำให้สายตาของผู้คนที่มุงดูหันมาจับจ้องที่หลินฮ่าวเป็นตาเดียว


"คุณหลินฮ่าวสวัสดีครับ ผมเสี่ยวหลิวที่โทรหาคุณเมื่อสักครู่นี้ครับ..."


เมื่อพนักงานกล่าวทักทาย ทุกสายตาที่เฝ้ามองต่างเต็มไปด้วยความประหลาดใจ อิจฉา และอยากรู้อยากเห็น


"คุณหลินฮ่าวครับ นี่คือเอกสารและหลักฐานทั้งหมด รบกวนคุณตรวจสอบดูว่าครบถ้วนไหมครับ"


เมื่อพนักงานส่งกุญแจรถแลมโบกินี่และแฟ้มเอกสารให้ เสียงซุบซิบก็เงียบลงทันที ทุกคนต่างจ้องมองเพื่อรอดูว่าเขาจะทำอะไรต่อไป

แม้จะรู้สึกประหม่าที่ถูกจับจ้อง แต่หลินฮ่าวก็รับกุญแจและแฟ้มมาตรวจสอบอย่างตั้งใจ


ในแฟ้มมีเอกสารอยู่ไม่น้อย นอกจากสัญญาซื้อขายและใบเสร็จแล้ว ยังมีกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์และเอกสารอื่นๆ ที่จำเป็นครบครัน เห็นได้ชัดว่ารถคันนี้ได้จดทะเบียนและทำประกันเรียบร้อยแล้วโดยที่เขาไม่ต้องดำเนินการอะไรเพิ่มอีกเลย


หลังจากตรวจเอกสารจนแน่ใจว่าไม่มีปัญหา พนักงานก็นำเสนอและเชิญให้หลินฮ่าวทดลองขับ เพราะหน้าที่ของพวกเขาคือต้องแน่ใจว่าลูกค้าพอใจและรถไม่มีจุดบกพร่องก่อนจะจากไป


หลินฮ่าวไม่ได้ปฏิเสธ เขาก็อยากรู้เหมือนกันว่ารถราคามากกว่าสองสิบล้านบาทคันนี้จะมีสัมผัสการขับขี่เป็นอย่างไร เมื่อเข้าไปนั่งในรถ เขาก็พบว่าพื้นที่ภายในไม่ได้คับแคบอย่างที่คิด นั่งสบายมากและไม่มีความรู้สึกอึดอัดแม้แต่น้อย


ในจังหวะนั้นเอง ทักษะ [มือเดียวขับเฟอร์รารี่] ก็ทำงานโดยอัตโนมัติ หลินฮ่าวรู้สึกถึงสมาธิที่จดจ่ออย่างถึงขีดสุด หัวสมองโปร่งโล่งผิดปกติถึงนี่จะไม่ใช่เฟอร์รารี่ แต่มันก็ส่งผลลัพธ์แบบเดียวกันได้!


ครู่ต่อมา หลินฮ่าวสตาร์ทเครื่องยนต์ เสียงคำรามของรถสปอร์ตดังสนั่นราวกับสัตว์ร้าย รถพุ่งทะยานออกไปเหมือนลูกธนูที่หลุดจากคันศร แรงกระชากของเครื่องยนต์ทำให้เขารู้สึกแปลกไปบ้างในช่วงแรก แต่เมื่อปรับตัวได้ หลินฮ่าวก็เริ่มรู้สึกสนุก


หลินฮ่าวเรียนขับรถมาตั้งแต่สมัยมหาวิทยาลัย แม้ประสบการณ์จะไม่โชกโชน แต่ด้วยทักษะ [มือเดียวขับเฟอร์รารี่] ทำให้เขารู้สึกเหมือนเป็นนักขับมือฉมังที่มีประสบการณ์มานับสิบปี


เนื่องจากยังไม่ถึงเวลาเร่งด่วน การจราจรจึงไม่หนาแน่นมากนัก แต่ในเมืองใจกลางแบบนี้ เขาจึงไม่กล้าขับเร็วเกินไป หลังจากวนรอบหนึ่งเขาก็ขับกลับมาที่จุดเดิม


"คุณหลินฮ่าวครับ เป็นอย่างไรบ้างครับ?" เมื่อหลินฮ่าวเปิดประตูรถ พนักงานทั้งสองก็รีบเข้ามาสอบถามทันที


"ก็... รู้สึกดีทีเดียว" หลินฮ่าวลงจากรถ มองดูแลมโบกินี่สีเงินคันงามด้วยความพึงพอใจ ก่อนจะเอ่ยต่อว่า "แต่ว่านะ..."


"ไม่ทราบว่ามีปัญหาตรงไหนหรือเปล่าครับ?"


พนักงานทั้งสองที่เพิ่งถอนหายใจโล่งอกเมื่อครู่ กลับมาตื่นตระหนกอีกครั้ง หากการส่งมอบมีปัญหาพวกเขาคงลำบากแน่


"ปัญหาไม่มีหรอกครับ แต่แค่รู้สึกว่า..." หลินฮ่าวถอนหายใจพลางถามด้วยความสงสัย


"พวกคุณไม่คิดว่ารถคันนี้มันสะดุดตาเกินไปหน่อยหรือไง?" พรืด!


พนักงานทั้งสองแทบจะสำลักเลือดออกมาทันทีสะดุดตา? ไม่ใช่ว่าคุณเป็นคนเลือกซื้อเองเหรอ! ยังจะกล้ามาบ่นว่ามันเด่นเกินไปอีก?


ถ้าไม่ใช่เพราะหลินฮ่าวเป็นลูกค้ารายใหญ่ที่พวกเขากระตุกหนวดไม่ได้ พวกเขาคงอยากจะจับเขามากดพื้นแล้วซัดให้สักชุด รวยแล้วทำตัวแบบนี้ได้ไง!


อย่างไรก็ตาม แม้ในใจจะโกรธจนควันออกหู แต่พวกเขาก็ได้แต่ฉีกยิ้มเอาใจ


"คุณหลินฮ่าวครับ รถธรรมดาที่ไหนจะคู่ควรกับบารมีของคุณ รถคันนี้แหละครับเหมาะสมที่สุดแล้ว"


"งั้นเหรอ?" หลินฮ่าวหันไปมองทั้งสองด้วยความสงสัย


"ใช่ครับ!"


ปากก็พูดรับคำแต่เมื่อเห็นสีหน้าของหลินฮ่าวที่ดูจะภูมิใจลึกๆ ในใจของพวกเขาก็เหลือแค่คำสบถด่าทอ... ไม่เคยเจอใครหน้าด้านเท่านี้มาก่อนเลยจริงๆ...


ขอให้ออกไปซื้อกับข้าวแล้วเจอราคาขึ้นทุกวัน!