ตอน 12
บทที่ 12 : เช็คอินครั้งที่สอง รางวัลคือบ้านหนึ่งหลัง!
“แถมยังไม่ต้องเรียกสินสอดอีกต่างหาก”
ผู้หญิงแบบนี้จะไม่ให้เรียกว่าของถูกได้ยังไง?
นี่มันไม่ต่างอะไรกับการแจกฟรีเลยไม่ใช่หรือ?
หลินฮ่าวไม่ได้ตั้งใจจะล้อเลียนเซี่ยอวี่หลิงหรอกนะ เพียงแต่เห็นสีหน้าเหวอๆ ของเธอแล้วรู้สึกว่ามันดูซื่อๆ น่ารักดี เลยอดไม่ได้ที่จะหยอกเย้าไปสักหน่อย แน่นอนว่าหลินฮ่าวย่อมรู้ดีแก่ใจว่าทั้งหมดนี่เป็นแผนการแกล้งกันของถานจิ้งอี๋ ส่วนตัวเจ้าของเรื่องอย่างเซี่ยอวี่หลิงอาจจะยังไม่รู้อีโหน่อีเหน่เลยด้วยซ้ำ ไม่อย่างนั้นคงไม่ทำหน้าตาแบบนั้นหรอก หลินฮ่าวจึงไม่ได้เก็บเอามาคิดจริงจัง
พวกเขาเพิ่งรู้จักกันได้ไม่ถึงวัน ต่อให้หลินฮ่าวจะรู้สึกถูกชะตากับผู้หญิงที่ชื่อเซี่ยอวี่หลิงคนนี้ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะต้องพัฒนาความสัมพันธ์ไปเร็วขนาดนั้น แม้จะมีสิ่งที่เรียกว่ารักแรกพบ แต่เธอก็เป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้นที่สวยงามเท่านั้น
“ยอดทั้งหมดสิบแปดหยวน ขอบคุณครับ!”
หลินฮ่าวไม่ได้มีอารมณ์จะเล่นสนุกกับพวกเธอต่อ จึงหยิบรหัสคิวอาร์โค้ดสำหรับรับเงินผ่านวีแชทขึ้นมา
“ให้ตายเถอะ...”
เมื่อเห็นพฤติกรรมสุดแมนของหลินฮ่าว ถานจิ้งอี๋แทบจะหลุดสบถออกมา เธออุตส่าห์ปูทางมาตั้งนาน แต่หลินฮ่าวนอกจากจะไม่คว้า โอกาสนี้ไว้แล้ว ยังมาเรียกเก็บเงินพวกเธอในเวลานี้อีก!
บรรยากาศดีๆ แบบนี้กลับต้องมาเสียของเพราะเรื่องแค่นี้ ถานจิ้งอี๋แทบคลั่ง
ตรงกันข้ามกับเซี่ยอวี่หลิงที่ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก เธอรีบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาสแกนจ่ายเงินด้วยความรวดเร็ว เมื่อเสร็จธุระเธอก็ส่งยิ้มขอบคุณหลินฮ่าว แล้วรีบลากตัวถานจิ้งอี๋ที่เกือบจะระเบิดอารมณ์ออกมาให้พ้นจากร้าน
ถานจิ้งอี๋ยอมแพ้เลยจริงๆ... คนพวกนี้ทำไมถึงไม่เข้าใจความหวังดีของเธอกันบ้างนะ!
