ตอน 30

บทที่ 30 : ยังคงจ้องจะรังแกเธออยู่คนเดียวสินะ


หลี่กั๋วเฉียงไม่ได้โต้แย้งคำพูดของหลินอี แต่เขากลับสั่งการด้วยน้ำเสียงขรึม


“พรุ่งนี้เธอเริ่มไปทำความสะอาดคอกหมูได้เลย หมูพวกนั้นเป็นทรัพย์สินสำคัญของหมู่บ้าน ห้ามเกิดข้อผิดพลาดเด็ดขาด คอกหมูต้องถูกทำความสะอาดให้เอี่ยมอ่องทุกวัน หากเธออู้งานหรือทำความสะอาดไม่เรียบร้อย นอกจากจะไม่ได้รับคะแนนงานแล้ว เวลาลงโทษจะถูกขยายออกไปเรื่อยๆ ด้วย”


การทำความสะอาดคอกหมูได้คะแนนเพียงวันละสามคะแนนเท่านั้น ถึงจะน้อยแต่มันก็คือคะแนนงาน!


ทว่าหากทำไม่สะอาดกลับไม่ได้เลยสักคะแนน แถมยังต้องถูกเพิ่มเวลาลงโทษไปอีก หลินอีขบเขี้ยวเคี้ยวฟันอยู่ในใจ เธอนึกเกลียดชังหลี่กั๋วเฉียงจนแทบอยากจะฉีกร่างเขาเป็นชิ้นๆ


เธอเตรียมใจจะอู้งานไว้แล้วเชียว แต่กลับต้องมาเจอเรื่องแบบนี้! นี่มันรังแกกันชัดๆ! ยังคงจ้องจะรังแกเธออยู่คนเดียวสินะ


หลี่กั๋วเฉียงไม่ได้ใส่ใจเลยสักนิดว่าหลินอีจะเกลียดเขาหรือไม่ ความเกลียดชังของเธอไม่มีผลอะไรต่อเขาเลยสักนิด และเขาก็ยิ่งไม่สนใจว่าหลินอีจะยอมรับหรือไม่ว่าเธอเป็นคนยุยงให้ 'เอ้อโก่วจื่อ' ไปก่อเรื่อง


ตอนนี้เขาแค่ต้องการลงโทษเธอให้ไปทำความสะอาดคอกหมู เพื่อให้เป็นคำตอบต่อ 'สหายโม่' ก็เท่านั้น เรื่องบางเรื่องถึงแม้สหายหลินจะไม่ยอมรับ แต่ทำก็คือทำ จะคิดว่าแค่ไม่ยอมรับแล้วจะกู้ชื่อเสียงกลับมาได้หรือ?


แม่สาวจากในเมืองผู้นี้ดูถูกพลังของเหล่าหญิงปากสว่างในหมู่บ้านมากเกินไปแล้ว ชื่อเสียงของเธอพังยับเยินไปตั้งแต่ตอนที่เอ้อโก่วจื่อหลุดปากออกมาว่าเธอเป็นคนบงการให้ปล่อยข่าวลือแล้ว เพียงแต่ตอนนี้พวกป้าๆ เหล่านั้นมัวแต่ยุ่งกับการแบ่งเนื้อหมูป่า


จึงยังไม่มีใครหยิบยกเรื่องนี้มาวิพากษ์วิจารณ์ต่อเท่านั้นเอง


หลินอีไม่รู้เลยว่าหลี่กั๋วเฉียงคิดอะไรอยู่ เมื่อเห็นว่าเขาสั่งบทลงโทษเสร็จก็ไม่พูดอะไรต่อ เธอจึงเกิดโทสะและชี้นิ้วไปทางหวังกุ้ยฟาง


“หัวหน้าทีมคะ การทะเลาะวิวาทมันเป็นเรื่องของคนสองคน คุณจะลงโทษฉันคนเดียวไม่ได้ แล้วสหายหวังล่ะคะ ไม่ต้องไปทำความสะอาดคอกหมูพร้อมกับฉันหรือยังไง?”


ในเมื่อเธอต้องลำบาก นังผู้หญิงสารเลวหวังกุ้ยฟางก็อย่าได้หวังว่าจะอยู่อย่างสุขสบาย!


