ตอน 9
บทที่ 9 : การแจ้งเตือนภัยล่วงหน้าในหัวข้อฮิต
หลินมี่กดเปิดดูข่าวในทันที ภาพที่ปรากฏคือความโกลาหลในที่เกิดเหตุ รถยนต์หลายคันชนยับเยิน บางคันถึงขั้นหน้ารถพังยับจนเสียรูปทรง ในช่องแสดงความคิดเห็นต่างเต็มไปด้วยข้อความภาวนาและบทสนทนาเกี่ยวกับความปลอดภัยบนท้องถนน
วินาทีนั้น เธอรู้สึกถึงความไร้พลังอย่างบอกไม่ถูก ต่อให้รู้ล่วงหน้าแล้วอย่างไร? เธอจะทำอะไรได้? ให้โทรแจ้งตำรวจว่าเดี๋ยวจะมีอุบัติเหตุงั้นหรือ? เกรงว่าจะถูกหาว่าเป็นคนบ้าเสียมากกว่า
บางทีลึกๆ แล้วเธอก็เป็นคนเห็นแก่ตัว ในสถานการณ์ที่ยังไม่มีศักยภาพพอจะปกป้องตัวเอง เธอไม่กล้าเสี่ยงหรอก ยิ่งไปกว่านั้น อุบัติเหตุอย่างรถชนมันเป็นเรื่องที่ควบคุมได้ยากจริงๆ
"เฮ้อ..." หลินมี่ถอนหายใจแผ่วเบา
แม้ 'นิ้วทองคำ' นี้จะทรงพลัง แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะครอบจักรวาล สิ่งที่มันนำมาให้ไม่ใช่แค่โอกาส แต่ยังเป็นการทดสอบความเป็นมนุษย์และความเคารพในกฎเกณฑ์
ช่วงเวลาต่อจากนั้น หลินมี่คอยจับตาดูความเคลื่อนไหวของราคาหุ้น 'เฟิงหัวเทคโนโลยี' ไปพร้อมกับทำภารกิจประจำวันใน 'เวอร์ชันร่ำรวย' และคอยตอบคอมเมนต์ในเชิงบวก จนได้รับค่าพลังงานมาอีกสิบกว่าแต้ม
ราคาหุ้นของเฟิงหัวเทคโนโลยีแกว่งตัวเล็กน้อยหลังเปิดตลาด มีช่วงหนึ่งที่ราคาดิ่งต่ำกว่าต้นทุนของเธอด้วยซ้ำ ทำให้หัวใจของหลินมี่เต้นไม่เป็นจังหวะ
ช่วงเวลานี้แหละคือการทดสอบความนิ่งและความกล้าหาญของนักลงทุน เธอเห็นคนจำนวนไม่น้อยเทขายหุ้นหนีออกจากตลาดไปแล้วแต่พอเธอนึกถึงคำว่า "พุ่งชนเพดาน" ที่ปรากฏชัดเจนในหัวข้อฮิต เธอก็กลับมาใจเย็นลงได้ในเวลาไม่นาน
หากไม่มีนิ้วทองคำนี้ เธอคงทนรับแรงกดดันเช่นนี้ไม่ได้แน่
"จริงสิ!"
จู่ๆ หลินมี่ก็นึกถึงเรื่องค่าอิทธิพลในภารกิจประจำวันขึ้นมาได้ เธอรีบโพสต์ข้อความลงในแอปโต่วอิน ว่าหุ้นเฟิงหัวเทคโนโลยีมีแนวโน้มจะพุ่งชนเพดาน
เธอศึกษามาอย่างดีแล้ว ทุกถ้อยคำที่เธอสื่อสารในแอปนี้ล้วนผูกติดอยู่กับค่าพลังงาน กล่าวอีกนัยหนึ่งคือเธอต้องเพิ่มกระแสความนิยมให้กับตัวเอง ยิ่งมีคนสนใจและได้รับคำแนะนำในแง่บวกจากเธอมากเท่าไหร่ ค่าพลังงานของเธอก็จะยิ่งพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว
และนั่นจะทำให้เธอสามารถปลดล็อกจำนวนวันที่มองเห็นอนาคตได้มากขึ้นตามไปด้วย
