ตอน 26
บทที่ 26 ผมมีความคิดกล้าหาญบางอย่าง
ไม่รู้ว่าเป็นเพราะเหตุใด ทันทีที่เห็นรอยยิ้มของหลินฮ่าวเมื่อครู่ หัวใจของหยางซีก็เกิดอาการสั่นไหวขึ้นมาวูบหนึ่ง ความรู้สึกเหมือนโดนความหล่อเข้าจู่โจมอย่างจัง
ทั้งที่ครั้งก่อนมาที่นี่ก็ไม่ได้รู้สึกอะไรแบบนี้ หยางซีเองก็อธิบายไม่ได้เหมือนกันว่าทำไมถึงเป็นแบบนี้ หรือว่าเธอจะกำลังหลงเสน่ห์เขาเข้าให้แล้ว?
ไม่มีทางต้องเป็นเพราะคราวก่อนเธอไม่ได้สังเกตให้ดี จนมองข้ามความหล่อเหลาของเขาไปแน่ๆ ในขณะที่หยางซีครุ่นคิดอยู่นั้น หลินฮ่าวก็เดินเข้ามาหา
“ถ้าต้องการน้ำส้มสายชูหรือซอสพริก บนโต๊ะมีวางไว้อยู่ครับ”
หลินฮ่าวโค้งตัวลงเล็กน้อย วางเข่งเสี่ยวหลงเป่าและจานเปล่าลงตรงหน้าหยางซี ใบหน้าของเขายังคงเปื้อนรอยยิ้มอ่อนโยนดั่งเช่นทุกครั้ง ในฐานะเจ้าของร้านจะให้ทำหน้าบึ้งตึงใส่ลูกค้าก็คงไม่ใช่เรื่อง บริการด้วยรอยยิ้มถือเป็นสิ่งที่จำเป็น
“ขอบคุณค่ะ”
ไม่รู้ว่าเป็นเพราะเธอคิดไปเองหรืออย่างไร ยามได้มองเสี้ยวหน้าและรอยยิ้มอันอบอุ่นของหลินฮ่าว หยางซีรู้สึกว่าจังหวะการเต้นของหัวใจเธอเหมือนจะผิดปกติไปจังหวะหนึ่ง
“เชิญทานให้อร่อยนะครับ หากต้องการอะไรเรียกผมได้ตลอด”
โชคดีที่หลินฮ่าวไม่ได้สังเกตเห็นความผิดปกติของหยางซี เขาพูดทิ้งท้ายไว้เพียงเท่านั้นก่อนจะหมุนตัวกลับเข้าครัว
สายตาของหยางซีจับจ้องไปยังแผ่นหลังของหลินฮ่าวที่เดินเข้าครัวไปนานหลายวินาที กว่าจะยอมละสายตาออกมาด้วยความอาลัยการมาที่นี่วันนี้ถือว่าได้กำไรคุ้มค่าจริงๆ
เดิมทีเมื่อคืนนี้ตอนที่หยางซีกำลังไถหน้าฟีดแนะนำร้านอาหาร เธอก็ไปเจอกับกระทู้แนะนำเสี่ยวหลงเป่าเข้าโดยบังเอิญ แล้วถึงได้พบว่าร้านนี้คือร้านที่เธอเคยมาเมื่อวันก่อน
สำหรับร้านนี้ หยางซียังคงมีความประทับใจไม่รู้ลืม โดยเฉพาะกล่องดนตรีจากกิจกรรมเมื่อสองวันก่อนที่เธอถูกใจเสียจนไม่อยากวาง และที่สำคัญกว่านั้นคือเจ้าของร้านนิสัยดีแถมฝีมือทำอาหารยังไม่เลวอีกด้วย
เมื่อรู้ว่าร้านที่เคยจัดกิจกรรมได้ออกเมนูใหม่ หยางซีจึงตั้งใจแวะมาอุดหนุนในวันนี้ ซึ่งแม้จะเป็นเพราะความประทับใจในกล่องดนตรีใบนั้น แต่เธอก็รู้สึกว่าตัวเองควรค่าแก่การมาให้กำลังใจ
ใครจะไปคิดว่าจะได้รับความประหลาดใจเป็นของแถม
เป็นการค้นพบที่ยิ่งใหญ่จริงๆ!