หลินอีจ้องเขม็งไปที่หวังกุ้ยฟางโดยไม่ปิดบังความแค้นในใจ หวังกุ้ยฟางไม่พอใจที่หลินอีพยายามลากเธอลงน้ำ เธอถลึงตาตอบกลับทันที คอกหมูทั้งเหม็นทั้งได้คะแนนน้อย เธอไม่เอาด้วยเด็ดขาด!


หลี่กั๋วเฉียงกำลังครุ่นคิดว่าจะลงโทษหวังกุ้ยฟางอย่างไร พอได้ยินคำพูดของหลินอี สีหน้าเขาก็เปลี่ยนเป็นดำทะมึน


“ไม่ได้ สหายหวังไม่ต้องไปทำความสะอาดคอกหมูพร้อมกับเธอ”


หากสองคนนี้คุมอารมณ์ไม่อยู่แล้วเกิดทะเลาะกันในคอกหมู หมูในหมู่บ้านจะตื่นตกใจจนเกิดเรื่องเอาได้ หลินอีเห็นได้ชัดว่าไม่ได้คิดถึงจุดนี้ เธอเข้าใจไปว่าหลี่กั๋วเฉียงกำลังลำเอียงเข้าข้างหวังกุ้ยฟาง ยิ่งโกรธจัด


“หัวหน้าทีม คุณห้ามลำเอียงนะคะ ทะเลาะกันก็ผิดทั้งคู่ ทำไมถึงลงโทษฉันคนเดียว ฉันไม่ยอม รังแกฉันชัดๆ!”


“ใครบอกว่าไม่ลงโทษ สหายหลินหุบปากเดี๋ยวนี้!”


ความคิดถูกขัดจังหวะซ้ำแล้วซ้ำเล่า หลี่กั๋วเฉียงเริ่มรำคาญหลินอี น้ำเสียงที่พูดจึงหนักแน่นและดุดันขึ้น


หลินอีตกใจจนสะดุ้งรีบหุบปากเงียบ แต่ทว่าหางตาก็เริ่มมีน้ำตาคลอเบ้า เธอปล่อยให้น้ำตาไหลพรากทำท่าทางน่าสงสารเสียเต็มประดา และยังคอยเหล่ไปทางยุวปัญญาชนผู้ชายเหล่านั้นเป็นระยะๆ โดยตั้งใจเว้นซุนฮ่าวอวี่เอาไว้


เมื่อเห็นท่าทางน่าสงสารของเธอ 'ข่งเหวินจู๋' ก็ทนไม่ไหวอีกต่อไป จึงเอ่ยปากช่วย


“หัวหน้าทีมครับ คุณควรตัดสินอย่างยุติธรรมนะครับ หลินจือชิงโดนทำโทษแล้ว หวังจือชิงไม่โดนทำโทษมันจะดูไม่ดีนะครับ ยังไงตอนทะเลาะกันเธอก็เป็นคนลงมือก่อน ยิ่งสมควรถูกทำโทษครับ”


ทันทีที่พูดจบ ข่งเหวินจู๋ก็ได้รับสายตาค้อนวงใหญ่จากหวังกุ้ยฟาง


“ข่งเหวินจู๋ นายชอบนังหลินอีใช่ไหม ถึงได้คอยพูดแก้ต่างให้มันทุกเรื่องแบบนี้!”


“สหายหวัง เธอพูดจาเหลวไหลอะไร อย่าทำให้ชื่อเสียงของสหายหลินเสียหายนะ!”


เมื่อความในใจถูกพูดออกมาต่อหน้าธารกำนัล ข่งเหวินจู๋ก็หน้าแดงก่ำด้วยความลนลาน


“หึ ไม่ได้เหลวไหลหรอก ใครบางคนน่ะรู้ดีที่สุด บางทีอาจจะพากันไปมุดป่าไม้กันมาแล้วก็ได้!”


