ตอน 10
บทที่ 10 : เถ้าแก่รับภรรยาไหม?
หลินฮ่าวมีทัศนคติที่ดีมาก เขายังอารมณ์ดีถึงขั้นพิมพ์หยอกล้อกลับไปในช่องคอมเมนต์อีกด้วย
สำหรับพวกที่ชอบคิดไปเองและมองเขาในแง่ร้าย หลินฮ่าวไม่ได้คิดจะถือสาเอาความแต่อย่างใด อีกอย่างเขาก็ไม่ได้เสียหายอะไร พวกที่ไม่มาก็ถือว่าพลาดเอง ไม่ได้มาขัดขวางหนทางทำมาหากินของเขาเสียหน่อย
ในทางกลับกัน หลินฮ่าวกลับรู้สึกยินดีเสียด้วยซ้ำ เพราะมีอีกหลายคนแสดงความสนใจว่าอยากจะแวะมาดูที่ร้าน ซึ่งถ้าเป็นแบบนี้ ภารกิจของเขาก็คงสำเร็จในเร็ววัน
ภายในร้าน...
เดิมทีหยางซีมีความประทับใจในตัวหลินฮ่าวเป็นทุนเดิมอยู่แล้วจากการได้รับกล่องดนตรี และการกระทำของเขาเมื่อครู่ก็ยิ่งทำให้เธอรู้สึกอบอุ่นใจ ช่างเป็นเถ้าแก่ที่นิสัยดีและแสนอบอุ่นจริงๆ ความรู้สึกดีๆ ที่หยางซีมีต่อเถ้าแก่คนนี้พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว เธอช่วยพิมพ์โต้ตอบกับพวกที่เข้ามาป่วนในโพสต์เพื่อปกป้องหลินฮ่าวอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะหยิบตะเกียบขึ้นมาคีบเส้นหมี่ผัดเข้าปาก
รสสัมผัสของเส้นหมี่ผัดนั้นอร่อยเกินคาด ที่สำคัญคือมันไม่เลี่ยนเลยสักนิด ในฐานะผู้หญิงคนหนึ่ง หยางซีไม่ค่อยโปรดปรานอาหารที่มีน้ำมันเยอะๆ เท่าไรนัก ซึ่งเส้นหมี่ผัดจานนี้ถือว่ารสชาติกลมกล่อมลงตัวพอดีเป๊ะ หยางซีประทับใจในตัวหลินฮ่าวมากขึ้นไปอีกขั้น
ไม่นานนัก ก็มีลูกค้าแวะเวียนเข้ามาในร้านอีกหลายคน ส่วนใหญ่ล้วนเป็นคนที่เห็นโพสต์ทางออนไลน์แล้วตามมา พวกเขาต่างสังเกตเห็นหยางซีที่นั่งทานอาหารอยู่อย่างสงบ หลังจากยืนยันกับหลินฮ่าวแล้ว ทุกคนก็ต่างหาที่นั่งในร้าน
เนื่องจากอาหารที่สั่งส่วนใหญ่เป็นเมนูง่ายๆ อย่างข้าวผัดไข่หรือบะหมี่ผัด หลินฮ่าวจึงใช้เวลาไม่นานในการทำอาหารเสร็จและนำไปเสิร์ฟ ในตอนแรกพวกเขาตั้งใจมาเพราะของขวัญเล็กๆ น้อยๆ ที่จัดโปรโมชัน แต่เมื่อได้ลิ้มลองฝีมือของหลินฮ่าว ต่างคนก็ถึงกับทำหน้าประหลาดใจไปตามๆ กัน เพราะรสชาติมันดีมากจริงๆ
เดิมทีพวกเขาคิดว่าร้านนี้คงขายไม่ออก กิจการไม่ดีถึงได้จัดกิจกรรมเรียกลูกค้า แต่ความจริงกลับไม่ได้เป็นอย่างที่คิด หากเป็นเช่นนี้ แล้วหลินฮ่าวจะทุ่มเททำโปรโมชันใหญ่โตไปทำไมกัน? ในเมื่อรสชาติขนาดนี้ไม่เห็นจำเป็นต้องใช้วิธีดึงดูดลูกค้าเลย เพราะต้นทุนการทำกิจกรรมมันก็สูงไม่ใช่น้อย
ผ่านไปไม่นาน หยางซีที่ทานอาหารเสร็จก็มาเช็กบิลกับหลินฮ่าว ก่อนจะถือกล่องดนตรีคริสตัลใบนั้นเดินออกจากร้านไปอย่างมีความสุข
เมื่อเห็นเธอได้รับของขวัญแถมแถมยังจ่ายแค่ค่าเส้นหมี่ผัดจริงๆ ลูกค้าคนอื่นๆ ในร้านก็รู้สึกวางใจขึ้นมาทันที คงเพราะอยากได้ของขวัญเร็วๆ ประกอบกับความเป็นผู้ชายที่ทานอาหารค่อนข้างไว ทุกคนจึงจัดการอาหารตรงหน้าจนเกลี้ยง หลังจากจ่ายเงินและได้ของถูกใจไปครอง แต่ละคนก็มีสีหน้าเบิกบาน
"เถ้าแก่ครับ พรุ่งนี้ยังมีโปรโมชันนี้อยู่ไหม?" ก่อนจะเดินออกจากร้าน มีบางคนแอบถามหลินฮ่าวทิ้งท้าย
ทำเอาหลินฮ่าวถึงกับไปไม่เป็น... พวกนี้คิดจะมาตักตวงผลประโยชน์จนติดใจหรือไง?
