ตอน 27

บทที่ 27 การยกระดับทักษะการทำอาหาร

เนื่องจากเสี่ยวหลงเปาขายหมดเกลี้ยงตั้งแต่เนิ่นๆ ผู้คนที่ทราบข่าวแล้วแห่กันมาทีหลังต่างรู้สึกเสียดายไม่น้อย แต่ก็ยังมีลูกค้าจำนวนหนึ่งสั่งเมนูอื่นๆ ภายในร้านแทน

อันที่จริงก็ไม่มีอะไรซับซ้อนมากนัก มีเพียงข้าวผัดไข่กับบะหมี่น้ำผักเคียงคู่กับแตงกวาดองและหัวไชเท้าดองสูตรพิเศษที่ทางร้านแถมให้ฟรี ซึ่งก็ช่วยปลอบประโลมใจลูกค้าที่ไม่เคยมาทานที่นี่ได้บ้าง

ปัจจุบันฝีมือการทำอาหารของหลินฮ่าวถือว่าไม่เลวเลยทีเดียว แม้แตงกวาดองกับหัวไชเท้าดองจะเป็นของที่หาได้ทั่วไป แต่รสชาติจะอร่อยเลิศเพียงใดนั้น ย่อมขึ้นอยู่กับว่าใครเป็นผู้ทำ

ในด้านนี้ หลินฮ่าวยกนิ้วให้คุณแม่ของเขาอย่างเต็มที่ ฝีมือการดองผักของแม่เขานั้นขึ้นชื่อลือชาไปทั่วทั้งตำบลเลยทีเดียว

ช่วงเที่ยงเป็นช่วงที่ร้านคึกคักเป็นพิเศษจนทำสถิติยอดขายสูงสุดตั้งแต่เปิดร้านมา แต่ในขณะเดียวกัน หลินฮ่าวก็ไม่สามารถนั่งชิลล์ได้อย่างที่เคย ต้องง่วนอยู่กับการทำอาหารอย่างที่ไม่ค่อยได้เห็นบ่อยนัก

หลังจากลูกค้าทยอยออกจากร้านไปหมด หลินฮ่าวก็ได้พักสายตาชั่วครู่ ก่อนจะมีสายโทรศัพท์เข้า เป็นสายจากคุณแม่ที่ส่งแตงกวาดองกับหัวไชเท้าดองมาจากบ้าน ซึ่งก่อนหน้านี้แม่เคยโทรมาบอกไว้แล้วรอบหนึ่ง

เนื่องจากที่อยู่ที่หลินฮ่าวเคยระบุไว้ตอนสั่งของคือที่พักเก่า แต่ตอนนี้เขาย้ายออกมาแล้ว พนักงานขนส่งจึงโทรมาหาในตอนที่เขาไม่อยู่ร้าน ทำให้ต้องฝากพัสดุไว้ที่จุดรับของใกล้ๆ นั้น หลินฮ่าวจึงตัดสินใจปิดร้านชั่วคราวเพื่อออกไปรับของด้วยตัวเอง

ครั้งนี้แม่ส่งมาให้เยอะมาก เต็มๆ ถึงสองโหลใหญ่ ถ้าเป็นเมื่อก่อนหลินฮ่าวคงต้องกุมขมับเพราะกลัวจะกินไม่ทัน แต่ตอนนี้เขาไม่ต้องกังวลเรื่องนั้นแล้ว ในบรรดาลูกค้าที่แวะเวียนมาทุกวันมีคนชอบกินของดองอยู่หลายคน เขายังกลัวเสียด้วยซ้ำว่าของที่แม่ส่งมาจะไม่พอขาย

หลังจากจัดการรับของและกลับมาที่ร้าน หลินฮ่าวก็โทรศัพท์กลับหาแม่

“เสี่ยวฮ่าว...”

“แม่ครับ ผมได้รับแตงกวาดองกับหัวไชเท้าดองที่แม่ส่งมาให้แล้วนะ”

“ได้รับแล้วรึ? ดีแล้วล่ะ แม่กะว่าจะโทรไปถามตอนเย็นพอดี ของข้างในไม่เสียหายใช่ไหม?”

“ไม่เสียหายครับ กินได้ยาวๆ เลย!”