เมื่อเห็นว่าทั้งสองคนกำลังจะทะเลาะกันอีก 'ซูเจี้ยนกั๋ว' จึงยื่นมือไปดึงข่งเหวินจู๋ไว้พร้อมส่งสายตาบอกให้หยุดแค่นี้ แค่ที่พักยุวปัญญาชนก็วุ่นวายและอับอายมากพอแล้ว อย่าได้หาวัตถุดิบไปให้พวกป้าๆ นำไปนินทาสนุกปากต่อเลย


ทว่าข่งเหวินจู๋กลับไม่เข้าใจสายตาของซูเจี้ยนกั๋ว เขาปัดมือออกและยังคงเถียงกับหวังกุ้ยฟางหน้าแดงๆ ต่อไป


“สหายหวัง ทำไมเธอถึงมีความคิดสกปรกแบบนี้ ผมกับสหายหลินเราบริสุทธิ์ใจต่อกัน!”


“หึ สายตาของนายมันจ้องแต่จะจับจ้องเขา หวานเลี่ยนซะขนาดนั้น ใครจะไปรู้ว่าลับหลังพวกนายจะทำเรื่องน่าอับอายกันไปบ้างแล้ว!”


เมื่อได้ยินเช่นนั้น พวกป้าๆ ต่างหูผึ่ง ดวงตาเป็นประกายวับวาวจ้องมองไปที่ข่งเหวินจู๋และหลินอีสลับไปมา เรื่องจริงหรือเนี่ย? สหายข่งชอบสหายหลินรึ? แล้วพวกเขาคบกันหรือยัง? แอบไปมุดป่ากันจริงหรือเปล่า...


ความสนใจของทุกคนพุ่งไปที่คนทั้งคู่ ไม่มีใครสังเกตเห็นเลยว่าซุนฮ่าวอวี่กำลังกำหมัดแน่น เขาจ้องมองพื้นด้วยใบหน้าที่บิดเบี้ยวในเงามืดนังหลินอี... ไม่นึกเลยว่าเธอจะกล้าสำส่อนไปทั่วขนาดนี้!


ถึงแม้ซุนฮ่าวอวี่จะไม่มีวันแต่งงานกับหลินอี แต่เขาก็รับไม่ได้ที่เห็นเธอไปพัวพันกับผู้ชายคนอื่น


“หวังกุ้ยฟาง เธอจิตใจโหดร้ายนัก! ฉันไปทำอะไรให้เธอถึงได้ใส่ร้ายฉันกับสหายข่งแบบนี้!”


หลินอีตะโกนใส่หวังกุ้ยฟางแล้วยกมือขึ้นปิดหน้าสะอื้นไห้เสียงดัง


หลี่กั๋วเฉียงรู้สึกปวดหัวจนแทบระเบิด เมื่อเห็นหวังกุ้ยฟางมีสีหน้าภาคภูมิใจและทำท่าจะพูดต่อ เขาจึงตวาดเสียงดัง


“พอได้แล้ว! สหายหวัง เรื่องบางอย่างถ้าไม่มีหลักฐานก็อย่าพูดจาส่งเดช”


เมื่อถูกตวาด หวังกุ้ยฟางก็เบ้ปากแอบบ่นอุบอิบในใจ แต่ด้วยเกรงกลัวอำนาจของหัวหน้าทีม เธอจึงจำใจยอมหุบปากลง


“หัวหน้าทีม ท่านต้องให้ความเป็นธรรมกับฉันนะคะ สหายหวังคนนี้รังแกกันเกินไปแล้ว ต้องลงโทษให้หนักเลยนะคะ”


หลินอีสังเกตเห็นสายตาอยากรู้อยากเห็นของพวกป้าๆ จึงเกลียดหวังกุ้ยฟางที่ชอบพูดจาเพ้อเจ้อที่สุด ในขณะที่ปิดหน้าร้องไห้ เธอก็ไม่ลืมที่จะเรียกร้องให้หลี่กั๋วเฉียงลงโทษหวังกุ้ยฟาง


“สหายหวัง ในเมื่อเริ่มลงมือก่อน แถมยังมาปล่อยข่าวลือใส่ร้ายผู้อื่น อีกไม่กี่วันข้างหน้าจะมีงานขุดคูน้ำ เธอต้องไปลงชื่อเข้าร่วมด้วย”