ผลปรากฏว่าหลังโพสต์ไปได้ครึ่งชั่วโมง เธอได้รับคอมเมนต์เหน็บแนมและโต้แย้งเข้ามาไม่ขาดสาย แต่หลินมี่ไม่ได้ใส่ใจนัก ตอนนี้เป็นเพียงแค่การปูทางสะสมชื่อเสียงเท่านั้น รอให้สิ่งที่เธอพูดเป็นจริงขึ้นมาทีละเรื่อง เมื่อนั้นผู้คนก็จะเชื่อถือและแห่มาติดตามเธอเอง
ถึงเวลานั้น ค่าพลังงานของเธอก็จะมีแต่พุ่งกระฉูด
นึกดูแล้วก็คล้ายกับเรื่องเล่าในตำนานเทพเซียนที่เหล่าทวยเทพคอยเก็บเกี่ยวพลังศรัทธาจากชาวบ้านอย่างไรอย่างนั้น เอาเถอะ ไว้รอค่ำนี้ผลลัพธ์สุดท้ายก็จะปรากฏออกมาแล้ว
หลังจากจัดการเรื่องหุ้นเรียบร้อย หลินมี่ก็ถอนหายใจอย่างโล่งอกก่อนจะเริ่มเช็ก 'หัวข้อฮิตของระบบ' ที่อัปเดตใหม่ในวันนี้
【#ตั้งแต่วันที่ 18 กันยายนเป็นต้นไป เฉิงตูจะเผชิญกับคลื่นความร้อนต่อเนื่องตลอด 3 วันข้างหน้า#】
【#พรุ่งนี้รถไฟฟ้าสาย 20 ของเฉิงตูจะมีการทดสอบทางเทคนิค สถานีบางแห่งจะปิดชั่วคราว# 18 กันยายน】
【#ผลงานวิจัยล่าสุด: เทคโนโลยีคัดกรองมะเร็งระยะเริ่มต้นมีความก้าวหน้าครั้งสำคัญ# วันที่ 19 กันยายน】
【#งานประชุม 'เทคโนโลยีแห่งอนาคต' จะจัดขึ้นในเช้าวันนี้เวลา 10 โมง ณ โรงแรมซิงฮุยอินเตอร์เนชั่นแนล เหล่าผู้ทรงอิทธิพลในวงการต่างตบเท้าเข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง# 19 กันยายน】
【#ภาพยนตร์เรื่อง XX ทำรายได้เกินคาด กระแสตอบรับถล่มทลาย# 20 กันยายน】
【#เปิดตัวความสัมพันธ์นักแสดงชายเจ้าของรางวัลใหม่ล่าสุด ที่แท้ฝ่ายหญิงเป็นคนนอกวงการ# 20 กันยายน】
หลินมี่ข้ามข่าวของวันที่ 18 ไปเพราะเธอทราบข้อมูลเหล่านั้นแล้ว สายตาของเธอจึงหยุดอยู่ที่หัวข้อฮิตของวันที่ 19
"งานประชุมเทคโนโลยีแห่งอนาคต? ฟังดูยิ่งใหญ่จังแฮะ"
หลินมี่พึมพำกับตัวเอง งานประชุมระดับนี้มักดึงดูดสื่อและนักลงทุนได้ไม่น้อย ไม่แน่ว่าในงานนั้นอาจจะมีหุ้นเด็ดตัวถัดไปต่อจาก 'เฟิงหัวเทคโนโลยี' ก็เป็นได้
เธอจึงกดเข้าไปยังหัวข้อ 'เทคโนโลยีแห่งอนาคต' หน้าจอนำทางไปยังวิดีโอ ซึ่งน่าจะเป็นรายงานจากสถานที่จริงในวันที่จัดงาน
ภาพในวิดีโอคือห้องประชุมขนาดใหญ่พิเศษ จัดตกแต่งไว้อย่างหรูหราและดูล้ำสมัย มีโต๊ะเก้าอี้วางเรียงรายอยู่ราวสิบแถว รวมๆ แล้วน่าจะมีคนเข้าร่วมกว่าร้อยคน
ดูท่าขนาดของงานจะไม่เล็กเลยทีเดียว
"เอ๊ะ?" จู่ๆ ก็มีใบหน้าที่คุ้นเคยผ่านเข้ามาในกล้อง หลินมี่รีบเลื่อนหน้าจอเพื่อให้วิดีโอหยุดเล่น
"เขาคนนั้น!"
แม้กล้องจะไม่ได้ซูมเข้าไปใกล้และภาพก็เลื่อนผ่านไปอย่างรวดเร็ว แต่ใบหน้าที่หล่อเหลาเช่นนี้ยังคงโดดเด่นท่ามกลางผู้คนจำนวนมาก
ยิ่งไปกว่านั้น เธอเคยเจอเขามาก่อน!