“ไม่เสียก็ดีแล้ว แต่กินแค่พอประมาณพอนะ เมื่อวานพ่อเขายังบ่นแม่เลยว่าให้ส่งของดองไปเยอะเกิน กินมากไปไม่ดีต่อสุขภาพ ให้ลูกหาอะไรที่มีประโยชน์กินบ้าง ของพวกนี้ถ้ากินไม่หมดก็เก็บไว้คราวหน้าตอนกลับมาบ้าน หรือไม่ก็เอาไปแบ่งเพื่อนร่วมงานดูว่ามีใครชอบไหม”

“ได้ครับ ผมจะจำไว้... อ้อ แม่ครับ สองวันนี้ผมเพิ่งได้เลื่อนตำแหน่ง นอกจากเงินเดือนจะขึ้นแล้วยังได้โบนัสมาด้วย เดี๋ยวผมจะโอนเงินเข้าบัญชีแม่ไว้บ้าง แม่จะใช้จ่ายอะไรก็เอาออกมาใช้นะครับ”

“แม่ไม่ต้องการเงินลูกหรอก เก็บไว้เถอะ อยู่ในเมืองใหญ่ค่าใช้จ่ายมันเยอะ...”

“ผมแบ่งเก็บไว้ส่วนหนึ่งแล้วครับ อีกอย่างผมกลัวใช้เพลินจนหมด ฝากแม่ไว้นั่นแหละผมอุ่นใจกว่า”

“งั้นก็ได้ เดี๋ยวแม่เก็บไว้ให้ พอถึงเวลาลูกจะแต่งงานหรือซื้อบ้านค่อยเอามาใช้...”

“...”

หลินฮ่าวพูดคุยถามไถ่สารทุกข์สุกดิบกับแม่ที่บ้านอีกสักพักก่อนจะวางสายไป

ในบทสนทนานั้น หลินฮ่าวเน้นพูดเรื่องพัสดุเพื่อให้แม่สบายใจ และบอกเล่า ‘ความเป็นอยู่’ ของเขาในตอนนี้ เรื่องการเลื่อนตำแหน่งหรือโบนัสก้อนโตนั้น อันที่จริงเป็นเรื่องที่เขาแต่งขึ้นเพื่อความสบายใจของพ่อแม่เท่านั้น

หลินฮ่าวไม่ได้อยากโกหก แต่เรื่องราวที่เกิดขึ้นกับเขาในช่วงนี้มันมหัศจรรย์เกินไป ต่อให้พูดไปแม่ก็คงไม่เชื่อ หรือแย่กว่านั้นท่านอาจจะคิดว่าเขาสติแตกไปแล้วก็ได้ เขาจึงทำได้เพียงเลือกวิธีที่ปลอดภัยที่สุด

หลังจากวางสาย หลินฮ่าวก็กดโอนเงินผ่านแอปพลิเคชันธนาคารในมือถือเข้าบัญชีของแม่ไปหนึ่งหมื่นหยวน

เมื่อเทียบกับทรัพย์สินที่หลินฮ่าวมีอยู่ในตอนนี้ เงินหนึ่งหมื่นหยวนถือว่าไม่มาก แต่เขารู้ดีว่านี่คือจำนวนที่แม่จะยอมรับได้อย่างสบายใจที่สุด ต่อให้เขาเลื่อนตำแหน่งจริงๆ เงินที่เขาจะเอาให้ท่านได้ก็คงไม่ต่างจากนี้เท่าไหร่นัก

เงินหนึ่งหมื่นหยวนนี้ หลินฮ่าวอ้างอิงจาก ‘ความเป็นอยู่’ ของตัวเอง ถ้าให้เยอะเกินไป แม่ต้องระแวงเป็นแน่

นับตั้งแต่เริ่มทำงาน หลินฮ่าวจะแบ่งเงินเดือนส่วนหนึ่งส่งกลับบ้านทุกเดือน พ่อกับแม่ไม่เคยแตะต้องเงินก้อนนั้น พวกท่านเสียดายเงินของลูกจึงเก็บไว้ให้เขาอย่างเงียบๆ หลินฮ่าวรู้อยู่เต็มอก แต่เขาก็ยังทำแบบเดิมต่อไป เพราะนั่นทำให้พ่อกับแม่รู้สึกภูมิใจและอุ่นใจ

ลูกชายที่ไปทำงานในเมืองไม่เพียงแค่เลี้ยงตัวเองได้ แต่ยังมีเงินส่งกลับบ้านตามเวลา แค่นี้คนเป็นพ่อแม่เวลาออกไปข้างนอกก็ยืดอกได้อย่างเต็มภาคภูมิ

สิ่งที่พ่อแม่ต้องการชั่วชีวิตอาจไม่ใช่การที่ลูกต้องตอบแทนเงินทองมากมาย แต่คือการเห็นลูกมีความสุขและสุขภาพแข็งแรง และถ้าลูกโทรศัพท์มาถามไถ่บ้างเป็นครั้งคราว ท่านก็มีความสุขแล้ว

ความรักของพ่อแม่มักจะเรียบง่ายเพียงเท่านี้

โอนเงินไปได้ไม่นาน แม่ก็โทรกลับมาทันที หากหลินฮ่าวเดาไม่ผิด เงินคงเข้าบัญชีเรียบร้อยแล้ว พอเห็นข้อความแจ้งเตือนจากธนาคาร แม่ก็รีบโทรมาหาเขาทันที

