ตอน 16

บทที่ 16 : ช่องทางทำเงินใหม่


แตงกวาดองและหัวไชเท้ากรอบ อาจดูเป็นของธรรมดาสำหรับใครบางคน แต่สำหรับคนที่เพิ่งเคยลิ้มลองเป็นครั้งแรก มันกลับเป็นประสบการณ์ที่พิเศษอย่างน่าเหลือเชื่อ

นอกจากเฉียนจื่อไท่แล้ว อีกสามคนที่เหลือซึ่งได้ชิมแตงกวาดองเป็นครั้งแรกต่างก็เบิกตากว้างด้วยความทึ่ง ด้วยความที่พวกเขาเติบโตมาในเมืองใหญ่ ของพื้นบ้านเช่นนี้จึงเป็นสิ่งที่แทบไม่เคยผ่านตามาก่อน ไม่แปลกใจเลยที่ปฏิกิริยาของพวกเขาจะรุนแรงถึงเพียงนี้

"เป็นไงล่ะ? แตงกวาดองนี่อร่อยใช่ไหม?" เฉียนจื่อไท่ถามพลางยืดอกอย่างภาคภูมิใจเมื่อเห็นสีหน้าของเพื่อนๆ

นี่เป็นของดีที่เขาเป็นคนค้นพบก่อนใคร หากวันนี้เขาไม่พาพวกนี้มา ก็คงไม่มีวาสนาได้ลิ้มรสอาหารเลิศรสเช่นนี้ ถึงแม้เขาจะไม่ได้เป็นคนทำแตงกวาดองเอง แต่การที่ของที่เขาแนะนำได้รับการยอมรับจากเพื่อนฝูง ก็ทำให้เขารู้สึกฟินไม่น้อยและแอบมีความรู้สึกเหนือกว่าลอยขึ้นมาในใจ

ไม่นานนัก หลินฮ่าวก็นำข้าวผัดไข่ที่ทั้งสี่สั่งมาเสิร์ฟ เมื่อมีแตงกวาดองเป็นตัวการันตีคุณภาพแล้ว ทั้งสี่จึงไม่กล้าประมาทข้าวผัดหน้าตาเรียบง่ายตรงหน้า ซ้ำยังได้กลิ่นหอมยั่วน้ำลายลอยมาแตะจมูก ทำให้พวกเขาแทบจะทนรอชิมไม่ไหว

หลังจากตักเข้าปากคนละคำ ทุกคนต่างก็แสดงสีหน้าพึงพอใจออกมาอย่างพร้อมเพรียง มันอร่อยสมคำร่ำลือจริงๆ ไม่แปลกใจเลยที่เฉียนจื่อไท่ถึงกับเจาะจงพาพวกเขามาที่นี่ เมื่อวานตอนที่เพื่อนเล่าให้ฟัง พวกเขายังคิดว่าอีกฝ่ายคงกล่าวเกินจริงไปบ้าง ไม่นึกเลยว่ารสชาติจะยอดเยี่ยมถึงเพียงนี้

ทั้งสี่คนจัดการข้าวผัดคนละจานจนเกลี้ยง กินคู่กับแตงกวาดองและหัวไชเท้ากรอบได้อย่างเข้ากันเป็นปี่เป็นขลุ่ย

เมื่อพวกเขาลับสายตาไป หลินฮ่าวก็พบว่าความคืบหน้าของภารกิจระบบมีการเปลี่ยนแปลง ยอดกดไลก์เพิ่มขึ้นจากตอนเที่ยงอีกสามแต้ม ซึ่งไม่ต้องสงสัยเลยว่ามาจากเพื่อนทั้งสามคนที่เฉียนจื่อไท่พามานั่นเอง

หลินฮ่าวรู้สึกอารมณ์ดีไม่น้อย เพราะนั่นหมายความว่าภารกิจของเขาขยับเข้าใกล้ความสำเร็จไปอีกขั้น

เมื่อตะวันลับฟ้า ลูกค้าก็เริ่มแวะเวียนเข้ามามากขึ้นเรื่อยๆ ทว่าจนกระทั่งถึงเวลาปิดร้าน ก็มีลูกค้าที่ยอมกดไลก์ให้เพิ่มมาอีกเพียงคนเดียวเท่านั้น ทำให้หลินฮ่าวตระหนักได้ว่า ฝีมือทำอาหารของเขายังคงต้องพัฒนาต่อไปอีก แม้ระดับฝีมือปัจจุบันจะก้าวข้ามตัวตนในอดีตไปไกลมากแล้ว แต่การจะทำให้ทุกคนประทับใจนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย

หลินฮ่าวรู้ดีว่ายอดไลก์ที่ได้รับในวันนี้ ส่วนใหญ่น่าจะเป็นผลพลอยได้มาจากแตงกวาดองและหัวไชเท้ากรอบเสียมากกว่า

ประมาณหนึ่งทุ่ม หลินฮ่าวก็จัดการเก็บร้านและล็อกประตูเตรียมตัวกลับบ้าน แม้จะมีลูกค้าบางส่วนแวะเวียนมาบ้างหลังเวลานี้ แต่ก็นับว่าน้อยมาก เขาไม่ต้องการเอาเวลาทั้งชีวิตไปทุ่มให้กับร้านเพียงอย่างเดียว


การเปิดร้านเป็นเรื่องจำเป็น แต่การพักผ่อนและผ่อนคลายก็สำคัญไม่แพ้กัน เขาไม่อยากใช้ชีวิตแบบเก่าที่ยอมสละเวลาและพื้นที่ส่วนตัวเพื่อหน้าที่การงานอีกต่อไป ในเมื่อชีวิตใหม่ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว เขาก็ควรปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตให้เหมาะสม

เขาส่งคืนห้องเช่าเก่า รับเงินมัดจำคืนจากเจ้าของห้อง ก่อนจะเดินทางกลับไปยังอพาร์ตเมนต์ที่พักอยู่ในปัจจุบัน

เมื่อถึงบ้านฟ้าก็มืดสนิทเสียแล้ว หลินฮ่าวเปลี่ยนชุดเตรียมตัวออกไปวิ่งรอบดึก การตัดสินใจเปลี่ยนวิถีชีวิตต้องเริ่มจากเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ในชีวิตประจำวัน ซึ่งแน่นอนว่ารวมถึงการออกกำลังกายด้วย

ในอดีตเพราะงานที่รัดตัวทำให้หลินฮ่าวมีอาการออฟฟิศซินโดรมแฝงอยู่ประกอบกับการพักผ่อนไม่เพียงพอ ร่างกายของเขาจึงอยู่ในสภาวะที่ก้ำกึ่งระหว่างแข็งแรงกับเจ็บป่วย


แม้ตอนนี้จะยังหนุ่มแน่นจนไม่รู้สึกถึงความผิดปกติ แต่หากปล่อยไว้นานเข้า เมื่ออายุมากขึ้นโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ คงจะพากันรุมเร้าอย่างแน่นอน ดังนั้น ไม่ว่าจะเป็นเพื่อปัจจุบันหรืออนาคต การดูแลรักษาสุขภาพเป็นสิ่งที่ละเลยไม่ได้

เนื่องจากไม่ได้ออกกำลังกายมานาน หลินฮ่าวจึงไม่หักโหมจนเกินไปเพื่อป้องกันอาการบาดเจ็บ เขาเลือกวิ่งเพียงให้รู้สึกเหนื่อยหอบพอประมาณ ประมาณเจ็ดส่วนของขีดจำกัดร่างกายก่อนจะตัดสินใจกลับบ้าน

หลังจากกลับถึงห้อง เหงื่อชุ่มร่างก็ดื่มน้ำเพื่อทดแทนส่วนที่เสียไป ก่อนจะพักเหนื่อยและตรงดิ่งไปที่ห้องน้ำ การได้ชำระล้างร่างกายทำให้หลินฮ่าวรู้สึกสดชื่นอย่างบอกไม่ถูก แม้การวิ่งจะเหนื่อย แต่ความรู้สึกผ่อนคลายทั้งกายและใจหลังจากการอาบน้ำนั้นถือเป็นสวรรค์อย่างแท้จริง เขาเริ่มรู้สึกชอบความรู้สึกแบบนี้เสียแล้ว

หลินฮ่าวไถหน้าจอโทรศัพท์ดูวิดีโออยู่สักพักจนเริ่มง่วงจึงล้มตัวลงนอน แม้ระบบจะสามารถเช็กอินวันใหม่ได้ตอนเที่ยงคืน แต่ในเมื่อตัดสินใจจะเปลี่ยนวิถีชีวิตแล้ว เขาก็ต้องมีตารางเวลาที่เหมาะสม ไม่ยอมอดหลับอดนอนเหมือนเมื่อก่อนอีก

อาจเป็นเพราะการวิ่งรอบดึก ทำให้คืนนี้หลินฮ่าวหลับลึกและยาวนานจนถึงเช้า

"เช็กอิน!"