ในงานเลี้ยงเมื่อคืนก่อน เขาคือคนที่ยื่นมือเข้ามาช่วยเธอไว้ ว่าไปแล้วเธอยังติดค้างคำขอบคุณเขาอยู่เลย ในภาพ ชายหนุ่มคนนั้นนั่งอยู่ในชุดสูทเต็มยศที่แถวหน้า บนโต๊ะมีป้ายชื่อวางอยู่ : หยาชวงว่านเซี่ยง เว่ยซวิ่น
"เว่ยซวิ่น? ที่แท้เขาชื่อเว่ยซวิ่นหรอกหรือนี่"
หลินมี่มองดูชายหนุ่มในวิดีโอแล้วพึมพำกับตัวเอง คืนนั้นเธอเหมือนจะได้ยิน 'คุณหลี่' ตัณหากลับคนนั้นเรียกเขาว่า 'ประธานเว่ย' งานประชุมขนาดใหญ่ระดับนี้ การที่เขาได้นั่งในแถวหน้า ย่อมแสดงให้เห็นว่าสถานะของเขาไม่ธรรมดา
ไม่เป็นกลุ่มที่มีเบื้องหลังทรงอิทธิพล ก็คงเป็นตัวท็อปในสายงานระดับบิ๊ก เอาเถอะ อย่างไรเสียสถานะของเขาก็ไม่ต่ำต้อยแน่นอน! แต่ชายหนุ่มผู้เป็นดั่งบุตรแห่งสวรรค์เช่นเขา คงไม่เก็บเรื่องเล็กน้อยที่เกิดขึ้นในงานเลี้ยงเมื่อคืนมาใส่ใจหรอก
สำหรับเขา มันคงเป็นแค่เรื่องจิ๊บจ๊อยที่ทำไปโดยไม่ได้คิดอะไรมากใช่ไหมล่ะ?
แต่ไม่ว่าอย่างไร เธอก็รู้สึกขอบคุณเขาจากก้นบึ้งของหัวใจ!
หากในอนาคตมีโอกาส เธอก็พร้อมจะตอบแทนน้ำใจนี้ แม้ตอนนี้เธอจะยังไม่มีต้นทุนอะไร แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าในอนาคตจะไม่มีหลินมี่ยักไหล่อย่างไม่ใส่ใจนักก่อนจะเลื่อนผ่านวิดีโอนี้ไปเพื่ออ่านหัวข้อฮิตอื่นๆ ต่อ
ทันใดนั้นหัวข้อหนึ่งที่มีสีแดงเข้มกว่าหัวข้ออื่นอย่างเห็นได้ชัด ก็ดึงดูดความสนใจทั้งหมดของเธอไปในทันที
【#เกิดเหตุไฟไหม้รุนแรงที่โรงแรมซิงฮุยอินเตอร์เนชั่นแนล กลุ่มควันพวยพุ่งไปทั่ว ล่าสุดยอดผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตกำลัง...# ด่วน!!】
หัวใจของหลินมี่บีบตัวแน่นทันที! โรงแรมซิงฮุยอินเตอร์เนชั่นแนล? นั่นมันสถานที่จัดงานประชุมเทคโนโลยีที่เธอเพิ่งดูไปเมื่อครู่นี้ไม่ใช่หรือ?
หลินมี่กลืนน้ำลายด้วยความตื่นตระหนก เธอรีบกดเข้าไปอ่านรายละเอียดในหัวข้อนั้นทันที ข่าวนี้มาพร้อมกับภาพประกอบและวิดีโอสั้นๆ ที่อธิบายเหตุการณ์ไฟไหม้ไว้อย่างชัดเจน
เธออ่านข้อมูลสำคัญไปพร้อมกับพึมพำออกมา
"บ่ายสองโมงสิบห้านาที"
"เริ่มจากห้องครัวของห้องอาหารจีนที่ชั้นสาม ไฟลุกลามไปยังห้องจัดเลี้ยงข้างเคียงและห้องพักบางส่วนอย่างรวดเร็ว"
"สาเหตุเบื้องต้น: สันนิษฐานว่าเกิดจากการระเบิดเนื่องจากแก๊สในครัวรั่วไหลและจัดการไม่ถูกวิธี จนเป็นเหตุให้เกิดไฟไหม้ครั้งใหญ่ในโรงแรม"
"มีหลายชั้นได้รับผลกระทบ ขณะนี้กำลังสรุปยอดผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต"
ในวิดีโอช่วงท้าย กลุ่มควันสีดำมืดมิดยังคงพวยพุ่งออกมาจากหน้าต่างโรงแรมไม่หยุดหย่อน บริเวณหน้าโรงแรมเต็มไปด้วยรถดับเพลิงและรถพยาบาล ผู้คนต่างแตกตื่นโกลาหล
ข้างรถเหล่านั้นยังเห็นภาพของผู้บาดเจ็บที่ถูกประคองหรือหามออกมาเพื่อรอรับการรักษา เมื่อเห็นภาพเช่นนี้ ลมหายใจของหลินมี่ก็เริ่มติดขัด หัวใจสั่นรัว
เหตุการณ์นี้มีความเฉพาะเจาะจงและน่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าอุบัติเหตุรถชนคราวก่อนเสียอีก
ในโรงแรมระดับห้าดาวที่มีงานประชุมเทคโนโลยีอันยิ่งใหญ่เช่นนี้ หากเกิดไฟไหม้ร้ายแรงขนาดนี้ขึ้นมา ผลลัพธ์ที่ตามมาคงไม่อาจจินตนาการได้เลยจริงๆ