ซึ่งนี่เป็นสิ่งที่หลินฮ่าวคาดการณ์ไว้แล้ว บัญชีของแม่ผูกกับบริการแจ้งเตือนทาง SMS ดังนั้นทันทีที่ยอดเงินในบัญชีมีการเปลี่ยนแปลง มือถือของแม่ก็จะได้รับข้อความแจ้งทันทีและก็เป็นไปตามคาด แม่โทรมาเพื่อเรื่องนี้โดยเฉพาะ

พูดตามตรง หลังจากเห็นยอดเงินโอนเข้า หลี่ชุนหลานก็เกือบจะตั้งตัวไม่ติดเลยทีเดียว เงินหนึ่งหมื่นหยวน... ก่อนหน้านี้หลินฮ่าวโอนกลับมาเดือนละพันถึงสองพันหยวน บางเดือนมากหน่อยก็สามพันหยวน ซึ่งหลี่ชุนหลานรู้ดีว่านั่นคือเงินที่ลูกชายประหยัดอดออมเพื่อส่งมาให้

แม้เธอจะไม่เคยไปเมืองใหญ่และไม่เคยเห็นโลกกว้าง แต่เธอก็รู้จากคนอื่นว่าเด็กที่เพิ่งเรียนจบใหม่เงินเดือนมักจะไม่สูงนัก โดยเฉพาะในเมืองใหญ่ที่ต้องจ่ายทุกอย่าง ถ้าไม่มีการประหยัดก็อาจไม่พอใช้ด้วยซ้ำ ครั้งนี้ลูกชายกลับส่งมาให้เยอะขนาดนี้ ต่อให้ได้ยินข่าวเรื่องการเลื่อนตำแหน่งแล้ว เธอก็ยังรู้สึกว่ามันเหมือนฝันอยู่ดี

โชคดีที่หลินฮ่าวเตรียมตัวมาดี เขาอธิบายจนแม่คลายกังวลลงได้ หลังจากผ่านด่านแรกไปแล้ว เชื่อว่าถ้าวันหลังมีอะไรเพิ่มเติม แม่ก็น่าจะยอมรับได้ง่ายขึ้น

เมื่อแม่สบายใจขึ้นแล้ว หลินฮ่าวก็เริ่มวางแผนว่าปีนี้ตอนกลับบ้านจะปรับปรุงสภาพความเป็นอยู่ของพ่อแม่ได้อย่างไรบ้าง จะเพิ่มคุณภาพชีวิตให้พวกท่านได้อย่างไร เพื่อให้พวกท่านได้ปลดเปลื้องภาระหนักอึ้งในชีวิตเสียที

จากนี้ไป เขาจะเป็นคนแบกรับทุกอย่างไว้เอง

ดังนั้น ร้านเล็กๆ แห่งนี้จึงต้องดำเนินต่อไป ไม่เพียงเพื่อเป็นงานให้เขาทำ แต่ยังเป็นหลักประกันของแหล่งรายได้ที่มั่นคงอีกด้วย

ในช่วงเย็นย่ำ ร้านก็ได้ต้อนรับลูกค้ากลุ่มใหม่เข้ามา เนื่องจากเสี่ยวหลงเปาขายหมดตั้งแต่ตอนเที่ยง คนที่มาตอนเย็นจึงมีไม่มากนัก ขณะที่หลินฮ่าวเพิ่งยกจานข้าวผัดไข่ไปเสิร์ฟและกำลังเดินกลับมา เขาก็สังเกตเห็นสิ่งผิดปกติบางอย่าง

หน้าต่างสถานะของระบบมีการเปลี่ยนแปลง!

[เจ้าของร่าง: หลินฮ่าว]

[อายุ: 24]

[เช็คอิน: เช็คอินวันนี้แล้ว]

[ทักษะ: การทำอาหาร (ระดับเชี่ยวชาญ): 0/1000]

[ภารกิจ: ไม่มี]

[ไอเทม: ไม่มี]

...

ภารกิจของระบบวันนี้ไม่มีอะไรคืบหน้าแต่ในช่องทักษะ ระดับการทำอาหารของหลินฮ่าวขยับจาก ‘ระดับชำนาญ’ ขึ้นมาเป็น ‘ระดับเชี่ยวชาญ’ แล้ว และแต้มประสบการณ์ด้านหลังก็ถูกล้างกลายเป็นศูนย์เพื่อเริ่มนับใหม่

ดูท่าช่วงนี้เขาจะปั๊มค่าประสบการณ์ในร้านไปได้เยอะพอสมควรเลย

เพียงแต่... หลินฮ่าวก็อดสงสัยไม่ได้ว่า หลังจาก ‘ระดับเชี่ยวชาญ’ แล้ว จะมีระดับไหนรออยู่อีก?