หลินฮ่าวมองตามหลังพวกเธอไป พักหนึ่งเขาก็นึกขึ้นได้ว่าพวกเธอลืมหยิบของขวัญชิ้นเล็กๆ สำหรับกิจกรรมไป โชคดีที่เขามีวีแชทของพวกเธอ จึงส่งข้อความไปบอกก่อนจะหยิบของขวัญสองชิ้นเก็บไว้ให้ แล้วบอกให้พวกเธอแวะมาเอาทีหลัง
จนกระทั่งถึงเวลาเกือบหนึ่งทุ่ม ของขวัญที่เตรียมไว้ช่วงบ่ายก็แจกไปจนเกือบหมด หลินฮ่าวจึงประกาศปิดกิจกรรม ลูกค้าที่เพิ่งทราบข่าวแล้วรีบมาพอได้ยินว่าของขวัญหมดแล้วก็ไม่มีใครคิดจะอยู่กินข้าวต่อ ต่างพากันทยอยกลับไป พอแขกคนสุดท้ายทานเสร็จ หลินฮ่าวก็ปิดร้านทันที
วันนี้ถือว่าเหนื่อยไม่น้อยทีเดียว โดยเฉพาะช่วงเย็นที่มีคนหลั่งไหลเข้ามามากเหลือเกิน คงเพราะแรงดึงดูดของของขวัญพวกนั้นจริงๆ แต่เมื่อทำภารกิจสำเร็จและได้รางวัลมาครอง หลินฮ่าวก็รู้สึกอิ่มเอมใจ เหนื่อยหน่อยแต่ก็คุ้มค่า
กลับถึงบ้าน หลินฮ่าวอาบน้ำเปลี่ยนชุดเสร็จก็นั่งมองข้อความแจ้งเตือนจากธนาคารในโทรศัพท์แล้วอมยิ้มคนเดียว เรื่องราวที่เกิดขึ้นในวันนี้ราวกับฝันไป ถ้าไม่ได้สัมผัสกับตัวเขาเองก็คงไม่กล้าเชื่อ แต่ชีวิตคนเราน่ะหรือ... ไม่ใช่ความฝันรูปแบบหนึ่งหรอกหรือ? หลินฮ่าวไม่อยากคิดอะไรให้มากความ
เวลาล่วงเลยมาจนถึงเที่ยงคืน หลินห่าวเปิดระบบขึ้นมาดูและพบว่าหน้าจออินเทอร์เฟซของระบบมีการเปลี่ยนแปลงไป
[โฮสต์: หลินห่าว]
[อายุ: 24 ปี]
[การเช็คอิน: ยังไม่ได้เช็คอินวันนี้]
[ทักษะ: การทำอาหาร (เชี่ยวชาญ) [37/100]]
[ภารกิจ: ไม่มี]
[ไอเทม: ไม่มี]
...
วันใหม่ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว สถานะการเช็คอินของระบบถูกรีเซ็ตใหม่
“เช็คอิน” หลินฮ่าวนึกในใจ
ทันใดนั้น ข้อความจากระบบก็เด้งขึ้นมา
“ยินดีด้วยโฮสต์ คุณสำเร็จการเช็คอิน รางวัลคือที่พักในเขตสถานศึกษาใจกลางเมืองหนึ่งหลัง โปรดตรวจสอบให้เรียบร้อย”
ที่พักในเขตสถานศึกษา? หลินฮ่าวอึ้งไปครู่หนึ่งเขาเดินหาภายในห้องพักของตนเอง จนกระทั่งไปเจอซองเอกสารซองหนึ่งวางอยู่ นอกจากกุญแจแล้ว ข้างในยังมีสัญญาซื้อขายบ้านและโฉนดที่ดิน รวมถึงบัตรค่าน้ำ ค่าไฟ และค่าแก๊สครบชุด เมื่อพลิกดูสัญญาซื้อขายและโฉนดที่ดิน หลินฮ่าวก็ต้องตกตะลึง
โครงการหานหลินฝู่ตี้? แถมยังเป็นห้องชุดขนาด 160 ตารางเมตร แบบสามห้องนอนสองห้องนั่งเล่น!
ชื่อหานหลินฝู่ตี้ไม่ใช่ชื่อที่เขาไม่รู้จัก เพราะนี่คือโครงการหมู่บ้านจัดสรรระดับไฮเอนด์ที่ตั้งอยู่ใจกลางเมือง ซึ่งเพิ่งเปิดตัวไปเมื่อปีที่แล้ว ตอนที่เขาเพิ่งเริ่มหางานทำใหม่ๆ เขาเคยเล็งไว้ แต่ราคาตารางเมตรละเป็นแสนหยวนทำให้เขาต้องรีบถอยกรูด อย่าว่าแต่เป็นแสนเลย ต่อให้เป็นบ้านนอกเมืองที่ราคาตารางเมตรละไม่กี่หมื่น เขาก็ไม่มีปัญญาซื้อ
หลินฮ่าวฝันอยากมีบ้านเป็นของตัวเองมาตลอด แต่สำหรับหมู่บ้านระดับไฮเอนด์อย่างหานหลินฝู่ตี้ เขาไม่เคยแม้แต่จะกล้าคิด แต่วันนี้มันกลับส่งตรงถึงมือเขาเสียอย่างนั้น
รางวัลบ้านหลังนี้คงมีมูลค่าไม่ต่ำกว่าหนึ่งถึงสองล้านหยวนเป็นแน่!
ความงุนงง ความประหลาดใจ ความตื่นเต้น และความไม่อยากจะเชื่อ... หลินฮ่าวรู้สึกปั่นป่วนไปหมดภายในใจ ใครจะไปคิดว่าเพียงแค่ชั่วข้ามคืน ชีวิตของเขาจะเปลี่ยนไปได้ขนาดนี้!