ด้วยความที่หลินฮ่าวอยู่ในร้าน หยางซีจึงไม่กล้าแสดงอาการเพ้อเจ้อต่อ เธอรวบรวมสติแล้วเบนความสนใจทั้งหมดไปที่เสี่ยวหลงเป่าตรงหน้า
เสี่ยวหลงเป่าหกลูกวางเรียงกันอย่างเป็นระเบียบอยู่ในเข่งไม้ไผ่ ขนาดของมันไม่ใหญ่โตทว่ากลับดูงดงามอย่างน่าประหลาด จนอดใจไม่ไหวที่จะต้องลิ้มลองสักคำ
หยางซีคีบเสี่ยวหลงเป่าขึ้นมาเบาๆ มือขวาถือช้อนกระเบื้องสีขาวรองไว้ด้านล่าง เธอจ่อมันไว้ที่ริมฝีปากแล้วกัดเป็นรูเล็กๆ ก่อนจะสูดน้ำซุปเข้าไปโดยไม่สนใจความร้อน
เพียงชั่วพริบตา รสชาติอันโอชะที่เข้มข้นก็แผ่ซ่านไปทั่วต่อมรับรส ก่อนจะค่อยๆ กระจายตัวอยู่ในช่องปาก หยางซีถึงกับตะลึง เสี่ยวหลงเป่าพวกนี้... ทำไมถึงได้อร่อยขนาดนี้!
แค่รสสัมผัสของน้ำซุปก็ทำให้เธอถอนตัวไม่ขึ้นแล้ว
หลังจากค่อยๆ ซดน้ำซุปจนหมด หยางซีก็กัดกินตัวแป้งที่ห่อหุ้มไส้ด้านใน สัมผัสถึงความอร่อยที่หมุนวนอยู่ภายใน ใบหน้าของหยางซีเหลือเพียงความอิ่มเอมใจ
อร่อยเหลือเกิน!
เมื่อจัดการชิ้นแรกเสร็จ หยางซีก็พุ่งเป้าไปที่อีกห้าลูกที่เหลือด้วยความกระหาย ไม่นานนักเสี่ยวหลงเป่าทั้งเข่งก็ลงไปอยู่ในท้องของเธอจนหมด
“เจ้าของร้านคะ ขอเสี่ยวหลงเป่าเพิ่มอีกที่ค่ะ”
ปริมาณเสี่ยวหลงเป่าหนึ่งที่ไม่ได้มากมายนัก แม้ว่าตอนนี้หยางซีจะอิ่มไปแล้วประมาณเจ็ดถึงแปดส่วน แต่ความอร่อยที่อยู่ตรงหน้าทำให้เธอไม่สนความสำรวมใดๆ ทั้งสิ้น และสั่งเพิ่มทันที
ในระหว่างนั้นหยางซีสังเกตเห็นป้ายราคาบนผนังว่าเสี่ยวหลงเป่าหนึ่งที่ราคา 30 หยวน ตอนที่เธอเข้ามาไม่ได้ดูราคาเลยด้วยซ้ำจึงสั่งไปทันที ถึงตอนนี้ถึงเพิ่งรู้ว่าราคานี้ไม่ได้ถือว่าถูกเลย
หากเป็นเมื่อก่อนหยางซีอาจจะกังวลเรื่องราคาอยู่บ้างแต่หลังจากได้ลิ้มรสเสี่ยวหลงเป่าฝีมือหลินฮ่าวจริงๆ แล้ว เธอกลับรู้สึกว่าราคานี้ไม่แพงเลยแม้แต่น้อย มิหนำซ้ำยังรู้สึกว่าถูกเกินไปเสียด้วยซ้ำ
ตอนไปท่องเที่ยวที่อื่น หยางซีเคยทานเสี่ยวหลงเป่าขึ้นชื่อมาบ้าง ซึ่งราคาแพงกว่าที่นี่หลายเท่า แต่รสชาติเทียบกันไม่ได้เลยแม้แต่นิดเดียวบอกได้คำเดียวว่าเสี่ยวหลงเป่าร้านนี้มันสุดยอดจริงๆ
เจ้าของร้านก็หล่อ แถมยังทำเสี่ยวหลงเป่าอร่อยขนาดนี้ หยางซีรู้สึกว่าเธอแทบจะต้านทานเสน่ห์ของเขาไม่ไหวแล้ว
เนื่องจากเพิ่งทานไปหนึ่งที่ ท้องของหยางซีจึงเริ่มอิ่ม เธอจึงค่อยๆ ละเมียดทานที่สองอย่างช้าๆ นอกเหนือจากกลัวจะแน่นท้องแล้ว เธอยังอยากซึมซับบรรยากาศนี้ให้ได้นานที่สุด
บนโลกนี้ สิ่งที่ไม่ควรทรยศที่สุดมีเพียงอาหารรสเลิศและความรัก
