ตอน 14

บทที่ 14 : คาดการณ์ผิดพลาด


“เฮ้อ~”


หลินมี่ลูบท้องที่นูนออกมาเบาๆ เธอเผลอทานเยอะเกินไปจนแน่นท้องโดยไม่ทันตั้งตัว ต้องยอมรับเลยว่าบุฟเฟต์ของโรงแรมระดับห้าดาวนี่จัดเต็มจริงๆ ทั้งความหลากหลายของเมนูและคุณภาพวัตถุดิบที่ใช้


หลังจากอิ่มหนำสำราญ หลินมี่ก็นั่งจิบชาริมหน้าต่างกระจกบานใหญ่พลางผ่อนคลายเพื่อย่อยอาหาร ในเมื่อปัญหาถูกจัดการไปแล้ว ตอนนี้เธอแค่รอผลลัพธ์ที่จะตามมาเท่านั้น


ทันใดนั้นหลินมี่ก็สะดุ้งตัวตรงขึ้นมาทันที เธอค่อยๆ วางถ้วยชาลงบนโต๊ะ เมื่อครู่นี้เองที่ความทรงจำของเธอแล่นเข้ามา... ดูเหมือนว่าข่าวเพลิงไหม้ในระบบแอปฯ จะระบุสาเหตุว่าเกิดจากแก๊สรั่วไม่ใช่หรือ?


ประเด็นสำคัญคือ อุบัติเหตุครั้งนี้เกิดจากหัวเตาแก๊ส หรือเป็นที่ท่อส่งแก๊สในห้องครัวกันแน่? หรือว่าอาจจะเป็นทั้งสองอย่าง?


หากเกิดจากความบกพร่องของหัวเตาจนทำให้ไฟลุกไหม้ ประกอบกับท่อแก๊สที่รั่วไหลอยู่ก่อนแล้ว ทั้งสองปัจจัยซ้อนทับกัน... นี่อาจเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดการระเบิดรุนแรงจนน่าสยดสยองเช่นนั้น!


“...”


เมื่อคิดได้ดังนั้น หลินมี่ก็เริ่มใจคอไม่ดี เธอรีบดูเวลาทันที ขณะนี้เป็นเวลาบ่ายโมงห้าสิบนาที เหลือเวลาอีกเพียงยี่สิบกว่านาทีก็จะถึงจุดเกิดเหตุแล้ว!


เธอคิดมากไปเอง หรือว่าการคาดการณ์ครั้งก่อนหน้านี้พลาดกันแน่?


แม้ในตอนนี้ทุกอย่างภายในโรงแรมจะดูปกติสุข แขกเหรื่อเดินกันขวักไขว่ พนักงานก็ทำงานกันอย่างเป็นระเบียบ ไม่มีวี่แววของหายนะที่กำลังคืบคลานเข้ามาเลยแม้แต่น้อย แต่ความรู้สึกหนักอึ้งของการหยั่งรู้อนาคตกลับบีบคั้นจนเธอแทบหายใจไม่ออก


หากทิศทางที่เธอจัดการไปนั้นผิดพลาด แล้วไฟไหม้ที่ควรจะเกิด... มันจะไม่เกิดขึ้นงั้นหรือ? ความตื่นตระหนกและความกระวนกระวายใจเริ่มแพร่กระจายไปทั่วหัวใจของหลินมี่


“ไม่ได้การแล้ว ต้องกลับไปดูอีกครั้ง!”


หลินมี่ลุกพรวดขึ้นมาทันที เธอตัดสินใจกลับไปที่โซนห้องครัวชั้นสามอีกรอบ เธอต้องเห็นกับตาให้แน่ใจว่าได้ขจัดปัจจัยเสี่ยงที่เป็นต้นเหตุของไฟไหม้ออกไปแล้ว


เธอแกล้งทำเป็นถือโทรศัพท์คุยสายพลางพูดจาไร้สาระไปเรื่อยเปื่อย ในขณะที่สายตาสอดส่องสังเกตการณ์รอบข้างอย่างระแวดระวัง ก่อนจะเดินช้าๆ เข้าไปใกล้ทางเดินแถวห้องครัวชั้นสาม


(Σ(°△°|||)︴เดี๋ยวสิ!) หลินมี่ชะงักฝีเท้ากึกด้วยความตกใจ เธอลดโทรศัพท์ลงโดยลืมไปสนิทว่ากำลัง ‘คุยสาย’ อยู่ กลิ่นอายรอบตัวไม่ปกติ!


ปกติแล้วบริเวณนี้จะมีกลิ่นหอมของอาหารจางๆ เพราะใกล้ห้องครัว แต่ด้วยประสาทสัมผัสที่เฉียบคม เธอได้กลิ่นบางอย่างที่ผิดแปลกไป... กลิ่นสารเคมีฉุนกึกจนน่าสะอิดสะเอียน มันคือกลิ่นของแก๊ส!