[ยินดีด้วย โฮสต์เช็กอินสำเร็จ! รางวัล: อสังหาริมทรัพย์ในเขตพื้นที่การศึกษาใจกลางเมืองหนึ่งแห่ง โปรดตรวจสอบในภายหลัง]

'บ้านในเขตพื้นที่การศึกษาอีกแล้ว?'

เช้าวันใหม่ หลินฮ่าวตื่นขึ้นมาพร้อมกับการเช็กอินตามปกติ แต่เมื่อเห็นว่ารางวัลของวันนี้เหมือนกับเมื่อวานเปี๊ยบ เขาก็อดประหลาดใจไม่ได้

ไม่นานนัก เขาก็พบซองเอกสารวางอยู่บนโต๊ะข้างหัวเตียง ภายในบรรจุสัญญาซื้อขายบ้านและโฉนดฉบับใหม่ รวมถึงเอกสารอื่นๆ และกุญแจครบชุด สถานที่ตั้งก็คือโครงการเดิม 'หานหลินฝู่ตี่' แต่อยู่ที่ตึกข้างๆ นี่เอง

ด้วยประสบการณ์จากสองครั้งก่อน ทำให้คราวนี้หลินฮ่าวตั้งสติได้เร็วขึ้น แม้จะดีใจเพราะบ้านที่นี่แต่ละหลังมีมูลค่ามหาศาล แต่ในเมื่อเขามีบ้านที่นี่อยู่แล้วหนึ่งหลัง ความตื่นเต้นจึงไม่ได้รุนแรงเท่าครั้งแรก เขาเตือนตัวเองว่าในอนาคตอาจมีสิ่งที่น่าตื่นเต้นยิ่งกว่านี้ ดังนั้นต้องฝึกใจให้นิ่งเข้าไว้

หลินฮ่าวเก็บเอกสารให้เรียบร้อย ล้างหน้าแปรงฟันแล้วจึงออกไปข้างนอก

เขาไม่ได้รีบไปดูห้องที่ได้มาใหม่ แต่เลือกจะแวะหาอาหารเช้าที่ร้านใกล้ๆ แทน เดิมทีเขากะจะทำเอง แต่เพราะเพิ่งย้ายมาเมื่อวาน ตู้เย็นจึงยังว่างเปล่าไม่มีวัตถุดิบอะไรเลย

หลินฮ่าวสั่งโจ๊กหมูใส่ไข่เยี่ยวม้าและเสี่ยวหลงเปาร้อนๆ หนึ่งเข่ง รสชาติอาหารถือว่าดีเยี่ยม แต่ราคาก็สูงเอาเรื่องเช่นกัน ขณะเคี้ยวเสี่ยวหลงเปา เขาก็อดนึกถึงภารกิจที่ยังไม่เสร็จสิ้นไม่ได้... ไม่รู้ว่าถ้าเขาใช้สูตรลับทำเสี่ยวหลงเปาออกมาบ้าง รสชาติจะเป็นอย่างไรกันนะ?

หลังจัดการมื้อเช้าเสร็จ หลินฮ่าวก็เดินทอดน่องกลับอพาร์ตเมนต์ เขาตรงไปที่ตึกข้างๆ กดลิฟต์ขึ้นไปยังชั้น 15 และหยุดลงที่หน้าห้อง 1501

เมื่อเข้าไปสำรวจดู หลินฮ่าวพบว่าผังห้องแทบไม่ต่างจากห้องที่เขาอยู่ ทั้งยังตกแต่งแบบบิวต์อินพร้อมเฟอร์นิเจอร์และเครื่องใช้ไฟฟ้าครบครันคราวนี้เขากลับรู้สึกหนักใจ... สองห้องนี้จะเอาไปทำอะไรดี?


อยู่คนเดียวใช้ไม่หมดหรอก จะให้วันนี้อยู่ห้องนี้ พรุ่งนี้ไปนอนอีกห้องก็คงดูว่างงานเกินไปหน่อยส่วนเรื่องขายทิ้ง... หลินฮ่าวเพียงแค่คิดแวบเดียวก็ล้มเลิกไป


เงินแสนที่ได้จากภารกิจครั้งก่อนยังนอนนิ่งอยู่ในธนาคาร ดังนั้นเขาจึงไม่มีความจำเป็นต้องใช้เงินด่วน อีกอย่างทำเลนี้เป็นเขตการศึกษาใจกลางเมืองที่หายาก ราคามีแต่จะพุ่งสูงขึ้นในอนาคต การขายตอนนี้ถือว่าไม่คุ้มค่าเลย

หรือว่าจะให้เช่าดีนะ?