คำตอบของหลินฮ่าวแน่นอนว่าเป็นปฏิเสธ ทำให้อีกฝ่ายเดินคอตกออกไปอย่างผิดหวัง วันนี้เป็นกรณีพิเศษต่างหาก ถ้าไม่ใช่เพราะต้องทำภารกิจให้สำเร็จ หลินฮ่าวไม่มีทางทำอะไรแบบนี้แน่ เขาไม่ได้โง่เสียหน่อยที่จะเอาเงินไปแจกฟรีๆ หรือคิดว่าเขาทำไปเพราะอยากได้ยินคนเรียกเถ้าแก่เฉยๆ? ฝันไปเถอะ!
[ โฮสต์: หลินฮ่าว ]
อายุ: 24 ปี
เช็กอิน: เช็กอินวันนี้เรียบร้อยแล้ว (เหลือเวลาอีก 6 ชั่วโมง 23 นาที 38 วินาที สำหรับการเช็กอินครั้งถัดไป)
ทักษะ: ฝีมือทำอาหาร (ระดับเชี่ยวชาญ): [7/100]
ภารกิจ: ร้านเล็กๆ ที่มีชื่อเสียง
(ภารกิจที่ 1): ขอให้โฮสต์ต้อนรับลูกค้าให้สำเร็จ 10 คนภายในหนึ่งวัน
รางวัลความสำเร็จ: เงินหยวน 100,000 หยวน
ความคืบหน้าภารกิจปัจจุบัน: 7/10 (เวลาที่เหลือ: 6 ชั่วโมง 23 นาที 38 วินาที)
[ ไอเทม: ไม่มี ]
หลินฮ่าวเปิดระบบขึ้นมาดู เมื่อเห็นว่าเหลือลูกค้าอีกเพียง 3 คนภารกิจก็จะสำเร็จ เขาก็รู้สึกโล่งใจขึ้นมาทันที ของขวัญพวกนี้แจกไปถือว่าคุ้มค่า หลังจากกลุ่มลูกค้าชุดแรกจากไป บรรยากาศในร้านก็กลับมาเงียบเหงาอีกครั้ง แต่หลินฮ่าวไม่กังวลเลย เพราะในบรรดาคนที่ออกไปนั้น มีบางคนช่วยโพสต์โปรโมทให้เขาทางออนไลน์ด้วย ซึ่งนั่นก็ถือเป็นการตอบแทนอย่างหนึ่ง เชื่อว่าอีกไม่นานคงมีลูกค้ากลุ่มใหม่แวะมาอีกแน่นอน
เป็นไปตามคาด ไม่ถึงสิบนาที ก็มีลูกค้าทยอยเข้ามาอีกชุด การมาของคนเหล่านี้ทำให้หลินฮ่าวตื่นเต้นมากขึ้น เพียงแค่บริการพวกเขาให้เสร็จ ภารกิจก็จะสำเร็จเกินเป้า และเขาก็จะได้รับเงินหนึ่งแสนหยวนมาอยู่ในมือ หลินฮ่าวเหมือนเห็นธนบัตรหนึ่งแสนหยวนกำลังโบกมือเรียกเขาอยู่รำไร
ในห้องครัว หลินฮ่าวฮึดสู้และเริ่มลงมือทำอาหารอย่างคล่องแคล่ว เขารู้สึกเริ่มชินกับบทบาท "เถ้าแก่ร้านอาหาร" นี้เสียแล้ว
แต่สิ่งที่หลินฮ่าวไม่รู้คือ ในขณะที่เขากำลัง "อุทิศตน" ให้กับอาชีพร้านอาหารอยู่นั้น มี "คนรู้จัก" สองคนปรากฏตัวที่หน้าร้าน
"จิ้งจิ้ง... เราไม่เข้าไปได้ไหม?" เซี่ยอวี่หลิงดึงแขนถานจิ้งอี๋ไว้พลางทำหน้าอ้อนวอน
"ทำไมจะไม่เข้าล่ะ?" ถานจิ้งอี๋ถามกลับอย่างเอาจริงเอาจัง
"เราก็แค่มากินข้าว เธอจะตื่นเต้นอะไรนักหนา? หรือว่าในใจมีพิรุธ?"
"..."