รูม่านตาของหลินมี่หดวูบ สัญญาณเตือนภัยในหัวดังระงม เธอคุ้นเคยกับกลิ่นนี้ดี มันคือกลิ่นแก๊สรั่วชัดๆ!


ในตอนนี้เธอยังอยู่ห่างจากห้องครัวประมาณสองถึงสามเมตร แต่แค่ระยะนี้ยังได้กลิ่นรุนแรงขนาดนี้ แสดงว่าภายในห้องครัวต้องมีระดับความเข้มข้นที่สูงมากทีเดียว


การคาดการณ์ก่อนหน้านี้ของเธอผิด! ปัญหาที่หัวเตาเป็นแค่ชนวนเหตุ แต่ตัวการร้ายที่แท้จริงคือแก๊สที่กำลังรั่วไหลอยู่ต่างหาก!


เกิดอะไรขึ้นกันแน่? ห้องครัวโรงแรมไม่มีคนอยู่หรือไง? กลิ่นฉุนกึกขนาดนี้ ทำไมไม่มีใครได้กลิ่นเลย?


หากต้นตอยังไม่ถูกกำจัด ไฟไหม้ก็ยังคงเกิดขึ้นอยู่ดีใช่ไหม? ความคิดนี้ผุดขึ้นมา หลินมี่ก็รู้สึกถึงความไร้ทางสู้ที่น่าสะพรึงกลัว เธอคิดว่าเธอวางแผนไว้ดีแล้วและน่าจะเปลี่ยนอนาคตได้ แต่ดูเหมือนทุกอย่างกำลังดำเนินไปตามเส้นทางเดิมที่ถูกกำหนดไว้


วินาทีนั้น หลินมี่อดสงสัยในตัวเองไม่ได้ เธอสามารถเปลี่ยนเส้นทางแห่งโชคชะตาและช่วยชีวิตผู้บริสุทธิ์เหล่านั้นได้จริงๆ หรือ? เธอเผลอกำโทรศัพท์ในมือแน่น


“เอ๊ะ...” โทรศัพท์งั้นเหรอ? ใช่แล้ว! เธอยังมีระบบ!


หากเหตุการณ์ในแอปฯ ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้จริงๆ ระบบก็คงไม่มีระบบรางวัลหรือการลงโทษ ถ้ามีรางวัลแสดงว่าเหตุการณ์เหล่านี้ย่อมสามารถเข้าไปแทรกแซงและเปลี่ยนแปลงได้ด้วยน้ำมือมนุษย์


ความคิดนี้เปรียบเสมือนสายฟ้าที่ผ่าทะลุความตื่นตระหนกและมืดแปดด้านในใจ เธอเกือบจะเสียสติไปแล้ว หลินมี่ตั้งสติได้ในทันทีและพยายามทำใจให้เย็นลง


เวลาไม่คอยท่า! เธอจะมัวชักช้าไม่ได้แล้ว


หลินมี่พุ่งตัวไปที่ประตูห้องครัว แต่กลับพบว่ามันถูกล็อกโซ่ไว้อย่างแน่นหนา เห็นได้ชัดว่าเมื่อหมดช่วงเวลาให้บริการ พนักงานก็พากันไปพักผ่อนกันหมดแล้ว


“มีใครอยู่ข้างในไหมคะ!”


เธอเคาะประตูอย่างแรง เธอไม่รู้ว่าในห้องครัวมีทางออกอื่นอีกไหม หรือมีพนักงานเข้าเวรเฝ้าอยู่หรือเปล่า จึงทำได้เพียงลองเสี่ยงดูห้องครัวเงียบสนิทไม่มีการตอบรับ หลินมี่รีบโทรหาเบอร์แผนกต้อนรับทันที เธอแนบหูใกล้กับประตูห้องครัว กลิ่นฉุนนั่นยิ่งรุนแรงขึ้นกว่าเดิม


“ฮัลโหล! รีบส่งคนมาที่ห้องครัวชั้นสามเดี๋ยวนี้! แถวทางเดินมีกลิ่นฉุนรุนแรงมาก เกรงว่าจะเกิดแก๊สรั่ว! สถานการณ์อันตรายมาก รีบแจ้งฝ่ายรักษาความปลอดภัยและช่างซ่อมบำรุงด่วน!”


หลินมี่พูดรัวเร็วด้วยความร้อนใจ ก่อนจะกดวางสายทันทีแล้วรีบโทรแจ้งหน่วยดับเพลิง แจ้งเหตุแก๊สรั่วที่ห้องครัวชั้นสามของโรงแรมซิงฮุยอย่างกระชับและเร่งด่วน


ทันทีที่วางสาย เธอก็เห็นพนักงานหลายคนรีบร้อนวิ่งเข้ามา


“รีบเปิดประตูเร็วเข้า แล้วตรวจดูให้ดี!”