จากร้านหนึ่งร้าน สู่บ้านหนึ่งหลังและนี่เป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้นเท่านั้น เทียบกับร้านค้าเมื่อตอนกลางวันแล้ว บ้านหลังนี้คือสิ่งที่หลินฮ่าวโหยหามากที่สุด เพราะมันหมายความว่าในเมืองเจียงไห่แห่งนี้ เขาได้มี “บ้าน” ที่เป็นของตัวเองจริงๆ แล้ว
อาจเป็นเพราะค่านิยมดั้งเดิมที่ฝังรากลึกในใจคนจีนว่า การมีบ้านของตัวเองถึงจะเรียกว่ามีครอบครัวที่มั่นคง และหลินฮ่าวก็ไม่ใช่ข้อยกเว้น แม้จะอาศัยอยู่ที่เมืองเจียงไห่มาเกือบสองปี แต่การต้องเช่าบ้านอยู่ไปวันๆ ทำให้เขารู้สึกเหมือนวัชพืชที่ไร้ราก เขารู้สึกแปลกแยกกับเมืองที่คุ้นเคยนี้มาโดยตลอด
จนกระทั่งถึงตอนนี้ ส่วนลึกในจิตใจของหลินฮ่าวจึงค่อยมีความรู้สึกผูกพันและปลอดภัยต่อเมืองเจียงไห่ขึ้นมาบ้าง คืนนั้นหลินฮ่าวพลิกตัวไปมาด้วยความตื่นเต้นจนนอนไม่หลับ กระทั่งดึกดื่นค่อนคืนความเหนื่อยล้าถึงเข้าครอบงำให้เขาจมสู่ห้วงนิทราในที่สุด
รุ่งเช้าวันต่อมา หลินฮ่าวตื่นขึ้นมาล้างหน้าแปรงฟันแล้วเริ่มเก็บข้าวของ ในเมื่อมีบ้านเป็นของตัวเองแล้ว เขาก็ไม่คิดจะอยู่ที่นี่ต่อไปอีก ตั้งแต่วันนี้ไป เขาไม่ต้องทนเบียดเสียดในห้องเช่าแคบๆ นี่อีกแล้ว เขาแทบรอไม่ไหวที่จะไปดูบ้านใหม่ของเขา
ข้าวของของหลินฮ่าวไม่ได้มีมากมายอะไร นอกจากเสื้อผ้าและของใช้ส่วนตัว ก็มีเพียงโน้ตบุ๊กมือสองที่ใช้มาหลายปี กับแตงกวาดองและไชเท้ากรอบที่คุณแม่ส่งมาจากบ้านเกิด แม้โน้ตบุ๊กจะเก่ามากแล้ว แต่ในนั้นมีข้อมูลสำคัญอยู่เยอะ เขาจึงยังไม่อยากทิ้งมันไป ส่วนพวกของกินที่แม่ดองส่งมาไกลแสนไกล แม้จะดูไม่มีราคาค่างวดอะไร แต่นี่คือฝีมือแม่ เขาจะทิ้งไปเฉยๆ ได้อย่างไร
หลังจากเก็บของเสร็จ หลินฮ่าวก็เรียกแท็กซี่มุ่งหน้าสู่โครงการหานหลินฝู่ตี้
รถถูกเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยกั้นไว้ที่หน้าโครงการ เนื่องจากหานหลินฝู่ตี้เป็นโครงการระดับไฮเอนด์ รถภายนอกจะไม่สามารถเข้าออกได้โดยพลการ แต่หลังจากที่หลินฮ่าวโชว์โฉนดที่ดินและอธิบายเหตุผล เขาก็ได้รับอนุญาตให้ผ่านเข้าไปได้ทันที
เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของโครงการระดับไฮเอนด์นั้นมีมารยาทดีมาก ยิ่งทราบว่าหลินฮ่าวเป็นเจ้าของห้องชุดที่นี่ พวกเขาก็ไม่ได้สร้างความลำบากให้แต่อย่างใด ไม่มีเหตุการณ์กลั่นแกล้งหรือดูถูกดูแคลนแบบในนิยายน้ำเน่าเกิดขึ้นเลย
แถมตอนที่หลินฮ่าวลงจากรถ เห็นว่าเขามีสัมภาระเยอะ พนักงานของนิติบุคคลยังวิ่งเข้ามาช่วยขนของอีกด้วย เพียงการกระทำเล็กน้อยนี้ก็ทำให้ความประทับใจของหลินฮ่าวที่มีต่อโครงการนี้พุ่งกระฉูดขึ้นไปอีกหลายเท่าตัว