เซี่ยอวี่หลิงพูดไม่ออก ตอนที่ลากเธอออกจากหอพักเมื่อกี้ ถานจิ้งอี๋ไม่ได้พูดแบบนี้สักหน่อย ระหว่างทางยัยนั่นยังคอยหยอกล้อสารพัด ทั้งเรื่อง "ชอบใครก็ต้องรุกให้เต็มที่", "อย่ามัวแต่รอจนสายเกินไปจนเสียใจภายหลัง", หรือ "เถ้าแก่ก็หล่อดีนะ" ฟังแล้วเซี่ยอวี่หลิงอยากจะกระโดดเตะจริงๆ
ตอนนี้กลับทำเป็นนิ่งซะงั้น! เซี่ยอวี่หลิงไม่รู้จะสรรหาคำไหนมาพูดแล้ว
"งั้น... เธอเข้าไปเองเถอะนะ ฉันรออยู่ข้างนอก"
เธอลังเลเล็กน้อย เมื่อเห็นถานจิ้งอี๋จะลากเธอเข้าไปอีกครั้ง จึงได้แต่บอกปัด ไม่ใช่ว่าเธอมีอคติกับหลินฮ่าว แต่เพราะวันนี้เพิ่งขอวีแชทเขาไป หากตอนนี้รีบร้อนวิ่งแจ้นมาหา มันดูน่าสงสัยเกินไป แถมมีถานจิ้งอี๋อยู่ด้วย เธอเกรงว่ายัยนี่จะพูดจาพล่อยๆ จนเกิดเรื่องวุ่นวายขึ้นมา ถ้าถานจิ้งอี๋เกิด "บ้า" ขึ้นมา เธอคงห้ามไม่ไหวแน่
เมื่อเห็นเพื่อนสนิทระแวงตนถึงเพียงนี้ ถานจิ้งอี๋ก็รู้สึกเหนื่อยใจ แท้จริงแล้วเธอก็แค่บังเอิญเห็นโพสต์ที่หลินฮ่าวแชร์ในเน็ตว่าร้านกำลังจัดกิจกรรมและมีของขวัญชิ้นเล็กๆ ที่สวยงาม เลยรีบพาเซี่ยอวี่หลิงมา ที่พูดหยอกล้อเซี่ยอวี่หลิงระหว่างทางก็แค่แกล้งเล่นๆ เท่านั้น ไม่คิดว่าเพื่อนสาวจะมีปฏิกิริยารุนแรงขนาดนี้
เดิมทีไม่ได้คิดอะไรมาก แต่เมื่อเห็นท่าทีแบบนี้ ถานจิ้งอี๋ก็รู้ทันทีว่าเรื่องนี้มันไม่ธรรมดาซะแล้ว
"ได้ ฉันเข้าไปเองก็ได้ แต่เอาโทรศัพท์มา"
"เอาโทรศัพท์ฉันไปทำไม?"
"ก็กลัวเธอชิ่งหนีไงล่ะ"
"ฉันไม่หนีหรอก"
"ไม่เชื่อ! ถ้าฉันเข้าไป เธอต้องวิ่งหนีชัวร์"
"..."
มองดูท่าทางที่สื่อว่า "ถ้าไม่ให้โทรศัพท์ก็ต้องเดินเข้าไปกับฉัน" ของถานจิ้งอี๋ เซี่ยอวี่หลิงก็ทำได้เพียงส่งโทรศัพท์ให้อีกฝ่ายอย่างจำนน
"เด็กดี!"
ถานจิ้งอี๋รับโทรศัพท์มาพลางเชิดคางเซี่ยอวี่หลิงอย่างได้ใจ ก่อนจะพูด "เตือน" ทิ้งท้ายภายใต้สายตาเขินอายปนโกรธเคืองของอีกฝ่ายว่า
"ถ้าเธอคิดจะหนี เดี๋ยวฉันจะเอาโทรศัพท์เธอไปให้เถ้าแก่ แล้วคอยดูว่าจะเกิดอะไรขึ้น!"
มองดูถานจิ้งอี๋ที่เดินเข้าร้านไป เซี่ยอวี่หลิงก็กระทืบเท้าด้วยความหงุดหงิด เธอเริ่มเสียใจแล้วที่ยอมให้โทรศัพท์ไปง่ายๆ แต่ในเมื่อพูดไปแล้วว่าจะไม่เข้า ถ้าจะตามเข้าไปตอนนี้ เธอนึกออกเลยว่าจะต้องโดนถานจิ้งอี๋จิกกัดเรื่องอะไรบ้าง ทำได้เพียงถลึงตาใส่แผ่นหลังของถานจิ้งอี๋เพื่อระบายความโกรธ
ในขณะเดียวกัน ถานจิ้งอี๋ที่เดินเข้ามาในร้าน เห็นหลินฮ่าวกำลังง่วนอยู่ในครัว ก็นึกถึงเซี่ยอวี่หลิงที่ยังยืน "ดื้อดึง" รออยู่ข้างนอก มุมปากของเธอก็อดไม่ได้ที่จะกระตุกยิ้มอย่างมีเลศนัย เธอเดินตรงเข้าไปหา และเมื่อหลินฮ่าวเงยหน้าขึ้นมอง เธอจึงเอ่ยถามอย่างจริงจังว่า
"เถ้าแก่... รับภรรยาไหมคะ?"