งานขุดคูน้ำเป็นงานใช้แรงงานหนัก ถึงคะแนนงานจะสูงแต่ก็เหนื่อยแสนสาหัส โดยปกติจะมีแต่ผู้ชายเท่านั้นที่ทำกัน แม้หวังกุ้ยฟางจะขาดแคลนเงินทองและเสบียง แต่ตัวเธอเองก็กลัวความเหนื่อยยากเช่นกัน


“หัวหน้าทีมคะ ขุดคูน้ำมันเป็นงานของผู้ชาย ฉันเป็นยุวปัญญาชนหญิงแบบนี้มันไม่เหมาะมั้งคะ!”


เธอไม่พอใจกับบทลงโทษนี้อย่างยิ่ง เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายไม่พอใจ หลินอีกลับรู้สึกพอใจขึ้นมาทันที เธอเคยได้ยินมาว่าคนที่ไปขุดคูน้ำ พอขุดเสร็จแต่ละคนผอมโซลงหลายเท่าตัว เพราะมันทั้งเหนื่อยทั้งลำบาก!


ข่งเหวินจู๋ยังคงผูกใจเจ็บที่หวังกุ้ยฟางใส่ร้ายเขาก่อนหน้านี้ จึงเอ่ยแขวะด้วยน้ำเสียงประชดประชัน


“สหายหวัง เธอไม่ใช่ว่าขาดเงินมากหรือไง งานขุดคูน้ำน่ะดีจะตาย หัวหน้าทีมอุตส่าห์ลงโทษเธอแบบนี้ถือว่าปรานีมากแล้วนะ อย่าได้ทำตัวไม่รู้จักบุญคุณเลย!”


เมื่อได้ยินดังนั้น หวังกุ้ยฟางจึงถลึงตาใส่เขา


“นายก็ขาดเงินไม่ใช่หรือไง งั้นเอาไปทำเองไหมล่ะ จะได้เพิ่มคะแนนงานให้ตัวเองอีกหน่อย”


“หึ นี่เป็นบทลงโทษของหัวหน้าทีมที่มีต่อเธอ ผมรับช่วงต่อไม่ได้หรอก”


“งั้นก็หุบปากซะ อย่ามายุ่งเรื่องชาวบ้าน!”


เมื่อเห็นว่าทั้งคู่เตรียมจะทะเลาะกันอีก หลี่กั๋วเฉียงก็หน้าดำมืดลง


“พอได้แล้ว คืนนี้เรื่องนี้ถือว่าจบเพียงเท่านี้”


เขายังทานมื้อเย็นไม่เสร็จด้วยซ้ำ ไม่มีเวลามานั่งฟังพวกสหายจือชิงเถียงกันเรื่องไร้สาระแบบนี้หรอก


“หัวหน้าทีมคะ เรื่องยังไม่จบค่ะ สหายหลินทำชามข้าวฉันแตก มื้อเย็นฉันก็ถูกเธอทำลายไปหมดแล้ว เธอต้องชดใช้เงินให้ฉันค่ะ”


หวังกุ้ยฟางไม่ได้ลืมเป้าหมายหลักของการทะเลาะวิวาท เธอจงใจก่อเรื่องก็เพื่อจะตักตวงผลประโยชน์จากหลินอีไม่ใช่หรือ? หากตอนนี้ตัวเองโดนทำโทษแล้ว แต่ยังไม่ได้ผลประโยชน์อะไรกลับมา ก็ไม่ต่างอะไรกับการเสียทั้งเงินและเสียทั้งหน้า


จะยอมได้ยังไงกัน!


“ฉันจะชดใช้ให้เธอทำไม โต๊ะนั่นไม่ใช่ฉันที่ทำล้มสักหน่อย”


หลินอีจ้องเขม็งใส่หวังกุ้ยฟางโดยไม่ปิดบังความเกลียดชัง ใบหน้าของเธอยังคงเจ็บแสบอยู่เลย ยังมีหน้ามาทวงเงินอีกหรือ?


หึ... ในเมื่อไม่มีหลักฐาน เธอก็จะไม่จ่าย ใครจะทำไม!