ยังไม่ทันที่เธอจะทานที่สองหมด ก็มีลูกค้าใหม่เดินเข้ามาในร้าน ทันทีที่ก้าวเข้ามา พวกเขาก็ถูกกลิ่นหอมของร้านดึงดูดเข้าทันที และไม่นานสายตาของพวกเขาก็จับจ้องไปที่เสี่ยวหลงเป่าตรงหน้าหยางซี
“เจ้าของร้านครับ ขอเสี่ยวหลงเป่าที่หนึ่ง”
ลูกค้าคนนั้นเหลือบมองราคาแล้วชะงักไปเล็กน้อยเพราะรู้สึกว่าไม่ถูกนัก แต่สุดท้ายใจที่โดนความหอมยั่วยวนก็ยอมสยบแต่โดยดี
หลังจากนั้นก็มีลูกค้าทยอยเข้ามาเรื่อยๆ ทั้งขาประจำที่เคยมาทาน ทั้งลูกค้าที่ตามรอยมาจากกระทู้ในเน็ต รวมถึงคนเดินผ่านไปมาที่โดนกลิ่นหอมล่อใจเข้ามา
แม้ว่าหลายคนจะลังเลใจตอนเห็นราคา แต่กลิ่นหอมที่โชยออกมาจากเสี่ยวหลงเป่ามันช่างเย้ายวนใจเกินต้านทาน ยิ่งได้เห็นลูกค้าคนอื่นนั่งทานด้วยสีหน้าฟินสุดขีด ทุกคนก็อดใจไม่ไหวสั่งตามกันไปหมด
จากเมื่อวานที่แทบไม่มีใครแล ผ่านไปเพียงวันเดียว ยอดขายเสี่ยวหลงเป่าก็พุ่งกระฉูด ยังไม่ทันจะหมดช่วงเวลาพักเที่ยง เสี่ยวหลงเป่าที่เตรียมไว้สำหรับช่วงเช้าก็ขายหมดเกลี้ยง!
เทียบกับสถานการณ์เมื่อวานแล้ว ความแตกต่างนี้ช่างฟ้ากับเหวชัดๆ
“วันนี้ขายหมดแล้วครับ”
เมื่อต้องเผชิญกับคำถามของลูกค้าที่เดินตามกลิ่นหอมเข้ามาหรือคนที่อยากสั่งเพิ่ม หลินฮ่าวก็ได้แต่ตอบไปตามตรง ด้านหนึ่งเป็นเพราะยอดขายเมื่อวานทำให้เขาไม่ค่อยมั่นใจ จึงเตรียมของไว้น้อยกว่าเมื่อวานเล็กน้อยเพื่อกันของเหลือ
แต่อีกด้านเป็นเพราะมีลูกค้ามาเยอะกว่าที่คิด แถมบางคนยังเหมาไปหลายที่ของที่เตรียมไว้ตอนเช้าจึงไม่พอขาย เมื่อมีคนถามว่าจะทำเพิ่มตอนไหน หรือถึงขั้นเสนอตัวว่าจะรอให้เขาทำใหม่ หลินฮ่าวก็ได้แต่บอกอย่างเสียดายว่าพรุ่งนี้ค่อยมาใหม่นะ
เพราะวัตถุดิบที่เตรียมไว้สำหรับวันนี้ใช้ไปเกือบหมดแล้ว หากจะทำเพิ่มเขาต้องออกไปหาซื้อของใหม่ อีกอย่างคือการทำเสี่ยวหลงเป่ามันกินแรงและใช้เวลามาก หลินฮ่าวจึงวางแผนไว้ว่าจะขายเฉพาะช่วงเช้าเท่านั้น ส่วนตอนบ่ายจะปิดพัก และช่วงเย็นก็ถือโอกาสอู้งานไปในตัว
แม้จะทำให้รายได้ลดลงไปบ้าง แต่สำหรับหลินฮ่าวในตอนนี้ เงินไม่ใช่ปัญหาใหญ่อะไรอีกแล้ว
มีทั้งคอนโดในย่านการศึกษาถึงสองห้อง ไหนจะร้านนี้อีก แล้วยังมีนาฬิกามูลค่ากว่าเจ็ดแสนหยวน ถ้าไม่เกิดภัยพิบัติครั้งใหญ่ แค่ของพวกนี้ก็เพียงพอให้เขาใช้ชีวิตได้อย่างไร้กังวลไปตลอดชีวิตที่บ้านเกิดแล้ว
ในเมื่อไม่ต้องดิ้นรนหาเงินเหมือนเมื่อก่อน หลินฮ่าวจึงคิดว่าจะใช้ชีวิตให้คุ้มค่าเสียหน่อย บ้านก็มีแล้วส่วนรถ... เงินในบัญชีธนาคารก็น่าจะพอถอยคันที่ดูดีได้สักคัน ตอนนี้ก็เหลือแค่... ขาดภรรยาสักคน
ไม่รู้ว่าระบบจะจัดหาให้ได้ไหมนะ?
เมื่อไหร่จะให้รางวัลเป็นภรรยาสักคนล่ะเนี่ย?