ในเมื่อเป็นเรื่องใหญ่ พนักงานเหล่านั้นจึงไม่มีเวลามาซักไซ้ไล่เลียงหลินมี่ และรีบไขกุญแจเปิดประตูห้องครัวออก


เมื่อก้าวเข้ามา พนักงานหลายคนเริ่มได้กลิ่นแปลกปลอมในอากาศ ใบหน้าของแต่ละคนฉายแววตึงเครียด ชายคนหนึ่งที่ดูเหมือนหัวหน้าผู้จัดการขมวดคิ้วแน่น


“เกิดอะไรขึ้น? แก๊สรั่วเหรอ?”


เขาดมกลิ่นแถวเตาแก๊ส ใบหน้าเริ่มผ่อนคลายลงเล็กน้อยก่อนจะหันมาบอกหลินมี่ว่า


“ไม่เป็นไรหรอก ไม่ได้ร้ายแรงขนาดนั้น แค่มีกลิ่นนิดหน่อย เดี๋ยวเปิดระบายอากาศก็หาย อย่าตะโกนโวยวายให้คนอื่นตื่นตระหนกไปหน่อยเลย!”


ในมุมมองของพวกเขา แก๊สรั่วไม่ได้ทำให้เกิดระเบิดได้โดยตรง หากระบายอากาศได้ทันท่วงทีก็ลดความเสี่ยงได้ และถ้าไม่มีประกายไฟ เหตุการณ์ก็จะไม่ลุกลาม


“แค่มีกลิ่นนิดหน่อยงั้นเหรอ?! ความเข้มข้นขนาดนี้จมูกพวกคุณไม่ได้กลิ่นกันเลยหรือไง! ถ้าขืนชักช้าแบบนี้ ระเบิดขึ้นมาแน่! รีบไปตรวจเช็กท่อส่งแก๊สเดี๋ยวนี้!”


หลินมี่ถึงกับพูดไม่ออกเมื่อได้ยินคำพูดของหัวหน้าคนนั้น เธอไม่คิดเลยว่าโรงแรมจะจ้างคนไร้ความสามารถขนาดนี้มาจัดการปัญหา เวลาแต่ละวินาทีมีค่าเท่าชีวิต แต่คนพวกนี้กลับไม่นำพา!


เมื่อเห็นว่าเวลาเหลือน้อยเต็มที เธอรู้ว่าถ้าขืนเสียเวลากับคนพวกนี้ต่อ ก็เท่ากับเป็นการผลาญเวลาชีวิตทิ้ง! เธอไม่สนใจพวกเขาอีกต่อไป หมุนตัววิ่งออกมาจากห้องครัวทันที


“ทุกคนฟังทางนี้! เกิดเหตุฉุกเฉินที่ห้องครัวชั้นสาม! ทุกคนรีบอพยพออกจากโรงแรมเดี๋ยวนี้!”


หลินมี่ตะโกนสุดเสียง พลางโบกไม้โบกมือให้แขกและพนักงานในโถงทางเดินรีบออกจากที่นี่ไป เสียงของเธอแหบพร่าด้วยความตื่นตระหนกและเดือดดาล


เมื่อเห็นดังนั้น ผู้คนในโถงทางเดินต่างมองหน้ากันอย่างงุนงง ดูเหมือนพวกเขาจะยังไม่ตระหนักถึงอันตรายที่กำลังจะมาถึง แถมบางคนยังหันมามองด้วยความอยากรู้อยากเห็นเสียอีก


“รีบไปหยุดยัยนั่นเร็ว! อย่าปล่อยให้สร้างความวุ่นวาย!”


หัวหน้าคนนั้นวิ่งตามมาที่หน้าห้องครัว เมื่อเห็นหลินมี่ตะโกนโวยวายเขาก็โกรธจัด เรื่องเล็กน้อยแค่นี้พวกเขาก็จัดการกันเองได้ ถ้าเรื่องบานปลายขึ้นมาจะทำอย่างไร?


การที่หลินมี่มาป่าวประกาศแบบนี้ย่อมทำให้แขกคนอื่นตื่นตกใจ ซึ่งถ้าผู้บริหารรู้เข้า เขาต้องถูกตำหนิอย่างแน่นอน


หลินมี่นึกไม่ถึงว่าคนพวกนี้แทนที่จะแก้ปัญหา กลับคิดจะมาขัดขวางเธอและพยายามปิดบังเรื่องนี้ไว้ให้มิดชิด น่าโมโหจริงๆ! มิน่าล่ะ เหตุเพลิงไหม้ในข่าวถึงได้รุนแรงขนาดนั้น!


ไม่ทันแล้ว! เธอจะเสียเวลาที่นี่ไม่ได้ ต้องรีบไปอพยพผู้คนในห้องประชุมชั้นสี่! ชั้นนั้นมีคนติดอยู่มากที่สุด มีทั้งงานสัมมนาและผู้คนกว่าสองร้อยชีวิต หากจัดการไม่ดีหรือช้าไปเพียงนิดเดียว สถานการณ์เลวร้ายที่น่าสลดใจจะต้องเกิดขึ้นแน่นอน!